ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศเสนอชื่อ เควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ(Fed) ให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่ โดยถือเป็นการส่งสัญญาณความเปลี่ยนแปลงในทิศทางของนโยบายการเงินที่อาจส่งผลกระทบต่อ ‘บิตคอยน์(BTC)’ และตลาดทองคำทั่วโลก
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ทรัมป์ประกาศผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของตนเองอย่าง ‘ทรูธ โซเชียล(Truth Social)’ ว่าเขาได้เสนอชื่อวอร์ชอย่างเป็นทางการให้เป็นประธานเฟดคนต่อไป ซึ่งเป็นไปตามกระแสคาดการณ์ในตลาดที่เริ่มหนุนราคาทรัพย์สินเสี่ยงตั้งแต่วันก่อนหน้า
เควิน วอร์ช เป็นอดีตผู้บริหารจากบริษัท มอร์แกน สแตนลีย์ และเคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการเฟดระหว่างปี 2006-2011 โดยเขามักมีแนวโน้มวิจารณ์นโยบาย ‘ผ่อนคลายอย่างสุดขีด’ เช่น การอัดฉีดเงิน(QE) และยืนกรานให้เกิด ‘การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง’ ของระบบการเงิน โดยประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวชื่นชมว่า “รู้จักกันมานาน และเขาจะกลายเป็นหนึ่งในประธานเฟดที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หรืออาจจะดีที่สุดเลยก็ได้”
*บิตคอยน์(BTC)* อาจได้รับผลบวกจากท่าทีของวอร์ช โดยเขาเคยแสดงจุดยืนเชิงบวกต่อคริปโตมากกว่า เจอโรม พาวเวล ผู้ดำรงตำแหน่งปัจจุบัน ในการประชุมที่สถาบันฮูเวอร์เมื่อเดือนกรกฎาคมปีก่อน วอร์ชระบุว่าเขา “ไม่เห็นด้วยว่าบิตคอยน์เป็นภัยต่อศักยภาพในการควบคุมเศรษฐกิจของเฟด” พร้อมชี้ว่าคริปโตเป็นตัวสะท้อน ‘กลไกตลาดเสรี’ รูปแบบใหม่ ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดของพาวเวลที่เรียกบิตคอยน์ว่าเป็น “ทรัพย์สินที่ไม่มีค่า” อยู่ต่อเนื่อง
ความคิดเห็นที่แตกต่างนี้จุดกระแสคาดการณ์ว่า คณะบริหารของทรัมป์อาจปรับท่าทีให้ ‘เป็นมิตรกับคริปโต’ มากขึ้น และเปิดทางให้กับแนวทางกำกับดูแลที่ยืดหยุ่นกว่าเดิม
บรรยากาศในตลาดการเงินเริ่มขยับรับความเป็นไปได้ดังกล่าว โดยนักลงทุนจับตาทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่อาจเปลี่ยนไป หากเฟดอยู่ภายใต้ผู้นำคนใหม่ที่มีแนวคิดแตกต่าง ในขณะที่สินทรัพย์เสี่ยงอย่าง *บิตคอยน์(BTC)* ก็เริ่มมี ‘รีไพรซิ่ง’ หรือการประเมินมูลค่าใหม่จากกระแสข่าว
ด้านราคาทองคำกลับปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน โดยนักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง ปีเตอร์ ชิฟฟ์ ให้ความเห็นว่า “การที่ทองร่วงไม่เกี่ยวข้องกับการเสนอชื่อวอร์ชโดยตรง” พร้อมเสริมว่า “แม้แต่ผู้กำหนดนโยบายที่เคยถูกจัดว่าเป็นสายเหยี่ยว ยังเปลี่ยนใจกลายเป็นสายพิราบไปแล้ว”
ทั้งนี้ การเสนอชื่อยังต้องผ่านขั้นตอนการรับรองจากวุฒิสภา ซึ่งอาจเกิดแรงต้านจากฝ่ายที่กังวลต่ออดีตแนวคิดสายตึงของวอร์ช รวมถึงท่าทีที่วิจารณ์นโยบายคุมเข้มในยุคของพาวเวล
หากทรัมป์สามารถครองตำแหน่งผู้นำต่อไปได้ในศึกเลือกตั้งปีหน้า การแต่งตั้งวอร์ชอาจไม่เพียงเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินเท่านั้น แต่ยังสามารถปรับกรอบ ‘กฎระเบียบคริปโต’ ภาษาใหม่ ที่เปิดกว้างกว่าเดิม โดยเฉพาะหากวอร์ชได้นั่งเก้าอี้ประธานเฟดอย่างเป็นทางการ
‘วอร์ช’ คือผู้เล่นที่เชื่อกันว่าจะผลักดันเฟดให้ออกจากกรอบเดิม และอาจเป็นกลไกสำคัญที่ทรัมป์ใช้ในการเดินเกมยึดทิศทางเศรษฐกิจในอีกหนึ่งปีข้างหน้า *ความคาดหวังต่อเฟดยุคใหม่ ที่ให้พื้นที่กับคริปโตมากขึ้น จึงเริ่มชัดเจนขึ้นทุกขณะ*
ความคิดเห็น 0