**บิตคอยน์(BTC) ร่วงหลุด Top 10 สินทรัพย์มูลค่าสูงสุดทั่วโลก ทองคำยึดแชมป์**
บิตคอยน์(BTC) ร่วงจากอันดับ 10 เหลืออันดับ 11 ของสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุดในโลก หลังจากต้องเผชิญกับแรงขายหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางตลาดที่ผันผวน ส่งผลให้เกิดการ ‘ล้างพอร์ต’ ล็อตใหญ่จากนักลงทุนที่ถือสถานะ Long และส่งผลกระทบต่อราคาบิตคอยน์โดยตรง
ตามข้อมูลจากหลายแหล่งในตลาดคริปโต บิตคอยน์มีมูลค่าล่าสุดอยู่ที่ประมาณ 83,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.2 ล้านบาทต่อเหรียญ ส่งผลให้มูลค่ารวมทั้งตลาดของบิตคอยน์ลดลงมาอยู่ที่ราว 1.65 ล้านล้านดอลลาร์ (ประมาณ 2,390 ล้านล้านบาท) โดยหล่นไปอยู่อันดับ 11 ตามหลังบริษัทใหญ่อย่างซาอุดี อารัมโก และทีเอสเอ็มซี ในขณะที่ ‘ทองคำ’ ยังคงครองอันดับ 1 ด้วยการทำจุดสูงสุดใหม่จากแรงหนุนของปริมาณการซื้อขายล่วงหน้าที่เพิ่มขึ้น
ย้อนไปเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว บิตคอยน์เคยแตะระดับกว่า 126,000 ดอลลาร์ หรือราว 1.8 ล้านบาทต่อเหรียญ ทำให้มูลค่าตลาดทะลุถึง 2.5 ล้านล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเกิดการบังคับขายตำแหน่ง Long มูลค่ากว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ในรอบสัปดาห์เดียว ส่งผลให้ราคาหล่นจาก 90,000 ดอลลาร์ เหลือต่ำกว่า 82,000 ดอลลาร์ ตลาดเริ่มวิตกว่าบิตคอยน์อาจเข้าสู่ ‘ตลาดหมี’ ระยะยาว
**สหรัฐฯ คว่ำบาตร 2 แพลตฟอร์มคริปโตเชื่อมโยงอิหร่าน**
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ภายใต้การดูแลของสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ (OFAC) ออกมาตรการคว่ำบาตร 2 แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่จดทะเบียนในอังกฤษ ซึ่งเชื่อมโยงกับเครือข่ายการเงินของอิหร่าน นับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้มาตรการทางเศรษฐกิจกับ ‘บริษัทคริปโต’ ภายใต้ประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศ
รายงานระบุว่า มาตรการชุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของ ‘ยุทธศาสตร์ตอบโต้เชิงรุก’ ต่อการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัลของเจ้าหน้าที่อิหร่าน เพื่อหลบเลี่ยงการคว่ำบาตรและกดขี่ประชาชนในประเทศ รายชื่อบุคคลที่ถูกเพิ่มเข้าในบัญชีดำรวมถึง เอสกันดาร์ โมเมนี รัฐมนตรีมหาดไทยของอิหร่าน และบาบัค มอร์เตซา จันซานี นักธุรกิจที่เคยถูกจำคุกฐานยักยอกรายได้จากน้ำมัน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวและกลับมาเป็นบุคคลสำคัญในเครือข่ายสนับสนุนทางการเงินของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม(IRGC)
สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีการคลังสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์ว่า “สหรัฐฯ จะเดินหน้าดำเนินมาตรการต่อบุคคลและเครือข่ายที่หาผลประโยชน์ส่วนตัวบนความทุกข์ของชาวอิหร่านอย่างต่อเนื่อง”
**ไบแนนซ์ดันบิตคอยน์เต็มพอร์ต ‘กองทุน SAFU’ เพื่อคุ้มครองผู้ใช้งาน**
แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตระดับโลกอย่างไบแนนซ์ ประกาศในการแถลงการณ์ล่าสุดว่า จะทำการปรับโครงสร้าง ‘กองทุนคุ้มครองผู้ใช้งาน’ หรือ SAFU (Secure Asset Fund for Users) โดยเปลี่ยนเป็น ‘ถือบิตคอยน์ 100%’ ภายใน 30 วันข้างหน้า
กองทุน SAFU จัดสรรมาจากค่าธรรมเนียมการเทรดบนแพลตฟอร์ม โดยมีเป้าหมายเพื่อชดเชยความเสียหายในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น การถูกแฮ็ก หรือการล่มของระบบ ซึ่งในรอบนี้ปริมาณเงินในกองทุนดังกล่าวจะถูกแปลงเป็นบิตคอยน์ทั้งหมด เพื่อสะท้อนความเชื่อว่า ‘บิตคอยน์ไม่ใช่แค่สินทรัพย์เพื่อการลงทุน แต่คือแกนหลักระยะยาวของอุตสาหกรรมคริปโต’
ไบแนนซ์ยืนยันว่าจะเติมทุนเพิ่มเติมทันทีหากมูลค่ากองทุนลดลงต่ำกว่า 800 ล้านดอลลาร์ โดยตั้งเป้ารักษาสินทรัพย์ไว้ที่ 1 พันล้านดอลลาร์หรือราว 1.45 แสนล้านบาท ทั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาเสริมเหรียญหลักอื่นอย่าง BNB เข้ามาในพอร์ตด้วย
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวนี้ยังถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับ ‘ความเสี่ยงด้านราคาของตัวบิตคอยน์’ ว่าอาจทำให้มูลค่ากองทุนลดลงหากตลาดผันผวน แต่ไบแนนซ์ยืนยันว่าจะรับมือกับความท้าทายของตลาดในทุกวัฏจักร และยังย้ำบทบาทของตนในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมที่ต้องคงเสถียรภาพให้แพลตฟอร์มและผู้ใช้งาน
ความคิดเห็น: การนำบิตคอยน์มาใช้เป็นสินทรัพย์หลักในการคุ้มครองผู้ใช้งาน ถือเป็นการสะท้อนความมั่นใจว่าบิตคอยน์จะคงมูลค่าในระยะยาว แต่ในขณะเดียวกัน ความผันผวนของราคาก็อาจกลายเป็นดาบสองคมในยามวิกฤตเช่นกัน
ความคิดเห็น 0