Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ริปเปิล(XRP) ผงาดเป็นคู่แข่งธนาคารเต็มตัว หลังเทกโอเวอร์กิจการกว่า 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์

ริปเปิล(XRP) กำลังเดินหน้าเปลี่ยนบทบาทจากเพียงแค่สินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับการชำระเงิน ไปสู่การเป็น *คู่แข่งโดยตรงของธนาคารทั่วโลก* อย่างเต็มตัว โดยมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วผ่านการควบรวมและเข้าซื้อกิจการในหลากหลายอุตสาหกรรม ทั้งด้านสภาพคล่อง การชำระเงิน การดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล ตลอดจนระบบบริหารจัดการการเงินขององค์กร

ริปเปิลเคยถูกยกให้เป็น ‘โทเคนบริดจ์’ ที่เชื่อมโยงการชำระเงินข้ามสินทรัพย์ แต่ปัจจุบันความสามารถของริปเปิลเริ่มทับซ้อนกับบริการโครงสร้างพื้นฐานของธนาคารแบบดั้งเดิมมากขึ้นเรื่อย ๆ ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ริปเปิลกำลังก้าวจาก ‘พันธมิตรของธนาคาร’ สู่สถานะของ *คู่แข่งเต็มตัว*

การเคลื่อนไหวล่าสุดของริปเปิลสะท้อนผ่านการเข้าซื้อกิจการหลายรายในปี 2025 อย่างต่อเนื่อง จุดสำคัญอยู่ที่การเทกโอเวอร์บริษัทนายหน้าระดับโลก *Hidden Road* เมื่อเดือนเมษายน โดยบริษัทแห่งนี้รับมือกับธุรกรรมการชำระเงินมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์ต่อปี และให้บริการลูกค้าสถาบันมากกว่า 300 ราย หลังการควบรวม ธุรกิจนี้ถูกรีแบรนด์เป็น *Ripple Prime* ที่ให้บริการด้าน *การชำระเงินแบบหลายสินทรัพย์, นายหน้าระดับพรีเมียม และการจัดหาเงินทุนแบบครบวงรอบ*

ถัดมาในเดือนสิงหาคม ริปเปิลได้เข้าซื้อบริษัทด้านโซลูชันสเตเบิลคอยน์ *Rail* ด้วยมูลค่าประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ (ราว 2,936 ล้านบาท) โดยเทคโนโลยีของ Rail จะช่วยสนับสนุนการใช้งาน *ริปเปิลUSD(RLUSD)* สเตเบิลคอยน์ที่ริปเปิลพัฒนาขึ้นเอง และในเดือนตุลาคมก็ปิดดีลซื้อกิจการแพลตฟอร์มบริหารการเงินระดับองค์กร *GTreasury* ด้วยมูลค่าประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ (เกือบ 1.5 แสนล้านบาท)

ภายใต้ GTreasury นั้น ริปเปิลยังได้ซื้อบริษัทฟินเทคในซิดนีย์ ได้แก่ *Solvexia* และ *Palisade* ส่งผลให้ความสามารถด้านซอฟต์แวร์การเงินของบริษัทแข็งแกร่งขึ้นในทุกมิติ

ก่อนหน้านี้ ริปเปิลตั้งเป้าที่จะท้าชนระบบ SWIFT ด้วยการนำเสนอเครือข่าย *RippleNet* สำหรับการส่งข้อความทางการเงินระหว่างประเทศ โดยซีอีโอ *แบรด การ์ลิงเฮาส์(Brad Garlinghouse)* เผยแผนว่า ภายใน 5 ปีข้างหน้า ริปเปิลอาจครองส่วนแบ่งได้ถึง 14% ของตลาดการโอนเงินระดับโลกที่ SWIFT ครอบครองอยู่

ปัจจุบัน ริปเปิลมีพันธมิตรกว่า 300 สถาบันทั่วโลก และสามารถลดระยะเวลาในการโอนเงิน รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการสภาพคล่องผ่านเครือข่ายบล็อกเชน *RippleNet* โดยการใช้ XRP ช่วยให้ไม่ต้องมีเงินฝากล่วงหน้า ทำให้เกิดความได้เปรียบด้านการจัดการสภาพคล่อง

*วินเซนต์ แวน โค้ด(Vincent Van Code)* นักวิเคราะห์คริปโต ระบุว่า “ขณะนี้ ริปเปิลไม่ได้ลุยแค่เรื่องโอนเงิน แต่กำลังเจาะเข้าไปถึงแหล่งรายได้สำคัญของธนาคารอย่างเช่นบริการดูแลสินทรัพย์และระบบจัดการการเงิน ซึ่งถือเป็นการเดินหน้าเข้าสู่ยุทธศาสตร์ครอบงำตลาดอย่างแท้จริง”

ฝั่งธนาคารแบบดั้งเดิมกำลังเผชิญกับปัญหาใหญ่จาก *ระบบที่ล้าสมัย* ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า หากธนาคารต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขันเอาไว้ จะต้องใช้เงินลงทุนอย่างน้อย *30-40 พันล้านดอลลาร์* (ราว 4.4 – 5.8 แสนล้านบาท) เพื่อยกเครื่องระบบตั้งแต่ต้น

แนวโน้มทั้งหมดชี้ว่า ริปเปิลกำลังปลดตัวเองออกจากภาพลักษณ์การเป็นเพียงพันธมิตรของธนาคาร ไปสู่การเป็น *ทางเลือกใหม่ของระบบการเงินแบบครบวงจร* ที่เข้ามาแทนที่โครงสร้างพื้นฐานของธนาคารแบบเดิมโดยตรง หากการขยายตัวนี้ยังดำเนินต่อไป ก็อาจส่งผลให้ *พลวัตของอำนาจในโลกการเงินเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่* ได้ในอนาคตอันใกล้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1