บิตคอยน์(BTC) กำลังเผชิญจุดชี้ขาดของตลาดในช่วงต้นปี 2026 แม้ว่าราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบ แต่สัญญาณทางเทคนิคอย่าง ‘ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์’ หรือ RSI เริ่มพลิกกลับเป็นสัญญาณขาขึ้น ขณะที่สถาบันการเงินยังคงเดินหน้าซื้อสะสมต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ตามข้อมูลจาก *Polymarket* แพลตฟอร์มคาดการณ์แบบกระจายศูนย์ ความคาดหวังว่าราคาจะพุ่งแตะตัวเลข 6 หลักยังถือว่านิ่งนอนใจไม่ได้
ตามข้อมูลล่าสุดจาก *Polymarket* นักลงทุนมองว่ามีเพียง 21% เท่านั้นที่โอกาสจะเห็นบิตคอยน์แตะระดับ 150,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 2.17 ล้านบาท) ภายในสิ้นปี 2026 ราคาที่ถูกคาดว่าจะมีโอกาสมากที่สุดคือ ‘120,000 ดอลลาร์’ (ประมาณ 1.73 ล้านบาท) ด้วยความน่าจะเป็น 45% ขณะที่ระดับ 130,000 ดอลลาร์ และ 140,000 ดอลลาร์ มีโอกาส 35% และ 28% ตามลำดับ ความระมัดระวังนี้สะท้อนการที่นักลงทุนหันมาให้ความสำคัญกับ ‘แนวโน้มที่จับต้องได้’ แทนการมองเพียงตัวเลขที่สูงเกินจริง ซึ่งสัมพันธ์กับการที่ตลาดเพิ่งสิ้นสุดช่วงขาลงในปลายปีก่อน รวมถึงใกล้เข้าสู่ช่วงสิ้นสุดของวัฏจักรการ ‘Halving’ ในรอบ 4 ปีอีกด้วย
ในอีกด้าน สถาบันการเงินกลับแสดงความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง บริษัทจดทะเบียนจากญี่ปุ่นอย่าง ‘เมตาแพลนเน็ต’ ได้ซื้อเพิ่มอีก 4,279 BTC ในไตรมาส 4 ปี 2025 ทำให้ตอนนี้ถือครองทั้งหมด 35,102 BTC หรือราว 3.1 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4.48 แสนล้านบาท) แม้ราคาหุ้นของบริษัทจะไม่ปรับตัวดีนัก แต่การถือครองบิตคอยน์เพิ่มขึ้นสะท้อนจุดยืนด้าน ‘การเก็บมูลค่า’ อย่างชัดเจน
*เทเธอร์* ผู้ออกเหรียญเสถียรอย่างยูเอสดีที ก็เดินหน้าเพิ่มการลงทุนเช่นกัน โดยซื้อเพิ่ม 8,889 BTC เมื่อราคาหล่นลงต่ำกว่า 88,000 ดอลลาร์ รวมมูลค่าที่เข้าซื้อกว่า 778.7 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 1.13 แสนล้านบาท) การเคลื่อนไหวนี้ยืนยันว่า ‘อุปสงค์ระยะยาว’ ยังคงแข็งแกร่ง
ด้านวิเคราะห์ทางเทคนิค บิตคอยน์อยู่กึ่งกลางของ ‘รูปแบบสามเหลี่ยมสมมาตร’ ที่เริ่มขมวดตัวสู่จุดจบ โดยในกรอบการดูกราฟ 4 ชั่วโมง พบว่าราคายังเคลื่อนไหวใกล้จุดกึ่งกลางสามเหลี่ยม แนวต้านสำคัญอยู่แถว 92,800–93,000 ดอลลาร์ ขณะที่แนวรับหลักยังคงแสดงทิศทางขาขึ้นไว้ สัญญาณการทรงตัวของราคาเห็นได้จากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วันและ 100 วัน ที่มารวมตัวกันบริเวณ 88,200–89,000 ดอลลาร์ ขณะที่ค่าเฉลี่ย 200 วันอยู่บริเวณ 84,400 และ 87,000 ดอลลาร์
ตัวบ่งชี้ *RSI* ก็กลับมามีทิศทางในแดนบวก หลังทะลุแนวต้านระยะสั้น และขึ้นมายืนเหนือระดับ 55 บ่งชี้ ‘โมเมนตัม’ ที่เริ่มฟื้นตัว หากราคาสามารถทะลุแนว 90,500 ดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน จะเท่ากับหักผ่านแนวต้านของรูปแบบสามเหลี่ยม เปิดทางสู่ระดับ 92,800 ดอลลาร์ และอาจแตะเป้าหมายสูงสุดแถว 95,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.37 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม หากราคาหล่นต่ำกว่า 87,000 ดอลลาร์ ก็มีโอกาสถอยลึกถึง 85,800 ดอลลาร์
ในภาพรวม ตลาดกำลังเคลื่อนไปในทิศที่ ‘เวลาและการตัดสินใจของตลาด’ จะเป็นตัวกำหนดสำคัญ แม้บรรยากาศปัจจุบันเต็มไปด้วยความระมัดระวัง แต่หากเกิดการทะลวงแนวบน ราคาบิตคอยน์อาจกลับมาเป็นประเด็นร้อนที่ราคาเป้าหมาย 150,000 ดอลลาร์ จะถูกหยิบยกขึ้นพิจารณาอีกครั้ง ถึงอย่างนั้น มุมมองของตลาดยังคงให้ *"ความระมัดระวังเชิงบวก"* เป็นหลัก โดยมีความอดทนเป็นเดิมพันในการเข้าสู่จังหวะใหม่
ในอีกด้านของตลาด ‘แม็กซีโดจิ(MAXI)’ กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในมีมคอยน์ที่น่าจับตามอง ด้วยแนวทางใหม่ที่เน้น *ความสนุกและการมีส่วนร่วมของชุมชน* โปรเจกต์สามารถระดมทุนได้แล้วกว่า 4.37 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 63.2 ล้านบาท) และไม่ได้หยุดเพียงแค่กระแสนิยมแบบชั่วคราว แม็กซีโดจิใช้แนวทางแคมเปญรายสัปดาห์ กิจกรรมการแข่งขันผลตอบแทน เชื่อมโยงแบรนด์กับฟิตเนส รวมถึงการแจก ‘รางวัลรายวัน’ ผ่านสัญญาอัจฉริยะและระบบสเตคกิ้ง ซึ่งช่วยสร้างการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง
โดยราคาในปัจจุบันอยู่ที่ 0.000276 ดอลลาร์ หรือประมาณ 0.40 บาท ซึ่งแพลตฟอร์มกำลังเตรียมเข้าสู่ขั้นตอน ‘พรีเซลล์รอบถัดไป’ ส่งสัญญาณว่าตลาดยังให้ความสนใจมีมคอยน์ที่มีวิสัยทัศน์ระยะยาวและโครงสร้างที่แตกต่างจากเดิม
*คำสำคัญ:* บิตคอยน์(BTC), RSI, Polymarket, เทรนด์ขาขึ้น, ราคาเป้าหมาย 150,000 ดอลลาร์, แม็กซีโดจิ(MAXI)
ความคิดเห็น 0