บริษัทผลิตฮาร์ดแวร์ คานาน(Canaan) ได้เปิดโครงการทดลองขุดบิตคอยน์(BTC) แบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในรัฐแมนิโทบา ประเทศแคนาดา โดยโครงการนี้นำความร้อนที่เกิดจากเครื่องขุดกลับมาใช้ในการให้ความร้อนแก่โรงเรือนปลูกพืช เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานและสนับสนุนความยั่งยืน
คานานร่วมมือกับบริษัทบิตฟอเรสต์(Bitforest) เดินหน้าโครงการนำร่องขนาด 3 เมกะวัตต์(MW) โดยจะใช้ระยะเวลาดำเนินการทดลองเป็นเวลา 24 เดือน อุปกรณ์ที่ใช้งานได้แก่ เครื่องขุดแบบระบายความร้อนด้วยของเหลว รุ่น A1566HA-460T จำนวน 360 เครื่อง พร้อมระบบระบายความร้อน 4 โมดูล ติดตั้งภายในโรงเรือนเพาะปลูกมะเขือเทศของบิตฟอเรสต์ โดยมีเป้าหมายให้ระบบทำงานได้อย่างต่อเนื่อง 95% ต่อปี
ระบบนี้มุ่งพิสูจน์ว่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ความหนาแน่นสูงสามารถใช้เป็นแหล่งความร้อนอย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมหนาวเย็น แทนที่การปล่อยความร้อนทิ้งไปในอากาศเหมือนในอดีต คานานระบุว่า สามารถนำพลังงานความร้อนจากเครื่องขุดกลับมาใช้ได้ถึงประมาณ *90%* ของพลังงานที่ใช้ทั้งหมด โดยสามารถให้ความร้อนน้ำได้ถึง 75 องศาเซลเซียส ซึ่งสร้างต้นทุนไฟฟ้าราว *0.035 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง* (ประมาณ 51 บาท) ซึ่งเหมาะสมกับการใช้งานในภาคเกษตรที่ต้องการความร้อนสูง
ความร้อนที่เกิดจากการขุดถูกถ่ายโอนผ่านระบบแลกเปลี่ยนความร้อนแบบปิด ช่วยเพิ่มอุณหภูมิของน้ำที่ป้อนเข้าสู่หม้อต้มไฟฟ้าของโรงเรือน ทำให้สามารถประหยัดต้นทุนด้านความร้อน ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเติบโตของพืชได้ โครงการยังมุ่งทดสอบในด้านประสิทธิภาพการนำพลังงานกลับมาใช้ ความเสถียรของระบบ รวมถึงความสามารถในการทำงานระยะยาว พร้อมประเมินการลดต้นทุนโครงสร้าง เช่น ลดความจำเป็นในการติดตั้งหอหล่อเย็นขนาดใหญ่
โรงเรือนของบิตฟอเรสต์แห่งนี้ปลูกมะเขือเทศได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในฤดูหนาวจะต้องการพลังงานความร้อนอย่างสม่ำเสมอ หากโครงการประสบความสำเร็จ อาจนำไปขยายใช้ในแหล่งเกษตรกรรมทั่วแคนาดาได้ในอนาคต
การเปลี่ยนผ่านสู่ ‘การขุดอย่างยั่งยืน’ กลายเป็นแนวโน้มที่ชัดเจนในวงการบิตคอยน์ เควิน โอเลียรี(Kevin O'Leary) นักลงทุนชื่อดัง ระบุระหว่างให้สัมภาษณ์กับ CryptoNews ว่า *นักลงทุนสถาบันต่างแสวงหาบิตคอยน์ที่มาจากการขุดอย่างยั่งยืน* เขายกตัวอย่างศูนย์ขุดในประเทศนอร์เวย์ที่ดำเนินการโดย Bitzero ว่าเป็นตัวอย่างของการประยุกต์ใช้พลังงานส่วนเกินให้เกิดมูลค่าโดยตรงผ่านบิตคอยน์ที่ผลิตได้
มีรายงานและบทวิเคราะห์ที่สนับสนุนแนวโน้มนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวอย่างเช่น นักวิเคราะห์อิสระ ดาเนียล แบตตัน(Daniel Batten) เปิดเผยในรายงานฉบับหนึ่งว่า ข้อมูลจากโครงข่ายไฟฟ้าและงานวิจัยทางวิชาการยืนยันว่า *การขุดบิตคอยน์สามารถทำหน้าที่เป็นตัวควบคุมความต้องการพลังงาน* ช่วยเพิ่มเสถียรภาพของระบบและลดต้นทุนค่าไฟของผู้บริโภค
ขณะที่บทวิเคราะห์ของมหาวิทยาลัยดุ๊ก(Duke University) ก็มีข้อสรุปไปในทิศทางเดียวกัน โดยระบุว่า การขุดบิตคอยน์ถือเป็น *‘แหล่งโหลดไฟฟ้าที่ควบคุมได้’ (Controllable Load Resources)* ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในภูมิภาคที่ใช้พลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก
ภาคการขุดบิตคอยน์กำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการเปลี่ยนแปลงพลังงานอย่างจริงจัง รายงานจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ระบุว่า ในปี 2022 พลังงานหมุนเวียนคิดเป็นเพียง *37%* ของการใช้พลังงานในเครือข่ายบิตคอยน์ แต่ในปัจจุบันตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า *52%* แล้ว โดยในส่วนนี้ *9.8% เป็นพลังงานนิวเคลียร์* และที่เหลือคือพลังงานน้ำ แสงอาทิตย์ และลม
ด้านการใช้พลังงานจากแหล่งฟอสซิลก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด *ถ่านหิน* ซึ่งเคยมีสัดส่วนสูงถึง *36.6%* เมื่อ 3 ปีก่อน ลดลงเหลือเพียง *8.9%* ส่วน *ก๊าซธรรมชาติ* เพิ่มขึ้นเป็น *38.2%* เป็นแหล่งพลังงานอันดับหนึ่งในเครือข่ายบิตคอยน์ สะท้อนความพยายามของบริษัทขุดที่หันไปใช้กลยุทธ์แบบ *off-grid* และเลือกแหล่งไฟราคาถูก เพื่อควบคุมต้นทุนและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน
จากข้อมูลทั้งหมดนี้ แสดงให้เห็นว่า โครงการของคานานไม่ใช่แค่การทดลองด้านเทคนิคเท่านั้น แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของอนาคตใหม่ในวงการบิตคอยน์ ที่ผสาน *ประสิทธิภาพด้านพลังงาน เข้ากับมูลค่าทางสังคมและสิ่งแวดล้อม* ได้อย่างแท้จริง
ความคิดเห็น 0