บิตคอยน์(BTC) ได้รับกระแสตอบรับแรงในช่วงต้นปี เมื่อกองทุน ETF ประเภทสปอตในสหรัฐฯ มีเงินทุนไหลเข้ามากถึง 697 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.07 หมื่นล้านบาท) ภายในวันเดียว สร้างบรรยากาศใหม่ให้กับตลาด หลังเผชิญภาวะซบเซาในช่วงปลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกลับมาของเงินทุนระดับสถาบันกำลังส่งสัญญาณความเชื่อมั่นที่เริ่มฟื้นตัว
เมื่อวันที่ 5 (เวลาท้องถิ่น) นักลงทุนแห่ซื้อบิตคอยน์ ETF ส่งผลให้มี ‘เงินทุนไหลเข้าสุทธิ’ สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2025 โดยผลิตภัณฑ์ ETF ของบริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ เช่น แบล็คร็อก และ ฟิเดลิตี ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากนักลงทุน
ผลิตภัณฑ์ที่ดึงดูดเงินทุนมากที่สุดคือ บิตคอยน์ ETF ชนิด IBIT ของแบล็คร็อก ซึ่งมีเงินไหลเข้าสูงถึง 372 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5,387 ล้านบาท) ในวันเดียว คิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดรวมทั้งหมด ขณะที่ FBTC ของฟิเดลิตี ได้รับเงินลงทุน 191 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,765 ล้านบาท) ด้านกองทุน ETF ของบิตไวส์, อาร์ก และอินเวสโก ต่างก็ได้รับเงินทุนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กองทุน ETF บิตคอยน์ทั้ง 9 แห่งมีเงินไหลเข้าสุทธิครบถ้วน
ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นพร้อมกับการพุ่งขึ้นของราคาบิตคอยน์ โดยราคาทะลุ 93,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.34 ล้านบาท) และแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 94,745 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.37 ล้านบาท) ‘คำ’ บ่งชี้ถึงแนวโน้มขาขึ้นครั้งใหม่ ที่ต่างจากการปรับฐานในช่วงปลายปี
ไม่เพียงแค่บิตคอยน์ สินทรัพย์อื่นในโลกคริปโตอย่างอีเธอเรียม(ETH) และโซลานา(SOL) ก็ได้รับความสนใจเช่นกัน โดย ETF ประเภทสปอตของอีเธอเรียมมีเงินทุนไหลเข้า 168 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,433 ล้านบาท) ชี้ให้เห็นว่า การฟื้นตัวในตลาดทุนดิจิทัลครั้งนี้อาจไม่ใช่แค่ภาวะเทคนิค แต่เป็นการกลับมาของกลยุทธ์ ‘เพิ่มความเสี่ยง’ หรือ ‘รีสก์ออน’ ของสถาบันการเงิน
นักวิเคราะห์มองว่า การเพิ่มเงินทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลช่วงต้นปีเป็นผลจากการรีบาลานซ์พอร์ตของกลุ่มสถาบัน และการสิ้นสุดของกลยุทธ์ขายขาดทุนเพื่อประหยัดภาษี (tax-loss harvesting) ปลายปีก่อน ซึ่งเมื่อรวมกับความคาดหวังอัตราดอกเบี้ยขาลง ยิ่งสนับสนุนให้สถาบันเพิ่มน้ำหนักในคริปโต
IBIT ยังคงมีบทบาทสำคัญในฐานะ ‘ประตูแรก’ สู่การลงทุนในบิตคอยน์ สำหรับนักลงทุนสถาบันจำนวนมาก ความเชื่อมั่นในชื่อของแบล็คร็อกทำให้ผลิตภัณฑ์นี้กลายเป็นตัวเลือกแรกเสมอ ‘คำ’ แสดงความตั้งใจของสถาบันที่จะเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น ทั้งในบิตคอยน์และอีเธอเรียม
ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ หากไม่ได้เป็นเพียงแค่เหตุการณ์ระยะสั้น ก็อาจกลายเป็นตัวเร่งให้ตลาด ETF ขยายตัวต่อเนื่อง และนำไปสู่การปรับตัวขึ้นของราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญยังมองว่า ตลาดอาจกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาของ ‘ความเสี่ยงที่คุ้มค่า’ อีกครั้ง สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสใหม่ในสินทรัพย์ประเภทใหม่
ความคิดเห็น 0