**กวอน โด-ฮยอง ยอมรับผิดบางข้อหาในสหรัฐฯ เสี่ยงโทษจำคุก 12 ปีและปรับกว่า 264 ล้านบาท**
เมื่อวันที่ 12 (เวลาท้องถิ่น) สำนักข่าว Inner City Press รายงานว่า กวอน โด-ฮยอง หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทเทอร์ราฟอร์มแล็บส์ ได้ยอมรับผิดในข้อหา *ฉ้อโกงผ่านการสื่อสาร (wire fraud)* และ *สมคบคิดในการฉ้อโกง (conspiracy to defraud)* ซึ่งเป็นสองในเก้าข้อหาที่อัยการในสหรัฐฯ ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงทางตอนใต้ของนิวยอร์ก ท่าทีใหม่นี้ถือเป็นการยุติการยืนยันความบริสุทธิ์ก่อนหน้านี้ พร้อมทำข้อตกลงสารภาพผิดกับฝ่ายอัยการ โดยข้อตกลงดังกล่าวระบุว่าเขาจะต้องเสียค่าปรับจำนวน 19 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ *264.1 ล้านบาท*
ตามเนื้อหาในข้อตกลง แม้ว่าโทษสูงสุดตามกฎหมายจะถึง 25 ปี แต่ฝ่ายอัยการสหรัฐฯ ยินยอมที่จะ *ไม่เสนอ* โทษเกินกว่า 12 ปี โดยการตัดสินขั้นสุดท้ายจะมีขึ้นในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ ด้านผู้พิพากษาลอร่า เทย์เลอร์ สเวน (Laura Taylor Swain) ได้เน้นว่า “อำนาจในการตัดสินขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลอย่างสมบูรณ์” จึงยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าศาลจะยอมรับตามข้อตกลงหรือไม่
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว กวอนได้ถูกยื่นฟ้องจากอัยการสหรัฐฯ ด้วยข้อหาหลายประการรวมถึง *ฉ้อโกงทางหลักทรัพย์*, *ปั่นราคาตลาด* และ *ฟอกเงิน* เขาถูกส่งตัวจากมอนเตเนโกรมายังสหรัฐฯ เมื่อเดือนมกราคม โดยไม่มีการตั้งวงเงินประกันตัว และได้ยืนยันความบริสุทธิ์ในทุกข้อกล่าวหา แต่เมื่อกระบวนการพิจารณาคดีเริ่มรุกคืบ การเปลี่ยนกลยุทธ์ทางกฎหมายจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้
ขณะเดียวกัน บริษัทผู้ออกเหรียญเสถียร USDC อย่าง ‘เซอร์เคิล’ (Circle) ประกาศแผนจะเปิดตัวบล็อกเชนเลเยอร์ 1 ของตนเองชื่อว่า *อาร์ก(Arc)* ภายในปีนี้ โดยเครือข่ายใหม่นี้จะรองรับการทำงานร่วมกับ *เครื่องเสมือนของอีเธอเรียม (EVM)* ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับ *ระบบชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ระดับองค์กร*, *ธุรกรรมระหว่างประเทศ* และ *ตลาดทุน*
ในวันเดียวกัน เซอร์เคิลยังเปิดเผยรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ว่า บริษัทมีรายได้รวมและรายได้จากเงินสำรองรวมอยู่ที่ 658 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว *9,151 ล้านบาท*) เพิ่มขึ้น 53% เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมระบุว่า บล็อกเชนอาร์กจะใช้ *USDC เป็นเหรียญหลักในการชำระค่าธรรมเนียม* เพื่อให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเหรียญอีเธอร์(ETH) ในการทำธุรกรรม
คุณสมบัติหลักของอาร์กยังรวมถึง *เวลาการยืนยันธุรกรรมระดับวินาที (sub-second finality)*, *กลไกแลกเปลี่ยนเงินตราดิจิทัลแบบฝังตัว* และ *ฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวแบบเลือกเปิดใช้งาน* รวมถึงยัง *รองรับการทำงานร่วมกับบล็อกเชนมากกว่า 24 เครือข่าย* บนแพลตฟอร์มของเซอร์เคิลอีกด้วย
อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวล่าสุดในวงการคือการที่ เฟเดริโก คาร์โรเน่ (Federico Carrone) นักพัฒนาอีเธอเรียม(ETH) แกนหลัก ประกาศผ่านโซเชียลมีเดียว่าเขาได้รับการปล่อยตัวแล้ว หลังถูกควบคุมตัวเป็นเวลา 24 ชั่วโมงในประเทศตุรกี โดยเขาระบุว่า “แม้ช่วงหนึ่งสถานการณ์จะแย่มาก แต่ก็ผ่านพ้นมาได้อย่างปลอดภัยด้วยความช่วยเหลือต่างๆ”
คาร์โรเน่อธิบายว่าเขาถูกจับหลังจากกระทรวงมหาดไทยของตุรกีตั้งข้อสงสัยว่าเขาอาจมีบทบาทในการส่งเสริมการใช้อีเธอเรียมในทางที่ผิด โดยเฉพาะในแง่ *ความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน* ซึ่งอาจเกี่ยวโยงกับงานวิจัยของเขาที่เผยแพร่เมื่อเดือนมกราคม 2022 ซึ่งเกี่ยวกับ *อีเธอเรียมและแอปพลิเคชัน Tornado Cash*
เหตุการณ์นี้ตอกย้ำประเด็นความขัดแย้งที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างการพัฒนา *เทคโนโลยีบล็อกเชนที่เน้นความเป็นส่วนตัว* กับความพยายามของภาครัฐในการ *ควบคุมและตรวจสอบธุรกรรมที่ไม่โปร่งใส* ความคิดเห็น: สถานการณ์นี้สะท้อนถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อเทคโนโลยีที่ให้ความสำคัญกับสิทธิส่วนบุคคลในยุคที่การกำกับดูแลทั่วโลกเข้มข้นมากขึ้น
ความคิดเห็น 0