Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

อินเดียชี้คริปโตฯ ขวางเก็บภาษี ธุรกรรมข้ามพรมแดนระบุตัวยาก

อินเดียชี้คริปโตฯ ทำการเก็บภาษีลำบาก ชี้ธุรกรรมข้ามพรมแดนยากต่อการตรวจสอบ

หน่วยงานภาษีอินเดียออกมาแสดงความกังวลต่อการเก็บภาษีจากสินทรัพย์ดิจิทัล โดยระบุว่า ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ ก่อให้เกิดความท้าทายต่อการจัดเก็บภาษี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้บริการทางการเงินแบบกระจายศูนย์(DeFi) และการทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มต่างชาติ ทำให้ระบุตัวผู้มีหน้าที่เสียภาษีได้ยาก หรือ ‘แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย’

เมื่อวันที่ 24 สำนักสรรพากรของอินเดียซึ่งอยู่ภายใต้คณะกรรมการกลางภาษีโดยตรง(CBDT) ได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการคลังแห่งรัฐสภาเกี่ยวกับรายงาน ‘การศึกษาทางเลือกในอนาคตและผลกระทบจากสินทรัพย์ดิจิทัลเสมือน’ โดยมีหน่วยงานด้านการเงินอื่น ๆ เช่น ศูนย์วิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน(FIU) และกระทรวงการคลังเข้าร่วมพิจารณา

ในรายงานดังกล่าว หน่วยงานสรรพากรระบุว่า “คริปโตเคอร์เรนซีที่เคลื่อนไหวผ่านกระเป๋าส่วนตัว ตลาดซื้อขายต่างประเทศ หรือ DeFi มีคุณสมบัติด้าน ‘การไม่เปิดเผยตัวตน’, ‘ไร้พรมแดน’ และ ‘เกิดขึ้นทันที’ ซึ่งทำให้สามารถเคลื่อนย้ายทรัพย์สินข้ามประเทศได้โดยไม่ต้องผ่านสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม” พร้อมชี้ว่า ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับหลายเขตอำนาจศาลเหล่านี้ทำให้การ ‘ติดตามรายได้’ และ ‘ระบุตัวผู้เสียภาษี’ แทบเป็นไปไม่ได้

แม้มีความพยายามแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ แต่ก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์การจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทางการอินเดียยังเปิดเผยว่า แม้มีความร่วมมือกับต่างชาติในการแบ่งปันข้อมูลระยะหลัง ก็ยังเป็นเพียงแค่ ‘จุดเริ่มต้น’ และไม่สามารถช่วยให้ต่อโซ่ธุรกรรมเพื่อจัดเก็บภาษีได้ครอบคลุม โดยระบุว่า “ความพยายามในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แม้จะมีผลในบางด้าน แต่ยังไม่เพียงพอที่จะคืนรูปการทำธุรกรรมหรือเรียกเก็บภาษีได้อย่างเหมาะสม”

ปัจจุบัน อินเดียเก็บภาษีรายได้จากคริปโตเคอร์เรนซีผ่านอัตราคงที่ 30% และเรียกเก็บ ‘ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (TDS)’ อีก 1% จากการโอนคริปโตทุกประเภทโดยไม่สนใจผลกำไรหรือขาดทุน แต่การไม่อนุญาตให้นำ ‘ขาดทุนจากคริปโต’ ไปหักลดหย่อนในภาษีประจำปี ทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่บริษัทคริปโตภายในประเทศ

ระหว่างการอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจกับนโยบายภาษีเข้มข้น อินเดียยังรักษาท่าที ‘ระวังแต่ไม่ปิดประตู’

แม้จะใช้มาตรการทางภาษีที่เข้มงวด ทางการอินเดียยังเลือกเปิดทางให้บางบริษัทคริปโตดำเนินงานได้ โดยในปี 2025 อินเดียได้อนุมัติให้ ‘คอยน์เบส’ กลับมาทำตลาดอีกครั้ง และในปีงบประมาณ 2024–2025 FIU ยังได้ขึ้นทะเบียนตลาดซื้อขายคริปโตจำนวน 49 แห่งในประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งแสดงถึงท่าทีของรัฐบาลที่ยังคงมอง ‘โอกาส’ อยู่

ในมุมของภาคเอกชน อาชิช ซิงห์ฮาล ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘คอยน์สวิช’ (CoinSwitch) ระบุว่า “กฎหมายภาษีในปัจจุบันมีไว้เพื่อสร้างความติดขัด มากกว่าจะส่งเสริมความยุติธรรม” และเรียกร้องให้รัฐปฏิรูปกฎระเบียบที่เอื้อต่อการเติบโตของอุตสาหกรรม

อินเดียยังคงเดินหน้าพัฒนา ‘รูปีดิจิทัล’ หรือสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง(CBDC) พร้อมแสดงจุดยืนชัดว่าให้ความสำคัญกับ CBDC เหนือกว่า ‘สเตเบิลคอยน์’ และแม้จะเก็บภาษีจากคริปโตเคอร์เรนซี แต่รัฐยังไม่แสดงความชัดเจนต่อการนำเหรียญเหล่านี้เข้าสู่ระบบอย่างเป็นทางการ สะท้อนถึงท่าที ‘จับตามองอย่างรอบคอบ’

*ความคิดเห็น*: อินเดียถือเป็นหนึ่งในประเทศที่นโยบายคริปโตมีความย้อนแย้งสูง ขณะที่รัฐพยายามรัดกุมการควบคุมผ่านภาษี แต่ก็ไม่สามารถละเลยบทบาทของสินทรัพย์ดิจิทัลที่รายล้อมระบบการเงินสมัยใหม่ได้ การที่ทางการเรียกร้องความช่วยเหลือด้านข้อมูลจากต่างชาติก็สะท้อนว่า ‘ภาษีคริปโต’ อาจกลายเป็นสมรภูมิข้ามพรมแดนที่ต้องการความร่วมมือระหว่างประเทศมากกว่าที่คิด

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1