บิตคอยน์(BTC) ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ *เสถียร* ใกล้ระดับ 92,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.33 ล้านบาท) ขณะที่ตลาดคริปโตโดยรวมแสดงท่าที *ทรงตัว* หลังจากตลาดหุ้นเอเชียเริ่มหยุดพักจากการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงก่อนหน้า
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ตลาดเอเชียเริ่มแผ่วลง โดยดัชนีนิเคอิของญี่ปุ่นปรับลดลง ส่งผลต่อดัชนี MSCI Asia Pacific ตามมา ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างจีนกับญี่ปุ่นจากมาตรการควบคุมการส่งออกสินค้าที่สามารถใช้ทั้งในเชิงพาณิชย์และทางการทหารของจีน ได้สร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการลงทุน โดยเฉพาะต่อสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงอย่างคริปโต
จากสถานการณ์นี้ สินทรัพย์ดิจิทัลหลักต่างแสดงท่าที *เคลื่อนไหวจำกัด* โดยบิตคอยน์(BTC) ปรับตัวลง 0.9% มาอยู่ที่ 92,788 ดอลลาร์ (ประมาณ 1.34 ล้านบาท) ส่วนอีเธอเรียม(ETH) ขยับขึ้น 1.4% อยู่ที่ 3,259 ดอลลาร์ (ประมาณ 472,000 บาท) ขณะที่ริปเปิล(XRP) ร่วงลง 5.4% แตะระดับ 2.27 ดอลลาร์ (ประมาณ 3,289 บาท) มูลค่าตลาดรวมของสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 3.27 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 4,735 ล้านล้านบาท) ลดลง 0.8% จากวันก่อนหน้า
ในอีกด้านหนึ่ง ความไม่แน่นอนด้านการเมืองช่วยกดดันราคาน้ำมัน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์และเวสต์เทกซัส(WTI) ต่างปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ทรัมป์ ได้กล่าวว่าเวเนซุเอลาเตรียมส่งน้ำมันมากถึง 50 ล้านบาร์เรลให้สหรัฐฯ ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นด้านอุปทาน ท่ามกลางข่าวเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาและความเป็นไปได้ในการจับกุมนายนิโคลัส มาดูโร
“ความคิดเห็น” แม้จะเห็นความผันผวนเชิงภูมิรัฐศาสตร์ แต่นักลงทุนวอลล์สตรีทกลับตีความเชิงบวก โดยกลุ่มหุ้นการเงินเป็นผู้นำให้ดัชนีดาวโจนส์พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ ขณะที่หุ้นพลังงานก็แข็งแกร่งตามไปด้วย ดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษก็ทำจุดสูงสุดเช่นกัน โดยได้แรงหนุนจากบริษัทในกลุ่มพลังงานและกลาโหม
สำหรับหุ้นเทคโนโลยี กระแสความสนใจยังคงอยู่ในระดับสูง โดยไฮไลต์อยู่ที่การอัปเดตเกี่ยวกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(AI) ในงาน CES ล่าสุด เอนวิเดีย(NVDA) ยืนยันประมาณการรายได้จากกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ที่เคยเปิดเผยไว้ในเดือนตุลาคม และมองว่า *ตลาด AI* ภายในปี 2026 จะมีมูลค่ามากถึง 500,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 724 ล้านล้านบาท) ซึ่งสะท้อนความต้องการด้าน AI ที่ยังไม่ลดลง
ทั้งนี้ ตลาดกำลังจับตา *ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ* และรายงานการจ้างงานที่จะเปิดเผยในช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งอาจมีผลต่อความคาดหวังเกี่ยวกับการผ่อนคลายนโยบายการเงิน หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด อาจส่งผลให้กระแสคาดการณ์ *ลดดอกเบี้ย* กลับมาแรงอีกครั้งและหนุนความสนใจในสินทรัพย์เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
ความคิดเห็น 0