เมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา โครงการริปเปิล(Ripple) เริ่มต้นปี 2026 ด้วยการปลดล็อกจำนวน ‘1 พันล้านริปเปิล(XRP)’ ออกจากบัญชีเอสโครว์ (Escrow) ตามแผนที่กำหนดไว้ล่วงหน้า กระแสความสนใจของนักลงทุนยิ่งถูกจุดขึ้นเมื่อการปลดล็อกดังกล่าวเกิดขึ้นทันทีหลังจากราคาของริปเปิลตกลงถึง 14.8% ในเดือนธันวาคม 2025
ริปเปิลได้ดำเนินนโยบายปลดล็อกเหรียญทุกต้นเดือนมาตั้งแต่ปี 2017 โดยในรอบนี้มีความพิเศษตรงที่เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะราคาที่ผันผวน จึงก่อให้เกิดข้อกังวลในหมู่นักเก็งกำไรระยะสั้นว่า ‘การเพิ่มขึ้นของอุปทาน’ อาจสร้างแรงกดดันต่อการขายในตลาด
ข้อมูลจากเครือข่ายบล็อกเชนระบุว่าการปลดล็อกในวันที่ 1 มกราคมเกิดขึ้นใน 3 ธุรกรรม โดยครั้งแรกมีการโอน ‘300 ล้าน XRP’ ไปยังกระเป๋าสตางค์ที่ใช้ชื่อว่า Ripple(28) หรือที่อยู่ ‘rMhkqz’ จากนั้นมีการโอนเพิ่มเติมอีก ‘200 ล้าน XRP’ เข้ากระเป๋าเดียวกัน ในขณะที่ธุรกรรมที่ 3 มีการโอนครั้งเดียวถึง ‘500 ล้าน XRP’ ไปยังกระเป๋า Ripple(9) หรือที่อยู่ ‘r9NpyV’ รวมแล้วมี XRP ทั้งสิ้น ‘1 พันล้านเหรียญ’ ที่เข้าสู่ระบบ
อย่างไรก็ตาม ปกติแล้วริปเปิลจะนำ XRP จำนวนมากจากที่ปลดล็อกไปกลับเข้าระบบเอสโครว์อีกครั้ง ไม่ได้นำเข้าสู่ตลาดทั้งหมด ซึ่งหมายความว่า *อุปทานที่เข้าสู่ตลาดจริงมีอยู่อย่างจำกัด*
ข้อมูลจาก XRPScan ยืนยันว่า ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ‘700 ล้าน XRP’ จากที่ปลดล็อกมาได้ถูกทำการ ‘ล็อกคืน’ (Relocking) เข้าบัญชีเอสโครว์ใหม่ โดยมีรายละเอียดว่า กระเป๋า Ripple(9) ได้โอน XRP ไปยัง Ripple(15) จำนวน ‘500 ล้านเหรียญ’ ในเวลา 17.17 น. จากนั้นในเวลา 17.19 น. และ 17.21 น. มีการส่งกลับอีกครั้งละ ‘100 ล้านเหรียญ’ ไปยัง Ripple(14)
วิธีการจัดการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวของริปเปิลที่มีเป้าหมายเพื่อควบคุม ‘แรงกระแทกด้านอุปทาน’ โดยเปลี่ยนจากการปล่อยเข้าสู่ตลาดทันที มาเป็นการปล่อยเพียงบางส่วนและทำการล็อกบางส่วนกลับ เพื่อ *รักษาเสถียรภาพด้านราคา* ซึ่งในรอบนี้ก็ยังคงปฏิบัติตามแนวทางเดิมอย่างเคร่งครัด
แม้การปลดล็อก XRP ทั้งหมด 1 พันล้านเหรียญอาจดูคล้าย ‘ระเบิดอุปทาน’ แต่เมื่อพิจารณาจากการนำกลับล็อกถึง 70% แล้ว *ความกดดันในการขายน่าจะลดลงมากกว่าที่ประเมินไว้ในตอนแรก* แนวโน้มราคาของ XRP ต่อจากนี้จะขึ้นอยู่กับว่าริปเปิลจะใช้ XRP ที่เหลืออยู่ 300 ล้านเหรียญอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการโอนเข้าตลาด, ใช้สนับสนุนพันธมิตรธุรกิจ หรือนำไปเพิ่มสภาพคล่องในโครงการต่างๆ
ความคิดเห็น: แม้จะเป็นกิจวัตรที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2017 แต่เวลาของการปลดล็อกในรอบนี้ที่เกิดขึ้นหลังการร่วงลงของราคาอาจส่งผลกระทบต่อ ‘จิตวิทยาตลาด’ ในช่วงสั้น อย่างไรก็ดี หากย้อนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต กลยุทธ์การ ‘รีล็อก’ ส่วนใหญ่ของริปเปิลมักให้ผลลัพธ์ด้านบวกแก่ตลาดในระยะยาว
‘ริปเปิล’ ยังคงรักษาความมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศที่มีอุปทานสม่ำเสมอผ่านการใช้เอสโครว์ โดยตั้งเป้าเพื่อให้ตลาดสามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า และลดความผันผวนที่ไม่จำเป็นในตลาดคริปโตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ความคิดเห็น 0