บิตคอยน์(BTC) ร่วงแรงเกือบ 3% ในวันที่ 31 (เวลาท้องถิ่น) โดยราคาหล่นลงมาต่ำกว่า 111,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 15.29 ล้านบาท) ท่ามกลางแรงกดดันจากการเทขายจำนวนมากที่เชื่อว่ามาจากกลยุทธ์ ‘สปูฟฟิง’ ของวาฬในตลาด
ตามข้อมูลจากตลาดคริปโต พบว่ามีการเคลื่อนย้ายบิตคอยน์หลายพันเหรียญจากกระเป๋าวาฬที่ไม่ระบุชื่อไปยังแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยน ซึ่งกระตุ้นให้เกิดแรงขายในเวลาอันสั้น โดยมีข้อสงสัยว่าทำไมจึงมีคำสั่งขายจำนวนมากทั้งที่ไม่มีเจตนาจะขายจริง ซึ่งถือเป็นเทคนิค ‘สปูฟฟิง’ ที่ใช้เพื่อหลอกลวงตลาดให้เข้าใจผิด อันเป็นหนึ่งในกลยุทธ์เก็งกำไรระยะสั้น
นักวิเคราะห์หลายคนชี้ว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้คล้ายกับสิ่งที่เกิดเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม ที่ราคาบิตคอยน์ปรับตัวอย่างรุนแรงจากพฤติกรรมวาฬลักษณะเดียวกัน ขณะที่บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนอย่าง 머터리얼 인디케이터(Material Indicators) เปิดเผยว่า มีวาฬรายหนึ่งออกคำสั่งขายมูลค่ากว่า 1 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 13.9 ล้านบาท) ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อบิดเบือนความเชื่อมั่นของตลาด และค่อย ๆ ไล่ปล่อยบิตคอยน์ออกจากพอร์ตอย่างเป็นระบบ
ด้านปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค ตลาดยังเฝ้าจับตาข้อมูลดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐในเดือนมิถุนายน ซึ่งจะประกาศก่อนช่วงสุดสัปดาห์ เนื่องจากเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ใช้ในการประเมินทิศทางนโยบายการเงิน โดยมีความเห็นว่า ผลลัพธ์ของข้อมูลนี้อาจกำหนดทิศทางของ *บิตคอยน์* และตลาดคริปโตทั้งหมดในระยะสั้น
เมื่อพิจารณาร่วมกันทั้งปัจจัยจากวาฬผู้เคลื่อนไหวอย่างไม่โปร่งใส และตัวแปรเศรษฐกิจสำคัญ บิตคอยน์จึงอยู่ในสภาวะ *ผันผวน* สูง พร้อมเผชิญกับความเสี่ยงทั้งสองด้านพร้อมกัน “ความคิดเห็น”: ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้นักลงทุนเตรียมกลยุทธ์รับมือความเสี่ยงล่วงหน้า โดยเฉพาะการบริหารพอร์ตที่มีความยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นจากตัวแปรในตลาดคริปโตและเศรษฐกิจโลก
ความคิดเห็น 0