ราคาบิตคอยน์(BTC) พุ่งแตะระดับ 94,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.36 ล้านบาท) ท่ามกลางภาวะไม่แน่นอนของกฎระเบียบในสหรัฐ โดยมีแนวโน้มว่ากฎหมายสำคัญอย่าง ‘CLARITY Act’ ซึ่งเป็นร่างพ.ร.บ.โครงสร้างตลาดคริปโต อาจเลื่อนออกไปถึงปี 2027 และเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในปี 2029
จากรายงานล่าสุดของ TD Cowen กลุ่มวิจัยด้านนโยบายในกรุงวอชิงตัน ระบุว่า แรงผลักดันทางการเมืองต่อการผลักดันร่างกฎหมาย CLARITY Act เริ่มอ่อนแรงลง โดยเดิมทีมีกำหนดเสนอผ่านสภาคองเกรสภายในปีนี้ แต่แนวโน้มช่วงเลือกตั้งกลางเทอมปี 2026 ทำให้พรรคเดโมแครตกลับมาพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเสนอข้อกำหนดเกี่ยวกับ *ความขัดแย้งทางผลประโยชน์* ซึ่งห้ามเจ้าหน้าที่ระดับสูงและครอบครัวลงทุนในธุรกิจคริปโต ข้อเสนอนี้อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อทรัมป์และครอบครัว ที่มีรายงานว่าลงทุนในทั้งโครงการไฟแนนซ์ไร้ตัวกลาง (DeFi) และธุรกิจเหมืองบิตคอยน์
ปัจจุบัน สภาคองเกรสกำลังพิจารณาชะลอการใช้ข้อกำหนดดังกล่าวออกไปอีก 3 ปีหลังจากกฎหมายผ่านความเห็นชอบ ซึ่งหมายความว่าจะมีผลหลังจากวาระของประธานาธิบดีคนถัดไป ทำให้ปัญหาทางการเมืองยังคงหยั่งรากลึกและส่งผลต่อความล่าช้าของร่างพรบ.
สาระสำคัญของ CLARITY Act คือการแยกบทบาทหน้าที่ระหว่างคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(SEC) กับคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้า(CFTC) โดยกำหนดให้สินทรัพย์ดิจิทัลแต่ละประเภทอยู่ภายใต้การตรวจสอบของหน่วยงานที่ชัดเจน ทั้งยังมีข้อยกเว้นเรื่องการจดทะเบียนสำหรับบางเหรียญ ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อบริษัทคริปโตในการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคงในกรอบกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม กฎหมายยังต้องผ่านการเห็นชอบจากทั้งพรรคเดโมแครตและรีพับลิกัน อีกทั้งยังต้องเผชิญกับอุปสรรคขั้นตอนทางรัฐสภา เช่น การอภิปรายแบบ Filibuster ซึ่งทำให้ต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากทั้งสองฝ่ายในสภาสูง
แม้ว่ากฎหมายจะล่าช้า แต่ตลาดคริปโตยังคงคึกคัก บิตคอยน์ยังซื้อขายในระดับสูง โดยนักวิเคราะห์มองว่า *ความล่าช้าทางกฎหมาย* อาจส่งผลลบต่อการเข้ามาของนักลงทุนสถาบันและการขยายโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ ขณะที่สหภาพยุโรปและสิงคโปร์ได้ออกกฎหมายรองรับไปก่อนแล้ว จึงเริ่มเห็นความ *แตกต่างของความเร็วในการกำกับดูแล* ระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ องค์กรในสหรัฐอย่างสมาคมบล็อกเชนและ Coin Center ยังคงพยายามสื่อสารกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่า การประชุมสภาคองเกรสในวันที่ 15 มกราคม จะเป็นจุดตัดสินทิศทางของนโยบายในอนาคต แต่อย่างเร็วที่สุด การจัดระเบียบกฎหมายให้สมบูรณ์คงต้องใช้เวลาอีกหลายปี
‘ความคิดเห็น’: กฎหมาย CLARITY Act ถือเป็นโอกาสสร้างมาตรฐานให้กับอุตสาหกรรมคริปโตสหรัฐ แต่การเมืองยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดรั้งความคืบหน้า ขณะที่หลายประเทศเดินหน้าไปก่อนแล้ว สหรัฐจึงเสี่ยงจะเสียเปรียบในระยะยาวหากไม่เร่งจัดการประเด็นนี้อย่างเป็นระบบ
ความคิดเห็น 0