ดีไฟ(DeFi) กำลังกลายเป็นหัวใจหลักของการสร้างรายได้ในโลกคริปโต โดยในช่วง 30 วันที่ผ่านมา แอปพลิเคชันดีไฟสามารถสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมได้มากกว่าเครือข่ายบล็อกเชนถึง *5 เท่า* ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการถ่ายเทของ *เศรษฐกิจในตลาดคริปโต* จากโครงสร้างพื้นฐานสู่แอปพลิเคชันที่อยู่ใกล้กับผู้ใช้งานมากขึ้น
ตามข้อมูลจาก เจมี คูตส์(Jamie Coutts) นักวิเคราะห์อาวุโสจากแพลตฟอร์ม Real Vision เขากล่าวผ่าน X (ชื่อเดิม Twitter) ว่า เครือข่ายบล็อกเชนอาจยังมี ‘เอฟเฟกต์เครือข่าย’ ที่แข็งแกร่ง แต่ *มูลค่าในระยะยาว* กำลังถูกโอนไปสู่กระเป๋าเงิน, โปรโตคอลดีไฟ และแอปที่เข้าถึงผู้ใช้โดยตรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
คูตส์ยังเผยกราฟเปรียบเทียบว่า เมื่อถึงกลางปี 2024 รายได้จากค่าธรรมเนียมระหว่างดีไฟและบล็อกเชนเคยเกือบเท่ากัน แต่หลังจากนั้นส่วนแบ่งของดีไฟกลับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ดีไฟสร้างรายได้มากกว่าเครือข่ายบล็อกเชนถึง *5 เท่า*
เมื่อพิจารณารายได้รวมของโครงการคริปโตตามข้อมูลจาก DeFiLlama พบว่า ในบรรดา *17 อันดับแรกที่ทำรายได้สูงสุด* นั้นเป็น *ดีไฟทั้งหมด* โดย ออกเหรียญเทเธอร์(USDT) อย่างบริษัท Tether ขึ้นแท่นอันดับ 1 ด้วยรายได้ราว 563 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 8288 ล้านบาท
ด้านเครือข่ายบล็อกเชนมีเพียง โซลานา(SOL) เท่านั้นที่อยู่ใน *20 อันดับแรก* โดยอยู่ที่อันดับ 20 ด้วยรายได้ 20.4 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 300.6 ล้านบาท) ขณะที่ อีเธอเรียม(ETH) ได้อันดับ 27 ด้วยรายได้ 10.3 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 151.7 ล้านบาท)
*ความคิดเห็น*: ข้อมูลเหล่านี้ตอกย้ำว่าดีไฟมีโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืนและกลุ่มผู้ใช้ที่เหนียวแน่นกว่าเครือข่ายบล็อกเชนที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน ผู้เชี่ยวชาญอีกหลายรายคาดว่า ทั้งนักพัฒนาและนักลงทุนสถาบันจะหันไปสนใจ ‘แอปพลิเคชันส่วนหน้า’ ที่สามารถสร้างรายได้จริง มากกว่าโฟกัสกับบล็อกเชนเพียงอย่างเดียว
ด้านการใช้งานของผู้ใช้ก็แสดงเทรนด์ที่คล้ายคลึงกัน โดยข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง Nansen ชี้ว่า ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา โซลานามีจำนวน *กระเป๋าเงินที่แอคทีฟมากที่สุด* อยู่ที่ประมาณ 68 ล้านที่อยู่ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนถึง 14% ขณะที่อีเธอเรียมมี 13 ล้านที่อยู่ และมีอัตราเพิ่มขึ้น 53%
เมื่อพิจารณาจากทั้งรายได้และปริมาณผู้ใช้งาน เราจะเริ่มเห็นภาพชัดเจนว่า น้ำหนักทางเศรษฐกิจของคริปโตไม่ได้อยู่ที่เลเยอร์พื้นฐานอย่างบล็อกเชนอีกต่อไป แต่กำลังเคลื่อนไปยัง ‘แอปพลิเคชันดีไฟ’ ซึ่งอยู่ใกล้ผู้ใช้และเชื่อมต่อกับการใช้งานจริงมากกว่า
คำถามสำคัญคือ เหล่านักพัฒนาและผู้ลงทุนจะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร และเครือข่ายบล็อกเชนที่มีบทบาทพื้นฐานจะสามารถปรับกลยุทธ์เพื่อกลับมาสร้างรายได้และแข่งขันได้หรือไม่ในยุคที่ *รายได้ของเว็บ3 กำลังกลายเป็นเกมของแอปพลิเคชัน* ไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐานอีกต่อไป
ความคิดเห็น 0