สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ(SEC) และคณะกรรมการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์(CFTC) เตรียมจัดงานร่วมกันในสัปดาห์หน้า โดยมีเป้าหมายเพื่อประสาน ‘กฎเกณฑ์กำกับดูแลคริปโต’ ให้มีความชัดเจนมากขึ้น ท่ามกลางกระแสผลักดันจากนโยบายโปรคริปโตของประธานาธิบดีทรัมป์ที่กระตุ้นให้เกิดการร่วมมือระหว่างสองหน่วยงานหลักอย่างเป็นรูปธรรม
กิจกรรมดังกล่าวจะจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ของ CFTC ในวันที่ 27 (เวลาท้องถิ่น) โดยมีนักข่าวสายสินทรัพย์ดิจิทัลชื่อดัง เอลีเนอร์ เทอร์เรต ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการ พร้อมทั้งจะมีการถ่ายทอดสดทางเว็บไซต์ของ SEC และ CFTC เปิดให้สาธารณชนรับชมได้ทั่วประเทศ
ในแถลงการณ์ร่วมระหว่าง พอล แอทคิง กรรมาธิการ SEC และ ไมเคิล เซลิก กรรมาธิการ CFTC ระบุว่า “ตลาดคริปโตในสหรัฐกำลังเผชิญกับความสับสนจากการที่กฎหมายและขอบเขตการกำกับดูแลยังไม่ชัดเจน ส่งผลให้ทั้งผู้ประกอบการและนักลงทุนขาดความมั่นใจ” พร้อมชี้ว่า “การประชุมครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศที่เติบโตอย่างยั่งยืนภายใต้กฎหมายของสหรัฐ เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการคุ้มครองนักลงทุนอย่างแท้จริง”
รายงานระบุว่าทั้งสองหน่วยงานเริ่มพูดคุยถึงแนวทางการจัดทำกรอบกำกับดูแลร่วมกันตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยมีการทบทวนแนวคิดเรื่องการฟื้นฟู ‘คณะกรรมการที่ปรึกษาร่วม CFTC-SEC’ เพื่อแก้ไขปัญหาซ้ำซ้อนของอำนาจหน้าที่ และโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
ย้อนกลับไปในเดือนกันยายน ปีที่ผ่านมา ในงานโต๊ะกลมที่จัดขึ้นโดยทั้งสองหน่วยงาน พอล แอทคิง กล่าวอย่างชัดเจนว่า “ยุคของการแตกแยกทางกฎระเบียบได้สิ้นสุดลงแล้ว” และเสริมว่า เมื่อ SEC และ CFTC เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน จะช่วยลบความคลุมเครือ และนำไปสู่การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อ ‘นวัตกรรม’ อย่างแท้จริง พร้อมเตือนว่า “หากสหรัฐยังคงยึดติดกับวิธีการเดิม ๆ ความเป็นผู้นำในด้านเทคโนโลยีการเงินอาจตกไปอยู่ในมือของประเทศอื่นได้”
ในทิศทางเดียวกัน เจมี เซลเวย์ หัวหน้าหน่วยงานด้านการซื้อขายของ SEC ก็ได้แถลงเมื่อวันที่ 22 ว่า หน่วยงานกำลังผลักดันให้กรอบกฎระเบียบของ SEC เข้าใกล้กับ CFTC มากยิ่งขึ้น โดยชี้ว่านี่เป็นสิ่งสำคัญเพื่อการทำงานร่วมกันและล้อไปกับแนวคิดของกรรมาธิการแอทคิงในการประชุมเมื่อเดือนกันยายน
แรงผลักดันจากการประสานงานระหว่าง SEC และ CFTC ยังสะท้อนถึงทางตันของกระบวนการออกกฎหมายในสภาคองเกรส โดยร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตที่คาดหวังว่าจะเป็นก้าวสำคัญ ถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดเนื่องจากแรงต้านจากอุตสาหกรรม
โดย ไบรอัน อาร์มสตรอง ซีอีโอของคอยน์เบส ได้ถอนการสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าวอย่างชัดเจน พร้อมให้ความเห็นว่า “สถานการณ์หลังจากนี้อาจเลวร้ายยิ่งกว่าที่เป็นอยู่” และย้ำว่า "หากจะต้องเลือกระหว่างกฎหมายไม่ดีหรือไม่มีเลย อาจต้องเลือกอย่างหลัง"
ในขณะเดียวกัน ร่างกฎหมาย ‘CLARITY’ ที่เสนอโดยคณะกรรมการเกษตรวุฒิสภา ซึ่งให้ความสำคัญกับบทบาทและอำนาจของ CFTC กลับได้รับเสียงตอบรับในเชิงบวกจากตลาดคริปโต โดยหลายฝ่ายมองว่ามีความใกล้เคียงกับร่างของคณะกรรมาธิการเกษตรสภาผู้แทนราษฎรอยู่พอสมควร ทั้งนี้ กำหนดการพิจารณาร่างกฎหมายนี้อาจถูกขยับไปช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนมีนาคม ภายหลังรัฐบาลให้ความสำคัญกับร่างกฎหมาย ‘การขยายโครงการบ้านสำหรับประชาชนรายได้น้อย’ ตามนโยบายหลักของประธานาธิบดีทรัมป์
การเดินหน้าสร้างความ ‘ชัดเจนด้านกฎระเบียบ’ อย่างเป็นรูปธรรมระหว่าง SEC และ CFTC จึงถูกจับตาว่าอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมคริปโตของสหรัฐ ในระยะยาว ความร่วมมือเช่นนี้อาจช่วยลดความไม่แน่นอนด้านนโยบาย และวางรากฐานให้สหรัฐยังคงเป็นผู้นำในโลกของการเงินดิจิทัลอย่างมั่นคง
*ความคิดเห็น*: ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ชี้ให้เห็นว่า ภาครัฐของสหรัฐฯ เริ่มรับรู้ถึง ‘ความจำเป็น’ ในการสร้างกรอบการกำกับดูแลคริปโตอย่างจริงจัง หากสหรัฐต้องการรักษาสถานะเป็น ‘เมืองหลวงคริปโตของโลก’ ตามฝันวาระใหม่ของทรัมป์ การประสานงานระหว่างหน่วยงานหลักอย่าง SEC และ CFTC จึงอาจเป็นกุญแจสำคัญของอนาคตในอุตสาหกรรมนี้
ความคิดเห็น 0