Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ฟื้นตัวแรงต้นปี 2026 รับเม็ดเงิน 600 ล้านดอลลาร์ไหลเข้า ETF สหรัฐฯ

ตลาดคริปโตในช่วงต้นปี 2026 ได้แสดงสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ *บิตคอยน์(BTC)* ที่กลับเข้าสู่ภาวะขาขึ้น สวนทางกับแนวโน้มในตลาดการเงินแบบดั้งเดิม ตามรายงานการวิเคราะห์ล่าสุดของเอเอ็มแมเนจเมนต์(AM Management) การฟื้นตัวครั้งนี้ได้รับแรงหนุนจากการไหลเข้าของเม็ดเงินมหาศาลสู่ *ETF บิตคอยน์แบบสปอต* ในสหรัฐฯ ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดที่มีนักลงทุนสถาบันเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น

โดยในวันที่ 2 มกราคม 2026 มูลค่าตลาดของคริปโตเพิ่มขึ้นประมาณ 5.36% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้า บ่งชี้ว่าแนวโน้มขาขึ้นได้เริ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง *บิตคอยน์* สามารถทะลุแนวต้านในกรอบขาลงได้สำเร็จ ขณะที่ *อีเธอเรียม(ETH)* ก็แสดงสัญญาณฟื้นตัวด้วยการเพิ่มส่วนแบ่งตลาด หรือ ‘ดอมิแนนซ์’ ในขณะเดียวกัน *USDT* มีดอมิแนนซ์ลดลงเหลือ 6.054% ซึ่งลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าถึง 4.42% โดยนักวิเคราะห์มองว่า การลดลงของสัดส่วนเงินในสเตเบิลคอยน์อาจเปิดทางให้ *บิตคอยน์* เดินหน้าทดสอบแนวต้านสำคัญในอนาคต

หนึ่งในปัจจัยหนุนหลักของการฟื้นตัวครั้งนี้คือกระแสเงินทุนจาก *ETF คริปโต* โดยเฉพาะในวันทำการแรกของปี 2026 ที่สหรัฐฯ มีเงินกว่า 470 ล้านดอลลาร์สหรัฐไหลเข้าสู่ ETF บิตคอยน์แบบสปอต มากที่สุดคือ *IBIT* ของแบล็คร็อก(BlackRock) ตามมาด้วย *FBTC* ของฟิเดลิตี้(Fidelity) และ *BITB* ของบิตไวส์(Bitwise) รวมทั้งหมดคาดว่ามีเม็ดเงินเข้าสู่ ETF ประมาณ 600-640 ล้านดอลลาร์ เป็น ‘สัญญาณบวกแรก’ หลังจากที่มีการไถ่ถอนเงินออกช่วงปลายปีผ่านมา ความเห็นจาก *เอเอ็มแมเนจเมนต์* ระบุว่า การเคลื่อนไหวนี้ช่วยสร้างแรงสนับสนุนเชิงจิตวิทยาให้กับนักลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

ในมุมมหภาค รายงานการประชุม FOMC เดือนธันวาคมของสหรัฐฯ สะท้อนภาพว่า แม้กรรมการหลายรายเห็นพ้องเกี่ยวกับการชะลอตัวของเงินเฟ้อ แต่ยังมองเห็นความแตกต่างในมุมมองเรื่อง ‘จังหวะและความเร็วของการปรับลดดอกเบี้ย’ ความไม่แน่นอนด้านนโยบายเช่นนี้ ส่งผลให้ตลาดแบบเดิมมีท่าทีระมัดระวังต่อการลงทุน กลับกัน ตลาดคริปโตซึ่งขับเคลื่อนด้วยอุปสงค์อุปทานอิสระ จึงได้รับอานิสงส์จากความคลุมเครือดังกล่าว

ในด้านเทคนิค รายงานชี้ว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 30 วันเป็นปัจจัยสำคัญ *บิตคอยน์* ได้ฟื้นกลับขึ้นมายืนเหนือเส้นดังกล่าวแล้ว และหากแนวโน้มนี้สานต่อไปได้ มีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไปในช่วง $94,000–$99,000 อย่างไรก็ตาม ในช่วงขาขึ้นยังคงมี ‘ช่องว่างราคา (CME Gap)’ ที่ไม่ได้รับการปิด ซึ่งอาจเป็นตัวแปรให้เกิด *การพักตัวระยะสั้น* หากไม่สามารถกลบ gap ดังกล่าวได้ ตรงกันข้าม หากสามารถปิดช่องว่างและยืนเหนือเส้นเฉลี่ยได้ ก็จะเป็นสัญญาณบวกที่เสริมความน่าเชื่อถือให้กับแนวโน้มขาขึ้นระยะถัดไป

ส่วนตัวแปรสำคัญในอีกไม่กี่วันข้างหน้าคือข้อมูลตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ทั้ง ดัชนีการจ้างงานนอกภาคเกษตรของ ADP, รายงาน JOLTs และตัวเลขการจ้างงานรายเดือน ซึ่งล้วนแล้วแต่จะมีผลกระทบโดยตรงต่อการคาดการณ์เรื่อง *อัตราดอกเบี้ยของเฟด* นอกจากนี้ ยังต้องจับตาดัชนี PMI และสถิติเงินเฟ้อของยุโรปที่อาจส่งผลต่อทิศทางของสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก

โดยรวมแล้ว ตลาดการเงินต้นปี 2026 มีภาพที่แบ่งขั้วกันอย่างชัดเจน ขณะที่ตลาดทุนดั้งเดิมกำลังรอดูสัญญาณจากนโยบายของเฟดและข้อมูลเศรษฐกิจ นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดคริปโตกำลังฟื้นตัวอย่างมีแรงผลักดัน ทั้งจากมุมมองด้านเทคนิค การไหลเข้าของสถาบันผ่าน ETF และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในความเชื่อมั่นของนักลงทุน *เอเอ็มแมเนจเมนต์* ระบุว่า แม้จะยังมีความไม่แน่นอนหลายด้าน แต่ ‘แรงส่งในช่วงต้นปี’ นี้อาจเป็นสัญญาณเชิงบวกที่กระตุ้นจิตวิทยาการลงทุนในตลาดคริปโตต่อไปได้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1