การถกเถียงในวงการ *บิตคอยน์(BTC)* ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง เมื่อนักพัฒนาและนักลงทุนรายสำคัญแสดงจุดยืนไม่ลงรอยกันเกี่ยวกับ *ภัยคุกคามจากคอมพิวเตอร์ควอนตัม* โดยเฉพาะในเรื่อง ‘ระดับความเร่งด่วน’ ที่ควรให้ความสำคัญกับ *ความปลอดภัยหลังยุคควอนตัม (Post-Quantum Security)*
เมื่อวันที่ 4 ที่ผ่านมา การอภิปรายในคอมมูนิตี้ ‘Bitcoin X’ กลายเป็นเวทีชนตรงระหว่าง *นิค คาร์เตอร์(Nic Carter)* ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทลงทุน *Castle Island Ventures* และ *แมตต์ คอราโล(Matt Corallo)* หนึ่งในนักพัฒนาระดับแกนนำของบิตคอยน์ โดยทั้งสองมีมุมมองที่แตกต่างกันเกี่ยวกับวิธีที่ควรเตรียมความพร้อมต่อการมาถึงของคอมพิวเตอร์ควอนตัม
จุดเริ่มต้นของการถกเถียงมาจากความคิดเห็นของผู้ใช้งานรายหนึ่งซึ่งเสนอให้บริษัทผู้ดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลรายใหญ่จัดตั้งทีมพัฒนาเพื่อรองรับบิตคอยน์ในยุคควอนตัม แต่คอราโลตอบโต้ทันทีว่า “งานวิจัยในด้านนี้มีมาอย่างต่อเนื่อง” พร้อมชี้ว่าชุมชนกำลัง *ตีค่าภัยคุกคามต่ำกว่าความเป็นจริง* ขณะที่คาร์เตอร์เห็นตรงกันข้าม โดยเน้นย้ำว่า “การตอบสนองในปัจจุบันยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น และสิ่งที่สำคัญกว่าก็คือ *ความล่าช้าของการเห็นพ้องร่วมกันในวงกว้าง (Social Consensus)*”
คาร์เตอร์มองว่า หากสมมุติให้ *คอมพิวเตอร์ควอนตัม* พร้อมใช้งานเชิงพาณิชย์ในปี 2035 การเตรียมความพร้อมต้องเริ่มตั้งแต่ตอนนี้ เพราะอาจนำไปสู่ความจำเป็นที่ผู้ใช้งาน *ต้องอัปเดตกุญแจส่วนตัวทั้งหมดภายในเวลาจำกัด* มิฉะนั้นมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียสินทรัพย์อย่างไม่สามารถเรียกคืนได้
อย่างไรก็ตาม คอราโลตอบโต้แบบตรงไปตรงมาว่า “อย่าปลุกปั่นความกลัว” พร้อมยืนยันว่าองค์กรแพลตฟอร์มระดับแกนนำของบิตคอยน์อย่าง *Blockstream* และ *Chaincode Labs* ได้จัดทีมนักวิจัยเฉพาะทางเพื่อเตรียมการเรื่อง *อัปเกรดโปรโตคอลให้ทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัม* แล้วเช่นกัน พร้อมเสริมว่า “ประเด็นนี้ไม่ใช่เรื่องของการตลาดอย่างที่หลายคนเข้าใจผิด”
ขณะที่คาร์เตอร์ชี้ว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างความปลอดภัยนั้นมีความซับซ้อนสูง เพราะผู้ใช้ต้อง *ย้ายสินทรัพย์ออกจากที่อยู่เดิมทั้งหมด* คอราโลก็โต้แย้งว่า “หากใช้กระเป๋าเงินที่สร้างจาก ‘วลีรหัสรักษาความปลอดภัย (Seed Phrase)’ ซึ่งยังคงปลอดภัย ก็ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการเคลื่อนย้าย”
ข้อพิพาทครั้งนี้ยังสะท้อนความขัดแย้งที่ลึกกว่าทางเทคนิค เพราะ *แนวคิดและวัฒนธรรมการพัฒนาของบิตคอยน์* ก็ถูกนำมาอภิปรายด้วย คาร์เตอร์วิจารณ์ว่า กลุ่มนักพัฒนาหลักของบิตคอยน์ซ่อนตัวตนและเลี่ยงความรับผิดชอบ ขณะที่คอราโลสวนกลับว่า “คาร์เตอร์ดูเหมือนต้องการการตลาดมากกว่าการแก้ปัญหา” พร้อมย้ำว่าการวิจัยมีความต่อเนื่องแต่นำเสนออย่างเงียบ ๆ
ด้าน *คริสติน คิม(Christine Kim)* ผู้ก่อตั้ง Protocol Watch เสริมว่า การเปรียบเทียบบิตคอยน์กับบล็อกเชนอื่นที่มีการเปิดเผย ‘โร้ดแมป’ ชัดเจนไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เพราะ “*บิตคอยน์ไม่ใช่บริษัท*” และการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องนี้กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางอย่างเมลลิ่งลิสต์, IRC และฟอรัมต่าง ๆ อยู่แล้ว
เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นถึง *ความท้าทายในการกำหนดจุดสมดุลระหว่างความโปร่งใสกับความระมัดระวัง* ในการพัฒนาบิตคอยน์ และสะท้อนว่าความเห็นระหว่างผู้ที่ต้องการตอบโต้ภัยคุกคามอย่างรวดเร็ว กับกลุ่มที่เลือกจะเดินหน้าอย่างมั่นคงนั้นยังคงห่างกันอยู่ไม่น้อย
ในขณะเดียวกัน ราคาบิตคอยน์ในวันที่เกิดการอภิปรายอยู่ที่ *76,268 ดอลลาร์ หรือประมาณ 1,113.9 ล้านบาท* ซึ่งอาจสะท้อนให้เห็นว่าตลาดยังคงให้ความเชื่อมั่นในระดับหนึ่ง ท่ามกลางเสียงถกเถียงที่ร้อนแรงในชุมชนเอง
ความคิดเห็น 0