บิตคอยน์(BTC) ร่วงลงต่ำกว่าแนวรับสำคัญที่ระดับ *9 หมื่นดอลลาร์* ท่ามกลางแรงขายอย่างรุนแรงและความไม่แน่นอนในตลาด โดยบรรยากาศการลงทุนเริ่มเปลี่ยนเป็นโหมด 'รอดูท่าที' หลังจากนักลงทุนรายใหญ่หลายรายเลือกที่จะชะลอการเข้าซื้อ ขณะที่ *ประธานาธิบดีทรัมป์* กลับมาผลักดันนโยบายภาษีครั้งใหม่ ส่งผลให้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางนโยบายเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งรายงานวิเคราะห์ชี้ว่านี่เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่กดดันราคาบิตคอยน์ในระยะนี้
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์หลุดจากระดับ 9 หมื่นดอลลาร์ หลังจากก่อนหน้านี้นักลงทุนบางรายยังคาดว่าราคาจะสามารถทะลุ 1 แสนดอลลาร์ได้ ความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของทิศทางตลาดเกิดขึ้นเมื่อประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะนโยบายภาษีของทรัมป์ กลับมาเป็นจุดสนใจอีกครั้ง ทรัมป์เพิ่งประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม 10% กับประเทศที่ไม่สนับสนุนสหรัฐฯ ในประเด็นสิทธิการครอบครองกรีนแลนด์ ซึ่งนอกจากจะเป็นสัญญาณทางการเมือง ยังเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การตัดสินใจด้านภาษีของทรัมป์ยังคงอยู่ในภาวะไม่แน่นอน โดยศาลฎีกาสหรัฐยังไม่ได้สรุปคำตัดสินเกี่ยวกับอำนาจของประธานาธิบดีในการใช้มาตรการภาษีขนาดใหญ่ นโยบายที่คลุมเครือเช่นนี้ได้สร้าง 'ภาวะหยุดชะงัก' ในตลาดคริปโต ทำให้นักลงทุนเลือกที่จะรอดูนโยบายและหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
*เดวิด โดโบรวิตสกี* (David Dobrovitsky) ผู้บริหารจากบริษัทที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ โดโบรวิตสกี กล่าวว่า “ตอนนี้ ไม่มีทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้ขายที่มั่นใจในทิศทางตลาด บิตคอยน์จึงเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงแคบ ๆ ระหว่าง 89,000 - 90,000 ดอลลาร์” โดยเสริมว่าในขณะนี้ สภาพตลาดของอีเธอเรียม(ETH) และเอ이다(ADA) ก็อยู่ในสถานะอ่อนแอเชิงโครงสร้างเช่นกัน ทำให้นักลงทุนย้ายเงินเข้าสู่บิตคอยน์ซึ่งดูมีเสถียรภาพมากกว่า อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนย้ายเงินทุนดังกล่าวยังไม่สามารถกระตุ้นแรงซื้อใหม่ได้
ด้านข้อมูลจากแพลตฟอร์ม CoinGlass เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 มกราคม มีเงินทุนไหลออกจากกองทุน ETF ที่เกี่ยวกับบิตคอยน์สูงถึง *709 ล้านดอลลาร์* ถือเป็นการไหลออกมากที่สุดตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2025 ซึ่งสะท้อนถึงความลังเลของสถาบันลงทุนในช่วงนี้
แม้ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาบิตคอยน์จะพยายามฟื้นตัวและทดสอบระดับราคา 98,000 ดอลลาร์ แต่ทุกครั้งก็ถูกกดดันจากแรงขาย จนไม่สามารถรักษาระดับการฟื้นตัวไว้ได้ วิจัยจาก Glassnode ระบุว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วง *‘กลางของระยะตลาดหมี’* โดยราคายังแกว่งตัวระหว่างแนวรับเดิมที่ 81,100 ดอลลาร์กับต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนระยะสั้น หมายความว่า แม้ยังไม่ถึงขั้นมีการเทขายขนาดใหญ่ แต่แรงขายจากผู้ที่ซื้อสะสมมาก่อนหน้ามีผลต่อความสามารถในการฟื้นตัวอย่างชัดเจน
บรรยากาศในตลาดจึงกลับเข้าสู่ *ช่วงรอดูทิศทาง* ผู้เชี่ยวชาญหลายรายประเมินว่า แนวโน้มราคายังไม่มีทิศทางใดที่ชัดเจน โดยเฉพาะต้องจับตาจุดยืนของทรัมป์ในนโยบายภาษีและคำวินิจฉัยจากฝ่ายตุลาการสหรัฐในประเด็นที่เกี่ยวพันกับเศรษฐกิจ สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนถึงภาวะที่นักลงทุนยังไม่กล้าเข้าซื้ออย่างจริงจัง ทั้งผ่านตลาดซื้อขายแบบดั้งเดิมหรือลงทุนใน ETF
ความลังเลนี้สะท้อนทัศนคติตลาดที่ยังเสี่ยงสูง โดยนักลงทุนยังคงชั่งน้ำหนักระหว่าง ‘*โอกาส*’ และ ‘*ความเสี่ยง*’ เมื่อพูดถึงบิตคอยน์และคริปโตเคอร์เรนซี ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายและภาวะจิตวิทยาการลงทุนที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
ความคิดเห็น 0