‘ชาร์ปราโช’(Sharpe Ratio) หนึ่งในดัชนีชี้วัดการลงทุนของบิตคอยน์(BTC) กลับมาติดลบอีกครั้งเมื่อต้นปีนี้ โดยแตะระดับ -0.5 สะท้อนถึงความไม่สมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทนในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่าสถานการณ์นี้อาจเป็นโอกาสทองสำหรับนักลงทุนสายระยะยาว
เมื่อไม่นานนี้ ราคาบิตคอยน์ยังคงเคลื่อนไหวอย่างไม่แน่นอนต่ำกว่า 90,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.3 ล้านบาท) ท่ามกลางภาวะตลาดผันผวน ดัชนีชี้วัด ‘ชาร์ปราโช’ ซึ่งใช้ประเมินผลตอบแทนเมื่อเทียบกับความเสี่ยง ลดต่ำลงแตะระดับ ‘-0.5’ ตัวเลขนี้มักเกิดในช่วงตลาดอยู่ในภาวะไม่มั่นคงหรือต้องการปรับฐาน โดยสะท้อนถึงผลตอบแทนที่ต่ำเมื่อเทียบกับความผันผวนของราคา
ดาร์กฟอร์ส(Darkfost) นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัยตลาดคริปโตเควอนท์(CryptoQuant) ให้ความเห็นว่า ในอดีตทุกครั้งที่ ‘ชาร์ปราโช’ แตะระดับต่ำเช่นนี้ ต่อมาบิตคอยน์มักฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งได้ เขาระบุว่า “หลังช่วงเวลาที่ผันผวนและขาดทุนมากที่สุด มักจะเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ๆ”
แม้ตัวเลข ‘ชาร์ปราโช’ ที่ติดลบจะสะท้อนความเสี่ยงต่อรายได้ที่ต่ำลงในระยะสั้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง นี่อาจเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้ถือสินทรัพย์ในระยะยาว ดาร์กฟอร์สมองว่า ระดับ -0.5 สื่อถึงช่วงราคาที่ ‘ความเสี่ยงต่ำ’ สำหรับการเข้าซื้อ โดยนักลงทุนที่เข้าซื้อในระดับนี้มักได้รับผลตอบแทนสูงในช่วงตลาดฟื้น
ในด้านพฤติกรรมของนักลงทุนระยะยาว งานวิจัยโดยแอ็กเซล แอดเลอร์ จูเนียร์(Axel Adler Jr.) ชี้ให้เห็นว่า ดัชนี ‘แรงกดดันการขายของนักลงทุนระยะยาว’ หรือ ‘LTH Distribution Pressure Index’ อยู่ที่ -1.628 ซึ่งหมายถึงการเข้าสู่ช่วงสะสมสินทรัพย์ โดยมีนักลงทุนระยะยาวจำนวนมากเลือกที่จะถือบิตคอยน์ต่อไปแทนที่จะขาย
ข้อมูลเพิ่มเติมยังเผยด้วยว่า ปริมาณการใช้จ่ายบิตคอยน์โดยเฉลี่ยต่อวันจากนักลงทุนกลุ่มนี้อยู่ที่ประมาณ 221 BTC ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพในอนาคตของบิตคอยน์
นอกจากนี้ ดัชนีวัดผลตอบแทนจากเหรียญที่ถูกใช้หรือ SOPR (Spent Output Profit Ratio) ยังคงอยู่ในแดนบวกที่ระดับ 1.13 ซึ่งหมายความว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงถือครองบิตคอยน์ที่มีราคาสูงกว่าราคาที่ซื้อมา
ความคิดเห็นจากนักวิเคราะห์หลายรายระบุว่า แม้ตัวชี้วัดในเชิงเทคนิคหลายตัวจะสื่อถึง ‘ภาวะอ่อนแอ’ แต่หากพิจารณาจากภาพรวมโครงสร้างตลาด ทั้งพฤติกรรมของนักลงทุนระยะยาวและการเติบโตของอัตรากำไรสะสม บ่งชี้ว่านี่อาจเป็นจังหวะที่ตลาดกำลังสร้างฐานใหม่
กล่าวได้ว่า แม้จะเผชิญแรงกดดันจากภาวะตลาดในระยะสั้น แต่จากข้อมูลในอดีตและปัจจัยพื้นฐานทั้งเชิงพฤติกรรมและตัวเลข ดัชนีชี้วัดที่ต่ำอย่าง ‘ชาร์ปราโช’ และการถือครองอย่างมั่นคงของนักลงทุนระยะยาวอาจบ่งชี้ว่า ‘ตอนนี้’ คือช่วงเวลาที่ควรจับตามองสำหรับผู้ที่รอคอยโอกาสลงทุนระยะยาวใน *บิตคอยน์(BTC)*
ความคิดเห็น 0