บิตคอยน์(BTC) ร่วงแรง 7% ช่วงสุดสัปดาห์ อาจเป็นจุดต่ำสุดของวัฏจักร หากอ้างอิงจากความเห็นของนักวิเคราะห์คริปโตอย่าง Plan C ที่ชี้ว่า การปรับฐานครั้งนี้มีลักษณะใกล้เคียงกับ ‘การยอมแพ้ในตลาดกระทิง’ ซึ่งมักเกิดขึ้นก่อนเกิดแนวโน้มขาขึ้นใหม่
เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์หล่นลงไปแตะระดับ 77,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.11 ล้านบาท ก่อนจะดีดกลับขึ้นมาเล็กน้อยมาเคลื่อนไหวที่ระดับประมาณ 78,600 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.14 ล้านบาท) แม้จะฟื้นตัวได้บางส่วน แต่อย่างไรก็ตามราคานี้ยังคง ‘ห่างจากจุดสูงสุดตลอดกาล’ เมื่อเดือนตุลาคมปีก่อนที่ 126,100 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.83 ล้านบาท) ถึงประมาณ 38%
Plan C ได้โพสต์บนแพลตฟอร์ม X (ชื่อเดิม Twitter) ระบุว่า การปรับฐานในลักษณะนี้เกิดขึ้นคล้ายกับรอบก่อนหน้า เช่น ช่วงปี 2018 ที่ราคาร่วงไปใกล้ระดับ 3,000 ดอลลาร์, วิกฤตโควิดปี 2020 และช่วง FTX–ลูน่า ที่บิตคอยน์เคลื่อนไหวในช่วง 15,500–17,500 ดอลลาร์ ทั้งนี้ เขามองว่า ‘ราคาต่ำสุดของวัฏจักร (cycle bottom)’ รอบนี้อาจอยู่ที่ช่วง 75,000–80,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.08–1.16 ล้านบาท)
อย่างไรก็ตาม มีเสียงเตือนจากนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญว่าการตีความราคาที่ผันผวนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ควรทำด้วยความระมัดระวัง โดย Plan C ระบุว่า หนึ่งในสาเหตุของการร่วงครั้งนี้มาจาก ‘ความผิดพลาดของระบบบนไบแนนซ์’ ซึ่งอาจทำให้ตลาดตอบสนอง ‘รุนแรงเกินปกติ’ ด้านราจาต โซนี นักบัญชีการเงินและผู้สนับสนุนบิตคอยน์เตือนว่า “อย่าหลงเชื่อการเคลื่อนไหวในช่วงสุดสัปดาห์มากเกินไป เพราะเป็นช่วงเวลาที่ผันผวนที่สุด” พร้อมเสริมว่า การปรับฐาน 35–40% ถือเป็นเรื่องปกติในช่วงตลาดขาขึ้นของบิตคอยน์
ขณะเดียวกัน นักเทรดระดับตำนานอย่าง ปีเตอร์ แบรนต์ เตือนว่าบิตคอยน์อาจร่วงลงถึง 60,000 ดอลลาร์ (ราว 8.71 แสนบาท) ภายในไตรมาส 3 ปี 2026 ขณะที่เบนจามิน โคเวน ชี้ว่า จุดต่ำสุดของรอบอาจมาถึงในเดือนตุลาคมปีนี้ และก่อนหน้านั้น ตลาดอาจจะเกิด ‘การดีดตัวแบบจำกัด (relief rally)’ เป็นระยะ
ในมุมมองมหภาค แรงกดดันต่อตลาดคริปโตยังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากท่าทีตึงเครียดของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) และสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่ทำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต ซาเมอร์ ฮัสซัน นักวิเคราะห์จาก XS.com ชี้ว่า ขณะนี้เฟดยังไม่ส่งสัญญาณว่าจะหยุดขึ้นหรือเริ่มลดดอกเบี้ย ขณะที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ก็ดูจะถ่วงตลาดอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก CoinGlass ยังระบุว่า ปริมาณสัญญาฟิวเจอร์สคงค้างในตลาดคริปโตลดลงไปมากกว่า 42% เมื่อเทียบกับจุดสูงสุดในอดีต แสดงถึงกระแสการเก็งกำไรที่ชะลอ อีกทั้ง การขายทำกำไรหลังการดีดตัวระยะสั้นยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ตลาดไม่สามารถรักษาแรงส่งได้
นอกจากนี้ เงินทุนยังไหลเข้าสู่ทองคำและโลหะเงิน ซึ่งถือเป็น ‘สินทรัพย์ปลอดภัย’ มากขึ้น แทนที่สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโต โดยผู้เชี่ยวชาญมองว่า บิตคอยน์ยังคงถูกจัดอยู่ในกลุ่ม ‘ทรัพย์สินความเสี่ยงสูง’ ไปอีกระยะ คาดว่าสถานการณ์จะยังไม่เปลี่ยนแปลงจนกว่าประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ จะส่งสัญญาณชัดเจนเรื่องการผ่อนคลายนโยบาย และเมื่อความเสี่ยงทั่วโลกเริ่มคลี่คลายลง
ความคิดเห็น 0