นูแบงค์เดินหน้ารุกตลาดสหรัฐฯ หลังได้รับ ‘ไฟเขียว’ จัดตั้งธนาคารภายใต้เงื่อนไขจาก OCC
นูแบงค์ (Nubank) ฟินเทคยักษ์ใหญ่จากบราซิล ได้รับการอนุมัติแบบมีเงื่อนไขจากสำนักงานควบคุมสกุลเงินของสหรัฐฯ (OCC) ให้จัดตั้งสถาบันธนาคารแห่งชาติ (National Bank Charter) ในสหรัฐฯ ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับการขยายธุรกิจสู่ตลาดการเงินระดับโลก โดยจะสามารถให้บริการฝากเงิน, สินเชื่อ, บัตรเครดิต รวมถึงการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลได้ภายในประเทศ
บริษัทกำลังเข้าสู่กระบวนการจัดตั้งธนาคารอย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องผ่านเงื่อนไขด้านเงินทุน และการตรวจสอบจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด รวมถึงต้องได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากทั้ง FDIC และ Fed จึงจะสามารถเริ่มดำเนินการได้จริง
โครงการในครั้งนี้นำโดยผู้ร่วมก่อตั้งอย่าง คริสตินา จุนเกย์รา(Cristina Junqueira) และแต่งตั้ง โรแบร์โต คัมโปส เนตู(Roberto Campos Neto) อดีตผู้ว่าการธนาคารกลางบราซิล เป็นประธานคณะกรรมการบริหาร โดยตั้งเป้าว่าจะเปิดให้บริการธนาคารในสหรัฐฯ ได้เต็มรูปแบบภายในอีกไม่เกิน 18 เดือนข้างหน้า
ยุทธศาสตร์ใหม่ของนูแบงค์: จากฟินเทคสู่ผู้นำสินทรัพย์ดิจิทัล
การขยับครั้งนี้สะท้อนแผนระยะยาวของนูแบงค์ในการขยายธุรกิจด้านสินทรัพย์ดิจิทัล โดยในปี 2022 บริษัทได้ร่วมมือกับแพกซอส (Paxos) เพิ่มฟีเจอร์ให้ผู้ใช้สามารถซื้อ เก็บ และขายบิตคอยน์(BTC) และคริปโตสกุลอื่นได้โดยตรงบนแอปพลิเคชัน พร้อมประกาศลงทุนในบิตคอยน์คิดเป็น 1% ของสินทรัพย์สุทธิของบริษัท
ต่อมาในเดือนมีนาคม 2023 นูแบงค์ได้เพิ่มเหรียญหลักอีก 4 สกุล ได้แก่ เอ이다(ADA), เนียร์โปรโตคอล(NEAR), คอสโมส(ATOM) และอัลโกแลนด์(ALGO) บนแพลตฟอร์มในบราซิล รวมจำนวนเหรียญที่รองรับเป็น 20 สกุล และในเดือนกันยายน นูแบงค์ยังได้ทดลองระบบชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ที่ผูกกับดอลลาร์โดยเชื่อมต่อเข้ากับระบบบัตรเครดิต สะท้อนแนวคิดสร้าง ‘โครงสร้างผสม’ ระหว่างโลกการเงินเก่ากับโลกดิจิทัล
ถือธงรบศึก ‘ใบอนุญาตธนาคาร’ ของฟินเทคและคริปโตทั่วโลก
แนวทางของนูแบงค์ยังสอดคล้องกับกระแสฟินเทคและบริษัทคริปโตทั่วโลกที่กำลังแย่งชิงพื้นที่ในสหรัฐฯ ด้วยการยื่นขอใบอนุญาตธนาคาร โดยในเดือนธันวาคม 2023 บริษัทผู้ออกสเตเบิลคอยน์ดอลลาร์อย่างเซอร์เคิล(Circle) และริปเปิล(Ripple) ต่างได้รับเงื่อนไขอนุญาตจัดตั้งธนาคารทรัสต์แห่งชาติจาก OCC ไปแล้ว
นอกจากนี้ บิทโก(BITGO), ฟิเดลิตี้ ดิจิทัล แอสเสท(Fidelity Digital Assets) และแพกซอส ต่างก็ประสบความสำเร็จในการแปลงสถานะจากบริษัททรัสต์ทั่วไปเป็นธนาคารทรัสต์แห่งชาติ ในขณะที่เรโวลูท(Revolut) บริษัทคริปโตฟินเทคจากลอนดอน ก็เพิ่งยื่นขอใบอนุญาตธนาคารสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 พร้อมเปิดแผนขยายธุรกิจระดับโลกที่ประเมินมูลค่าบริษัทไว้สูงถึง 75,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 108.4 ล้านล้านวอน
หลังตีตลาดอเมริกา...เป้าหมายต่อไปของนูแบงค์คืออะไร?
ปัจจุบันนูแบงค์มีฐานผู้ใช้งานกว่า 127 ล้านคน จาก 3 ประเทศในลาตินอเมริกา ได้แก่ บราซิล เม็กซิโก และโคลอมเบีย นับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2013 บริษัทยังได้สร้างปรากฏการณ์สำคัญด้วยการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กเมื่อปี 2021
ขณะเดียวกัน ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ที่มีแนวโน้มผ่อนคลายกฎระเบียบทางการเงินมากขึ้น ก็ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้ฟินเทคและคริปโตสตาร์ทอัพสามารถเข้าสู่ตลาดธนาคารสหรัฐฯ ได้ง่ายยิ่งขึ้น โดย OCC เพิ่งเปิดเผยแผนปรับปรุงแนวทางกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มเติม ทั้งในด้านการอนุญาตการรับฝากสินทรัพย์ การจัดตั้งบริษัททรัสต์ และการขยายอำนาจในการดำเนินงานด้านคริปโต
หากนูแบงค์สามารถทำตามข้อกำหนดของหน่วยงานสหรัฐฯ ได้ครบถ้วนและเปิดธนาคารได้สำเร็จ ก็อาจกลายเป็น ‘กรณีศึกษาแรก’ ของฟินเทคจากละตินอเมริกาที่เติบโตสู่การเป็นธนาคารระดับโลกที่มีจุดยืนชัดเจนด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ชวนจับตาว่าเงื่อนไขครั้งนี้อาจไม่ใช่แค่ "ใบเบิกทาง" แต่เป็นการเปิดฉากบทใหม่ของโลกการเงินแห่งอนาคตก็เป็นได้
ความคิดเห็น 0