ในช่วง 9 วันที่ผ่านมา ‘เงินอัจฉริยะ’ หรือ Smart Money ซึ่งรวมถึงนักลงทุนรายใหญ่และสถาบัน ได้ซื้อสะสมบิตคอยน์(BTC) มากกว่า 36,300 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.21 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 4.7 ล้านล้านวอน โดยข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชนอย่างซันติเมนต์(Santiment) เมื่อวันที่ 19 ระบุว่า นี่อาจเป็น ‘สัญญาณของแนวโน้มขาขึ้นระยะยาว’
ซันติเมนต์เผยว่า ตั้งแต่วันที่ 10 ถึง 19 มกราคมที่ผ่านมา กระเป๋าสตางค์ดิจิทัลที่ถือครองบิตคอยน์ตั้งแต่ 10 ไปจนถึง 10,000 เหรียญ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับ ‘วาฬ’ และ ‘ฉลาม’ ในตลาด ได้เพิ่มการเข้าซื้ออย่างเห็นได้ชัด ตรงกันข้ามกับนักลงทุนรายย่อยที่ถือครองน้อยกว่า 0.01 BTC (ราว 1.3 ล้านวอน) ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกันกลับขายเหรียญออกไปประมาณ 132 BTC หรือราว 194 ล้านบาท
ซันติเมนต์มองว่า ภาวะตลาดคริปโตมักจะ ‘เร่งตัวขึ้น’ หากเกิดพร้อมกันทั้ง *การเข้าซื้อของ Smart Money* และ *แรงขายจากนักลงทุนรายย่อย* ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันก็เข้าข่ายดังกล่าว โดยในช่วง 30 วันที่ผ่านมา บิตคอยน์ปรับตัวขึ้นเพียง 0.93% แต่ก็สะท้อนการสะสมจากกลุ่มผู้เล่นที่มีกลยุทธ์และทุนมากกว่าการเก็งกำไรของรายย่อย
มุมมองนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นเมื่อพิจารณาจากความเคลื่อนไหวของราคาช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 15 มกราคม ราคาบิตคอยน์ลดลงเกือบ 7% ทันทีภายหลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าจะพิจารณาจัดเก็บภาษีศุลกากรต่อ 8 ประเทศในยุโรปจากปัญหาข้อพิพาทเรื่องกรีนแลนด์ ส่งผลให้ตลาดเข้าสู่โหมดหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทันที
ถึงแม้การสะสมของสถาบันจะเพิ่มขึ้น แต่ดัชนีความโลภและความกลัว (Fear & Greed Index) ของตลาดคริปโตเมื่อวันที่ 21 ยังคงอยู่ในโซน ‘ความกลัว’ ที่ระดับ 32 สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังคงไม่แข็งแกร่งนัก
สถานการณ์นี้ยังสะท้อนใน ‘ดัชนีฤดูอัลท์คอยน์’ (Altcoin Season Index) ซึ่งแสดงคะแนนเพียง 29 จาก 100 หมายความว่า *กระแสเงินทุนยังเทไปที่บิตคอยน์เป็นหลัก* และยังไม่ถึงเวลาของอัลท์คอยน์ โดยนักวิเคราะห์อย่างวิล เคลเมนเต้ให้ความเห็นผ่าน X (เดิมชื่อทวิตเตอร์) ว่า “แม้ราคาไม่ได้ทะยานชัดเจน แต่พื้นฐานการสะสมเริ่มปรากฏแล้ว”
ซันติเมนต์จึงประเมินว่า หากไม่มีปัจจัยกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์หรือเหตุการณ์ระยะสั้นอื่นๆ *การสะสมของ Smart Money ในรอบนี้อาจเป็นตัวผลักดันให้ราคาบิตคอยน์เข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นในระยะยาว*
ท้ายที่สุด แนวโน้มของตลาดอาจขึ้นอยู่กับ ‘คุณภาพ’ และ ‘เจตนา’ ของผู้ซื้อบิตคอยน์ หากกระแสเงินจากวาฬและสถาบันยังเพิ่มต่อเนื่อง ก็อาจถูกตีความว่าเป็นการจัดวางพื้นฐานของรอบขาขึ้นครั้งใหม่ ในขณะที่นักลงทุนทั่วไปจำนวนไม่น้อยยังอยู่ในภาวะ Panic Sell ท่ามกลางความไม่แน่นอน *นี่อาจเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับผู้เล่นระยะยาวที่กำลังจับตาดูการเคลื่อนไหวของ Smart Money* อย่างใกล้ชิด
ความคิดเห็น 0