Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

SWIFT จับมือเชนลิงก์(LINK) และธนาคารยุโรป ทดสอบระบบโทเคนสำเร็จ ย้ำไม่ต้องสร้างบล็อกเชนใหม่

เครือข่ายการชำระเงินระหว่างประเทศ สวิฟต์(SWIFT) ประกาศความสำเร็จในการทดลองข้ามระบบสำหรับสินทรัพย์โทเคน โดยความร่วมมือกับเชนลิงก์(LINK), บริษัทจัดการสินทรัพย์ยูบีเอส และธนาคารขนาดใหญ่ในยุโรป ซึ่งการทดลองนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงระบบการเงินดั้งเดิมเข้ากับเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยมี ‘เชนลิงก์’ ทำหน้าที่เป็นแกนหลักด้านเทคโนโลยี

จากรายงานระบุว่า ธนาคารที่เข้าร่วม ได้แก่ บีเอ็นพี พาริบาส, อินเทซา ซานเปาโลของอิตาลี และเอสจี–ฟอร์จ SG-FORGE ซึ่งเป็นหน่วยงานสินทรัพย์ดิจิทัลของโซเซียเต้ เจนเนอราล ทั้งหมดมีเป้าหมายร่วมกันในการทดสอบกระบวนการสลับสินทรัพย์ระหว่างการเงินดั้งเดิมกับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเริ่มตั้งแต่ ‘การส่งมอบพร้อมชำระเงิน (DvP)’ ของพันธบัตรโทเคน ไปจนถึงการจ่ายดอกเบี้ยและการไถ่ถอนเมื่อครบกำหนด

สวิฟต์ชี้ว่าการทดลองครั้งนี้เป็น ‘จุดเปลี่ยน’ ซึ่งพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถเชื่อมต่อเข้ากับระบบการเงินดั้งเดิมได้โดยไม่จำเป็นต้องมีโครงสร้างใหม่ทั้งหมด โดยนำระบบของ SG-FORGE และสเตเบิลคอยน์ที่ตรึงกับค่าเงินยูโร (EURCV) เข้ามาใช้สำหรับการชำระเงินทั้งในฝั่งสกุลเงินและฝั่งสินทรัพย์โทเคน บีเอ็นพี พาริบาส และอินเทซา ซานเปาโลยังทำหน้าที่แบบจำลองเป็นตัวแทนการชำระเงินและการเป็นผู้รับฝากทรัพย์ตามขั้นตอนในตลาดจริง

สวิฟต์ยังเน้นว่า การทดลองนี้ตอกย้ำว่า ‘ไม่จำเป็นต้องใช้แพลตฟอร์มบล็อกเชนเฉพาะทาง’ เพราะหน่วยงานการเงินสามารถใช้โครงสร้างระบบของตนเองร่วมกับบล็อกเชนได้ และสามารถออกสินทรัพย์ในรูปแบบโทเคนบนระบบเดิมได้ทันที โดยอีกหนึ่งจุดเด่นคือการบูรณาการมาตรฐานข้อความ ISO 20022 ซึ่งเป็นมาตรฐานการส่งข้อมูลทางการเงินระดับสากล ที่ช่วยให้สถาบันการเงินที่ใช้งานอยู่แล้วสามารถขยายเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิทัลได้โดยไม่มีปัญหาด้านการปฏิบัติงาน

แม้การทดลองจะเน้นไปที่ธนาคารในยุโรป แต่สวิฟต์ยังกล่าวถึงการทดลองก่อนหน้านี้ที่ทำร่วมกับเชนลิงก์และยูบีเอส โดยมีการใช้ระบบของสวิฟต์ในการทำธุรกรรมกองทุน เช่น การซื้อขายหรือไถ่ถอน ซึ่งเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ที่เป็นโทเคน และสามารถใช้งานประสานกับโครงสร้างเดิมได้อย่างลื่นไหล

นอกจากนี้ สวิฟต์ยังเปิดเผยผลการทดสอบร่วมกับธนาคารอื่น ๆ เช่น ซิตี้แบงก์, นอร์เทิร์นทรัสต์, ธนาคารกลางออสเตรเลีย, เอชเอสบีซี และแอนท์อินเตอร์เนชันแนล โดย ‘เป้าหมายร่วมกัน’ คือการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างความมั่นคงและประสิทธิภาพของการเงินแบบดั้งเดิม เข้ากับโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อปูทางสู่การยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในตลาดโลก

โธมัส ดูโกเคียร์(Thomas Dugauquier) หัวหน้าฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัลของสวิฟต์ ระบุว่า “การร่วมมือและการทำงานร่วมกันคือหัวใจของอนาคตตลาดทุน เราจำเป็นต้องมี ‘สะพาน’ เชื่อมระหว่างระบบเดิมกับเทคโนโลยีใหม่” ซึ่งเป็น ‘ความคิดเห็น’ ที่สะท้อนถึงความสำคัญของโครงการนี้

พร้อมกันนี้ สวิฟต์ยังประกาศแผนการต่อไปในการออกแบบระบบชำระเงินแบบเรียลไทม์ตลอด 24 ชั่วโมง บนระบบบล็อกเชนร่วมกับธนาคารกว่า 30 แห่งทั่วโลก

ด้านราคาของเชนลิงก์(LINK) เมื่อวันที่ 15 ล่าสุดอยู่ที่ 13.78 ดอลลาร์ หรือประมาณ 20,341 บาท โดยนักวิเคราะห์ตลาดมองว่า เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 สัปดาห์ (EMA) จะเป็น ‘จุดชี้เป็นชี้ตาย’ สำหรับแนวโน้มระยะสั้นของ LINK

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

สเตลลาร์(XLM) โตแรง! ครอบคลุม DeFi-สินทรัพย์จริง-สเตเบิลคอยน์ ดันมูลค่าพุ่งหลายเท่าตัวในปี 2025

ธนาคารสหรัฐฯ จี้แก้กฎหมายจีเนียส หวั่นสเตเบิลคอยน์แย่งตลาดเงินฝากดิจิทัล

บิตคอยน์(BTC) พุ่งแตะ 97,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางเงินเฟ้อสหรัฐพุ่ง-ตลาดคาด Fed ไม่ขึ้นดอกเบี้ย

มันตรา(Mantra) ปรับโครงสร้างองค์กร-ลดพนักงาน หลังโทเคนร่วงกว่า 98%

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1