Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ABTC ถือครองบิตคอยน์(BTC) ทะลุ 5,800 เหรียญ มูลค่าแตะ 514 ล้านดอลลาร์ หลังเร่งสะสมสินทรัพย์คริปโต

‘อเมริกันบิตคอยน์’(American Bitcoin, ABTC) บริษัทผู้ถือครอง *บิตคอยน์(BTC)* ที่ได้รับการสนับสนุนจากลูกชายของประธานาธิบดีทรัมป์ ล่าสุดได้เพิ่มการถือครองบิตคอยน์เป็น 5,843 เหรียญ กลายเป็นหนึ่งในบริษัทใหญ่ในอุตสาหกรรมคริปโต โดยหลังจากทำการจดทะเบียนในตลาดแนสแด็กเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2025 บริษัทสามารถทำผลตอบแทนจากบิตคอยน์ได้มากถึง 116% ภายในวันที่ 25 มกราคม 2026 ซึ่งดึงดูดความสนใจอย่างมากจากนักลงทุน

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา บริษัทเปิดเผยผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการว่าได้ซื้อเพิ่มอีก 416 BTC ส่งผลให้มูลค่าการถือครองบิตคอยน์ล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 514 ล้านดอลลาร์ หรือราว 739.7 พันล้านวอน ทั้งนี้ ABTC ใช้กลยุทธ์ ‘BTC เทรเชอรี’ โดยถือครองบิตคอยน์เป็นสินทรัพย์ในงบดุล สะท้อนความมุ่งมั่นในการใช้คริปโตเพื่อสร้างมูลค่าของบริษัท

การเพิ่มการถือครองครั้งนี้ทำให้ ABTC แซงหน้า ‘นากาโมโต’(Nakamoto Inc.) และ ‘เกมสต็อป’(GameStop) ขึ้นเป็นบริษัทอันดับ 18 ที่ถือบิตคอยน์มากที่สุด โดยคาดว่าบริษัทจะยังคงขยายพอร์ตโฟลิโอต่อไป

ราคาหุ้นของ ABTC เพิ่มขึ้น 2% ในการซื้อขายช่วงก่อนเปิดตลาดวันอังคาร อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบตั้งแต่ต้นปี ราคาหุ้นยังคงลดลงราว 11% โดย *ความคิดเห็น* จากนักวิเคราะห์หลายรายชี้ว่าสาเหตุหลักมาจากความไม่แน่นอนด้านการเงินทั่วโลกและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

ในอีกด้านหนึ่ง การเคลื่อนไหวจากฝั่งสถาบันยังคงแข็งแกร่ง โดยเฮดจ์ฟันด์จากนิวยอร์กอย่าง FNY อินเวสต์เมนต์แอดไวเซอร์ส ได้เข้าซื้อหุ้นของ *สไตร์ฟ(Strive, ASST)* บริษัทด้านการลงทุนที่เน้นบิตคอยน์ โดยมีการเปิดเผยว่าการเข้าซื้อจำนวน 160,000 หุ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีมูลค่ารวมประมาณ 125,000 ดอลลาร์ หรือราว 17.9 ล้านบาท โดยราคาซื้ออยู่ที่ราว 118,000 ดอลลาร์

สไตร์ฟถือเป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจากนักการเมืองสายอนุรักษนิยมอย่าง *วิเวก รามาสวามี(Vivek Ramaswamy)* โดยมีกลยุทธ์การระดมทุนเพื่อขยายการถือครองบิตคอยน์ รวมถึงชำระหนี้และลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับคริปโต อีกทั้งเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา บริษัทได้เข้าซื้อ ‘เซมเลอร์ไซแอนติฟิก’ พร้อมคว้าบิตคอยน์เพิ่มอีกกว่า 5,000 เหรียญ ทำให้ยอดถือครองรวมพุ่งขึ้นถึง 12,798 BTC

ด้วยปริมาณการถือครองดังกล่าว สไตร์ฟจึงกลายเป็นบริษัทที่มีบิตคอยน์มากเป็นอันดับที่ 11 ของโลก แซงหน้า *เทสลา(TSLA)* และกลุ่มทรัมป์มีเดียแอนด์เทคโนโลยี ซึ่งเป็นบริษัทของประธานาธิบดีทรัมป์อีกด้วย ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการ *บิตคอยน์* จากนักลงทุนสถาบันที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

*ความคิดเห็น*: การเร่งขยายสินทรัพย์ของบริษัทต่าง ๆ โดยเน้นที่บิตคอยน์ รวมถึงความสนใจจากภาคสถาบัน อาจกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการปรับโครงสร้างตลาดคริปโตในระยะยาว

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1