บริษัทเทคโนโลยีด้านความเป็นส่วนตัว ‘ซามา(Zama)’ สามารถระดมทุนได้มากถึง *1.185 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ* (ประมาณ *1,706 ล้านบาท*) ผ่านการจัดประมูลโทเคนแบบเปิดบนบล็อกเชนอีเธอเรียม(ETH) โดยได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักลงทุนทั่วโลก นับเป็นการจัด *ICO แบบเข้ารหัส* ครั้งแรกภายใต้มาตรฐานใหม่ที่เน้นความปลอดภัยทางข้อมูลบนเชน
เมื่อวันที่ 26 ซามาเผยว่า การประมูลซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 ถึง 24 มกราคม สามารถดึงดูดนักลงทุนรายบุคคลได้ถึง *11,103 ราย* ซึ่งเป็นตัวเลขที่โดดเด่นในอุตสาหกรรม การดำเนินการประมูลมีขึ้นทั้งผ่านแอปของซามาเอง รวมถึง 2 แพลตฟอร์มคริปโตนามว่าคูคอยน์(KuCoin) และคอยน์ลิสต์(CoinList) ซึ่งในที่สุดราคาประมูลปิดอยู่ที่ *0.05 ดอลลาร์สหรัฐ* ต่อโทเคน หรือประมาณ *72 บาท* คิดเป็นอัตราความต้องการที่พุ่งถึง *218%* ของเป้าหมาย
นอกจากนี้ ในวันที่ 24 มกราคม ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการประมูล แอปพลิเคชันของซามาขึ้นแท่นเป็นแอปที่มีธุรกรรมมากที่สุดบนเครือข่ายอีเธอเรียม แซงหน้าโปรโตคอลชื่อดังอย่างยูนิสว็อป(Uniswap), สเตเบิลคอยน์อย่างยูเอสดีที(USDT) และยูเอสดีซี(USDC) ตามข้อมูลจากแดชบอร์ดของ Dune Analytics ซึ่งเผยว่า มูลค่ารวมของสินทรัพย์เข้ารหัสที่ถูกป้องปิด (Total Value Shielded: TVS) สูงถึง *1.174 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ* ภายในเวลาเพียง 3 วัน
สิ่งที่น่าจับตาคือ นี่คือการประมูลรูปแบบ ‘ใบเสนอราคาซ่อน’ (sealed-bid auction) โดยผู้เข้าร่วมเผยเพียงราคาเสนอ แต่ปริมาณโทเคนยังถูกเก็บเป็นความลับ บริษัทระบุว่าออกแบบรูปแบบนี้เพื่อลดพฤติกรรมการเก็งกำไรจากบอตและนักลงทุนที่ลอกกลยุทธ์ผู้อื่น จากการวิเคราะห์เหตุการณ์แจกโทเคนกว่า 100 ครั้ง ซามาสรุปว่าโมเดลการประมูลนี้ตอบโจทย์ทั้งด้าน ‘การค้นหาราคา’, ‘ประสิทธิภาพในการระดมทุน’ และ ‘ความยุติธรรมในการกระจายโทเคน’
ซามาเป็นบริษัทที่กำลังพัฒนาเครื่องมือบล็อกเชนสำหรับรักษาความเป็นส่วนตัวด้วยเทคโนโลยีการเข้ารหัสแบบ Fully Homomorphic Encryption (FHE) ซึ่งช่วยให้สามารถประมวลผลข้อมูลได้โดยไม่ต้องถอดรหัส ถือเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับการจับตามองอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่รัฐบาลและหน่วยงานกำกับกำลังถกเถียงกันเรื่องความสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวกับความมั่นคงของระบบการเงิน
ในฝั่งของสหรัฐฯ มีหน่วยงานบางแห่งเริ่มสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีปกป้องข้อมูลในระบบคริปโต ขณะที่บางเขตอย่างดูไบกลับกำลัง *เข้มงวดกับเหรียญความเป็นส่วนตัว* เช่น โมเนโร(XMR) และซีแคช(ZEC) มากขึ้น จุดนี้เองที่ทำให้ *ZAMA โทเคน* ได้รับแรงสนับสนุนจากผู้ใช้งานที่ต้องการทางเลือกใหม่สำหรับการทำธุรกรรมที่ ‘เป็นส่วนตัวอย่างแท้จริง’
โทเคน ZAMA จะเริ่มแจกจ่ายให้กับผู้เข้าร่วมตั้งแต่วันที่ *2 กุมภาพันธ์* นี้ โดยถูกพัฒนาในรูปแบบ ERC-20 เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานของเครือข่ายอีเธอเรียม และจะถูกใช้งานในการจ่ายค่าธรรมเนียมของโปรโตคอล รวมไปถึงรางวัลจากการสเตก
*ความคิดเห็น:* การระดมทุนของซามาครั้งนี้ไม่เพียงแสดงถึงความสำเร็จของเทคโนโลยีบล็อกเชนในยุคใหม่ แต่ยังตอกย้ำ ‘ความสำคัญของเทคโนโลยีความเป็นส่วนตัว’ ในระบบการเงินแบบไร้ศูนย์กลางอย่าง DeFi ท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านการกำกับดูแลที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความเคลื่อนไหวครั้งนี้อาจเป็นตัวจุดประกายให้โครงการในอนาคตต้องพิจารณาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้งานอย่างลึกซึ้งมากขึ้น
ความคิดเห็น 0