ประธานาธิบดีทรัมป์ ประกาศแต่งตั้ง เควิน วอร์ช(Kevin Warsh) เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)คนใหม่ ดึงดูดความสนใจจากทั้งตลาดโลกและภาคการเมืองในสหรัฐ โดยการกลับมาของวอร์ชถูกมองว่าเป็นสัญญาณไปสู่การเปลี่ยนนโยบายทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการยุติแนวทางแบบผ่อนคลายและหันมาเน้น ‘การควบคุมเงินเฟ้อ’ มากขึ้น
วอร์ชในปัจจุบันดำรงตำแหน่งนักวิจัยอาวุโสที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และเป็นพันธมิตรในบริษัทจัดการสินทรัพย์ดูเคน อย่างไรก็ตาม เขาเคยดำรงตำแหน่งกรรมการเฟดมาก่อนตั้งแต่ปี 2006 ในวัยเพียง 35 ปี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกรรมการที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ของเฟด ก่อนจะพ้นจากตำแหน่งในปี 2011
ทรัมป์กล่าวถึงการแต่งตั้งครั้งนี้ผ่านทาง Truth Social โซเชียลมีเดียของเขาว่า "ผมรู้จักเควินมานาน และเชื่อว่าเขาจะเป็นหนึ่งในประธานเฟดที่ดีที่สุดตลอดกาล" พร้อมย้ำถึงความมั่นใจที่มีต่อทิศทางนโยบายที่จะถูกขับเคลื่อนโดยวอร์ช
วอร์ชเคยทำงานในทำเนียบขาวในรัฐบาลชุดก่อน และเคยดำรงตำแหน่งรองประธานฝ่ายควบรวมกิจการของมอร์แกน สแตนลีย์ โดยสไตล์นโยบายของเขามักเน้น ‘วินัยทางการเงิน’ และต่อต้านการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเกินจำเป็น ซึ่งขัดแย้งกับแนวทางของเฟดในช่วงหลังเกิดวิกฤติโควิด-19 ที่เน้นการอัดฉีดสภาพคล่องเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
‘คำ’ ที่สะท้อนทิศทางนโยบายของวอร์ช คือ 'เข้มงวด', 'อนุรักษนิยม' และ 'ลดขนาดงบดุล' ซึ่งถูกจับตาหนักจากทั้งนักเศรษฐศาสตร์และนักลงทุนทั่วโลก ความเคลื่อนไหวของเขานั้นอาจหมายถึง ‘การสิ้นสุด’ ของยุคนโยบายการเงินแบบอัตราดอกเบี้ยต่ำในระยะยาว
ทันทีที่มีข่าวการเสนอชื่อของวอร์ช ตลาดก็ตอบสนองอย่างฉับพลัน โดยตามข้อมูลจากแพลตฟอร์มพยากรณ์ราคา ‘Polymarket’ และ ‘Kalshi’ โอกาสที่วอร์ชจะได้รับการแต่งตั้งพุ่งขึ้นจากต่ำกว่า 40% เป็น *92%* ภายในวันเดียว แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจที่นักลงทุนมีต่อการเปลี่ยนผ่านในตำแหน่งเฟด
แม้ว่ายังมีชื่ออื่นๆ ที่อยู่ในการพิจารณา เช่น คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์(Christopher Waller), ริก รีดเดอร์(Rick Rieder) และ เควิน แฮสเสต(Kevin Hassett) แต่หลังจากคำกล่าวยืนยันจากทรัมป์ กระแสดูเหมือนจะเอนเอียงมาทางวอร์ชอย่างชัดเจน
สำหรับประธานเฟดคนปัจจุบัน เจอโรม พาวเวลล์(Jerome Powell) จะครบวาระในเดือนพฤษภาคม 2026 ขณะที่ฝ่ายของทรัมป์สามารถควบคุม 3 ใน 7 ที่นั่งของกรรมการเฟดแล้ว การได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภาจึงเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ไม่น่าจะเกิดปัญหา
‘ความคิดเห็น’: หากวอร์ชได้รับการแต่งตั้งจริง การเปลี่ยนแปลงนโยบายหลังจากนี้อาจมีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์ทั่วโลก รวมถึงตลาดคริปโตเคอร์เรนซีที่ยังอ่อนไหวต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ย การจับตานโยบายของเฟดจึงยังคงเป็น ‘หัวใจ’ สำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนในตลาดทุกประเภท
ความคิดเห็น 0