ETHZilla บริษัทคริปโตที่ได้รับการสนับสนุนจากปีเตอร์ ธีล(Peter Thiel) ได้ขายอีเธอเรียม(ETH) มูลค่าประมาณ 74.5 ล้านดอลลาร์หรือกว่า 1,100 ล้านบาท พร้อมทบทวนและยกเลิกกลยุทธ์การถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลเดิมที่เน้นคริปโตเป็นหลัก การปรับเปลี่ยนครั้งนี้สะท้อนถึงทั้งแรงกดดันของตลาดและการเปลี่ยนทิศทางด้านการเงินของบริษัทในภาพรวม
ตามรายงานจากการเปิดเผยข้อมูลต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (SEC) เมื่อวันที่ 24 ETHZilla ได้ขายอีเธอเรียมจำนวน 24,291 เหรียญ ที่ราคาเฉลี่ย 3,068 ดอลลาร์ต่อเหรียญ รวมเป็นเงินกว่า 74.5 ล้านดอลลาร์ โดยรายได้จากการขายจะถูกนำไปชำระคืนหุ้นกู้แปลงสภาพแบบมีหลักประกันก่อนสิ้นปีนี้ ในช่วงวันที่ 24 และ 30 ธันวาคม ทั้งนี้เงินสดที่เหลืออยู่ของบริษัทก็จะถูกนำมาใช้จ่ายเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน
แม้จะมีการขายสินทรัพย์จำนวนมาก แต่ ETHZilla ยังคงถือครองอีเธอเรียมอยู่ราว 69,800 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 200 ล้านดอลลาร์ ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้มาแพร่ข่าวพร้อมกับการประกาศปิดระบบ ‘mNAV’ ที่เคยใช้แสดงมูลค่าทรัพย์สินเทียบกับราคาหุ้น โดยต่อไปบริษัทจะเน้นการเปิดเผยข้อมูลผลประกอบการจากธุรกิจด้านโทเคนสินทรัพย์ในโลกจริง(Real World Asset: RWA) แทน
การขาย ETH ครั้งใหญ่ของ ETHZilla เกิดขึ้นในขณะที่ราคาหุ้นของบริษัทปรับลดลงหนัก โดยเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคาลดลงอีก 4% มาอยู่ต่ำกว่า 7 ดอลลาร์ หรือลดลงถึง 96% จากจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคม ทั้งนี้บริษัทเริ่มสะสมอีเธอเรียมในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม โดยการซื้อสูงสุดอยู่ในวันที่ 12 สิงหาคมจำนวน 82,000 เหรียญ ที่ราคาเฉลี่ย 3,807 ดอลลาร์ คิดเป็นเม็ดเงินราว 300 ล้านดอลลาร์ แม้จะเป็นช่วงราคาพุ่งแรง แต่ในระยะเวลาเพียงสามเดือน ราคากลับลดลงกว่า 28% เหลือเพียงประมาณ 2,980 ดอลลาร์ ซึ่งทำให้บริษัทเริ่มขายบางส่วนตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม ก่อนจะตัดสินใจยกเลิกยุทธศาสตร์โดยสิ้นเชิง
*ความคิดเห็น*: กรณีของ ETHZilla ตอกย้ำถึงความเสี่ยงจากการลงทุนในคริปโตแบบหนักมือโดยไม่มีการกระจายความเสี่ยง และไทม์มิงที่ผิดพลาดอาจกลายเป็นตัวฉุดให้สถานะทางการเงินของบริษัทเข้าสู่ภาวะวิกฤตในไม่กี่เดือน
ขณะเดียวกัน ตัวอย่างของ ETHZilla ชี้ให้เห็นแรงกดดันด้านสภาพคล่องที่เกิดขึ้นกับบริษัทจดทะเบียนที่ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ เช่น บิตมาย อิมเมอร์ชัน เทคโนโลยี(BitMine Immersion Technologies) และ ชาร์ปลิงค์ เกมมิง(SharpLink Gaming) ที่ยังคงถือ ETH ไว้ แม้ราคาจะลดลงแรง ทั้งนี้บางบริษัทเลือกที่จะยังยึดมั่นในกลยุทธ์เดิม ในขณะที่บางรายหันไปลงทุนในธุรกิจสเตกกิงแทน
ดัชนีความต้องการในตลาดก็แสดงสัญญาณถดถอย โดยข้อมูลจากบิตไวส์(Bitwise) ชี้ว่าในเดือนพฤศจิกายน บริษัทต่าง ๆ ซื้อลงทุนใน ETH เพียง 370,000 เหรียญ ลดลงกว่า 80% เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดในเดือนสิงหาคม และข้อมูลจาก DefiLlama เผยว่าพฤศจิกายนเป็นเดือนที่มีการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบการถือครองโดยบริษัทต่ำที่สุดของปี
กรณีของ ETHZilla ไม่ใช่เพียงความล้มเหลวในการลงทุนของบริษัทหนึ่งเท่านั้น แต่สะท้อนถึง ‘ข้อจำกัดเชิงโครงสร้าง’ ของการนำคริปโตมาเป็นหลักทรัพย์สำรอง โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนรุนแรง ในทางกลับกัน กรณีนี้อาจกลายเป็นสัญญาณเตือนให้กับบริษัทอื่น ๆ ให้กลับมาทบทวนและปรับจังหวะของกลยุทธ์อีกครั้ง
*คำสำคัญ*: ETHZilla, อีเธอเรียม(ETH), กลยุทธ์การถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล, mNAV, โทเคนสินทรัพย์ในโลกจริง(RWA), สภาพคล่อง, บิตไวส์(Bitwise), DefiLlama
*ความคิดเห็น*: ในยุคที่สินทรัพย์ดิจิทัลยังมีความผันผวนสูง การเปลี่ยนผ่านไปสู่การสร้างรายได้จากบริการในโลกจริงอาจเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนกว่า ขณะที่การพึ่งพาการถือครองเหรียญเพียงอย่างเดียวดูจะไม่เพียงพออีกต่อไป
ความคิดเห็น 0