ตลาดคริปโตถูกกดดันหลังจากสัญญาณการจ้างงานในสหรัฐอเมริกาชะลอตัว ประกอบกับความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลหลายตัวอ่อนตัวลง โดยบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) ปรับตัวลดลงราว 0.6% และ 2% ตามลำดับ แม้จะยังคงบวกได้ในเชิงสัปดาห์
เมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) ตลาดคริปโตยังคงเคลื่อนไหวผันผวน ท่ามกลางความกังวลเรื่องเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ–เวเนซุเอลา–รัสเซีย ราคาบิตคอยน์อยู่ที่ 91,225 ดอลลาร์ ขณะที่อีเธอเรียมซื้อขายที่ 3,150 ดอลลาร์ โดยทั้งสองเหรียญยังคงบวกได้ที่ 4.2% และ 6% แบบรายสัปดาห์ตามลำดับ
จากมุมมองของอิลยา คัลเชฟ นักวิเคราะห์จากเน็กโซ ดิสแพตช์ ระบุว่า บิตคอยน์ไม่สามารถรักษาการดีดตัวของต้นปีไว้ได้ และปรับตัวลงมาในระดับต้นของ 92,000 ดอลลาร์ พร้อมอธิบายว่า “*ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์* และตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคของสหรัฐฯ เป็นปัจจัยที่จำกัดโมเมนตัมบวกของตลาด” ขณะเดียวกันเขาเห็นว่า “*เลเวอเรจส่วนเกินส่วนใหญ่ถูกทำความสะอาดไปแล้วในช่วงปลายปี 2025* ทำให้ราคาปัจจุบันเคลื่อนไหวในกรอบที่ค่อนข้างนิ่งขึ้น”
เหรียญอัลต์คอยน์ขนาดใหญ่หลายตัวในวันที่ผ่านมา ต่างก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยริปเปิล(XRP) ลดลง 1.7% เหลือ 2.19 ดอลลาร์, โซลานา(SOL) ร่วง 1.5% มาอยู่ที่ 135 ดอลลาร์ ขณะที่ไบแนนซ์คอยน์(BNB) ปรับตัวลงเล็กน้อย 0.2% มาอยู่ที่ 897 ดอลลาร์ มูลค่ารวมของตลาดคริปโตลดลงประมาณ 1% เหลือราว 3.21 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณการซื้อขายในรอบ 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.29 แสนล้านดอลลาร์
ด้านตลาดอนุพันธ์ยังคงเปราะบาง โดยข้อมูลจาก CoinGlass เผยว่าในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา *มีการชำระบัญชีเลเวอเรจสูงถึง 2.78 พันล้านดอลลาร์* โดยเฉพาะฝั่ง ‘*ลอง*’ มากถึง 1.97 พันล้านดอลลาร์ อีเธอเรียมได้รับผลกระทบมากที่สุดมูลค่า 770 ล้านดอลลาร์ ตามด้วยบิตคอยน์ที่ 752 ล้านดอลลาร์ ขณะที่โซลานาและริปเปิลถูกชำระบัญชีรวมกันกว่า 2,600 ล้านดอลลาร์
ตลาด ETF สะท้อนความผันผวนเช่นกัน โดยเฉพาะกองทุน ETF บิตคอยน์ที่มีเงินไหลออกสุทธิราว 2.43 พันล้านดอลลาร์ ขณะเดียวกันอีเธอเรียมมียอดเงินไหลเข้าสุทธิราว 1.15 พันล้านดอลลาร์ แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในแนวโน้มการลงทุนระหว่างเหรียญหลัก ส่วน ETF ของริปเปิลและโซลานาได้รับกระแสเงินเข้าราว 190 ล้านดอลลาร์ และ 90 ล้านดอลลาร์ ตามลำดับ
ปัจจัยสำคัญที่ฉุดตลาดยังรวมถึง *ตัวเลขการจ้างงานที่น่าผิดหวัง* ของสหรัฐฯ โดยกระทรวงแรงงานเผยว่า ตัวเลขตำแหน่งงานว่างเดือนพฤศจิกายนลดลงมากกว่าคาด ขณะที่การจ้างงานภาคเอกชนในเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นเพียง 41,000 ตำแหน่ง ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายเดือน ความกังวลว่าเศรษฐกิจอาจถึงจุดพีคจึงกลับเข้าครอบงำตลาดอีกครั้ง
ในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ *ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นหลังสหรัฐฯ เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซีย 2 ลำ* ฐานความผิดละเมิดมาตรการคว่ำบาตรเวเนซุเอลา เหตุการณ์นี้สะท้อนความพยายามของวอชิงตันในการสกัดการส่งออกน้ำมัน และอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานทั่วโลกอย่างมีนัยสำคัญ
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังได้เปิดเผย "มาตรการตอบโต้แบบ 3 ขั้น" ต่อเหตุการณ์ในเวเนซุเอลา ทำให้ตลาดเริ่มกังวลว่า *ความตึงเครียดทางการทูตอาจปะทุขึ้น และกระทบต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั้งระบบ*
‘*ความคิดเห็น*’ จากบทวิเคราะห์ล่าสุดชี้ว่า แม้บิตคอยน์ และอีเธอเรียมจะยังอยู่ในกรอบราคาที่ถือว่ามีเสถียรภาพ แต่ด้วยความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ซ้อนทับกัน ทำให้นักลงทุนจำเป็นต้องจัดการความเสี่ยงและกระจายพอร์ตให้มากขึ้น โดยเฉพาะในระยะสั้นที่ตลาดยังคงมีโอกาสเกิดความผันผวนสูงจากปัจจัยภายนอกอย่างต่อเนื่อง
ความคิดเห็น 0