ประธานาธิบดีทรัมป์จุดกระแสร้อนในตลาดคริปโตอีกครั้ง หลังโพสต์ภาพ NFT ที่แสดงการสนับสนุนดอจคอยน์(DOGE) ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Truth Social ทำให้นักลงทุนและชุมชนคริปโตหันมาให้ความสนใจ ‘มีมคอยน์’ มากยิ่งขึ้นท่ามกลางกระแสเลือกตั้งสหรัฐฯ ที่กำลังเข้าใกล้
ภาพ NFT ที่เป็นต้นเหตุของกระแสนั้นเป็นภาพของทรัมป์ในลักษณะฮีโร่ โดยมีโลโก้ของดอจคอยน์แปะอยู่บนหน้าอก ถูกเผยแพร่เมื่อเร็ว ๆ นี้ และเป็นหนึ่งในผลงานของคอลเลกชั่น NFT ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2023 ทรัมป์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าเขาเริ่มวางจำหน่าย ‘สินค้าพิเศษ’ ที่เกี่ยวข้องกับ NFT ดังกล่าวอีกด้วย
การเคลื่อนไหวนี้ไม่เพียงกระตุ้นความสนใจจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งเท่านั้น แต่ยังสร้างเสียงตอบรับในหมู่นักลงทุนคริปโตอย่างคึกคัก เนื่องจากทรัมป์เองก็ถือเป็นผู้ที่แสดงออกว่า *สนับสนุนมีมคอยน์* อย่างชัดเจน แม้ว่าไม่มีการประกาศนโยบายอย่างเป็นทางการ หรือความร่วมมือโดยตรงกับดอจคอยน์ แต่พฤติกรรมในการโพสต์เนื้อหาที่สื่อถึงมีมคอยน์บ่อยครั้งก็ทำให้เกิดความคาดหวังในหมู่นักลงทุน
หลายฝ่ายในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นหนึ่งใน *กลยุทธ์ก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ* ในเดือนพฤศจิกายน โดยเฉพาะเมื่อบทบาทของคริปโตในแวดวงการเมืองเริ่มเพิ่มมากขึ้น ทรัมป์เองก็เคยกล่าวถึงบิตคอยน์(BTC) ว่าเป็น ‘ทองคำดิจิทัล’ และเริ่มใช้แนวทางโปรคริปโตเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่สนใจเทคโนโลยีนี้โดยเฉพาะ
กระแสดังกล่าวยังส่งผลต่อราคาในตลาดคริปโต โดยมีมคอยน์ชื่อดังอย่างดอจคอยน์(DOGE), ชิบะอินุ(SHIB), บองค์(BONK) และโฟลกิ(FLOKI) ล้วนมีการดีดตัวขึ้นในระยะสั้นจากอิทธิพลของทรัมป์ แม้ว่าโดยธรรมชาติของมีมคอยน์จะมีความผันผวนสูงและขึ้นอยู่กับกระแส แต่กรณีนี้แสดงให้เห็นว่า *ปัจจัยทางการเมืองสามารถมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างชัดเจน*
นักวิเคราะห์ยังคงเตือนว่าผลกระทบจาก ‘เอ็นเอฟทีของทรัมป์’ อาจมีข้อจำกัด โดย Chainalysis บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนในนิวยอร์กระบุว่า “ภาพ NFT นั้นมีพลังในเชิงสัญลักษณ์ แต่ไม่สามารถใช้เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานหรือแนวโน้มราคาของโปรเจกต์ได้อย่างแม่นยำ”
*ปรากฏการณ์ ‘ทรัมป์เอฟเฟกต์’* ที่โฟกัสผ่านดอจคอยน์อาจยังส่งแรงกระเพื่อมในตลาดมีมคอยน์ต่อไปในระยะสั้น แต่อย่างไรก็ตาม หากจะผลักดันให้เกิดการเติบโตแบบยั่งยืน ราคาของมีมคอยน์เหล่านี้อาจต้องได้รับแรงสนับสนุนจากพื้นฐานเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งและการมีส่วนร่วมของคอมมูนิตี้ที่มากขึ้นควบคู่กันไป
ความคิดเห็น 0