แพลตฟอร์มตลาดซื้อขายการคาดการณ์ ‘โพลิมาร์เก็ต(Polymarket)’ ที่พัฒนาบนเครือข่ายโพลิกอน(MATIC) ประกาศเปลี่ยนระบบการชำระเงินจากการใช้ ‘USDC.e’ ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่ถูกส่งผ่านบริดจ์ มาเป็น ‘USDC’ ที่ถูกออกแบบและออกโดยเซอร์เคิล(Circle) โดยตรง จุดมุ่งหมายคือเพื่อเพิ่มทั้ง ‘ความเสถียร’ ของการชำระเงิน และ ‘ประสิทธิภาพด้านเงินทุน’ ให้กับผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม
เมื่อวันที่ 1 (ตามเวลาท้องถิ่น) เซอร์เคิลออกแถลงการณ์ยืนยันว่าจะร่วมมือกับโพลิมาร์เก็ตในการเปลี่ยนรูปแบบหลักประกันให้ใช้ ‘USDC แบบเนทีฟ’ ซึ่งเป็นสเตเบิลคอยน์ที่เซอร์เคิลออกโดยตรงบนเครือข่ายโพลิกอน แทนที่ ‘USDC.e’ ที่เป็นสินทรัพย์จากเครือข่ายอื่นที่ถูกนำเข้ามาด้วยบริดจ์ โครงสร้างใหม่นี้ถือเป็นหนึ่งในโครงการต่อเนื่องของเซอร์เคิลในการส่งเสริม *สภาพแวดล้อมด้านการชำระเงินที่มีความปลอดภัยและขยายตัวได้ง่ายมากขึ้น*
ข้อมูลของ USDC.e ระบุว่า เป็นโทเคนจากเชนอื่น เช่น อีเธอเรียม(ETH) ที่ถูกนำเข้ามายังโพลิกอนผ่านบริดจ์ โดยมีการล๊อกเงินต้นบนเชนต้นทางก่อนออกโทเคนในเครือข่ายใหม่ ซึ่งมีกลไกที่ซับซ้อนและอาจเสี่ยงต่อความไม่โปร่งใส ในขณะที่ ‘USDC แบบเนทีฟ’ ถูกออกโดยตรงบนโพลิกอน และสามารถแลกคืนเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในอัตรา 1:1 ได้ ทำให้มีความน่าเชื่อถือมากกว่า
เซอร์เคิลระบุว่า การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะเป็น ‘รากฐานสำคัญ’ ของการสร้างโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ที่เน้นความคล่องตัวและใช้งานจริงได้ในวงกว้าง ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นหลังจากที่ตลาดคริปโตพบเหตุการณ์การแฮกบริดจ์ข้ามเชนหลายครั้งในอดีต ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผ่านทางแพลตฟอร์มบริดจ์
เชน โคปลัน(Shayne Coplan) ซีอีโอของโพลิมาร์เก็ต แสดงความคิดเห็นว่า “การเปลี่ยนมาใช้สเตเบิลคอยน์ที่มีฐานจากดอลลาร์ที่น่าเชื่อถือและโปร่งใส จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับตลาด และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งานได้อย่างมีนัยสำคัญ”
โพลิมาร์เก็ตเป็นตลาดคาดการณ์แบบ Web3 ที่เปิดให้ผู้เล่นสามารถวางเดิมพันหรือซื้อขายความเป็นไปได้ของเหตุการณ์จริง ตั้งแต่การเมืองไปจนถึงเหตุการณ์โลก โดยสเตเบิลคอยน์ถูกใช้เป็นหลักประกันหลักในระบบ และพบว่าการใช้งานมักจะพุ่งสูงขึ้นในช่วงที่มีเหตุการณ์ใหญ่ เช่น การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ
ปัจจุบัน USDC ของเซอร์เคิลเป็น *สเตเบิลคอยน์ขนาดใหญ่อันดับสองของโลก* รองจากเทเธอร์(USDT) โดยข้อมูลจาก DefiLlama ระบุว่ามีมูลค่ารวมในระบบประมาณ 70.77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือราว 10.36 ล้านล้านวอน)
ตลาดการคาดการณ์เริ่มคึกคักมากขึ้นในช่วงหลัง โดยเมื่อเดือนธันวาคม 2023 เจมินีเปิดตัวบริการใหม่ ‘เจมินี พรีดิกชันส์’ ที่ให้บริการทั่วสหรัฐ ขณะที่ คอยน์เบสก็จับมือกับคาลชี(Kalshi) เปิดแพลตฟอร์มลักษณะเดียวกัน ส่วนคริปโตดอทคอมเปิดตัว ‘OG’ แพลตฟอร์มคาดการณ์แบบอิสระในปี 2026
นอกจากนี้ แอปหุ้นอย่าง โรบินฮู้ด และ แพลตฟอร์มเดิมพันกีฬาอย่าง ดราฟต์คิงส์ ก็กำลังเตรียมรุกเข้าสู่ตลาดนี้ในปี 2025 โดยได้รับแรงหนุนจากการเลือกตั้งสหรัฐที่ใกล้เข้ามา แม้ขณะเดียวกันจะมีเสียงวิจารณ์ว่าบางรายการซื้อขายอาจเกี่ยวข้องกับข้อมูลวงใน และบางรัฐก็เริ่มมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับ ‘สถานะทางกฎหมาย’ ของแพลตฟอร์มเหล่านี้
การที่โพลิมาร์เก็ตหันมาใช้สเตเบิลคอยน์ ‘แบบเนทีฟ’ โดยตรงถือเป็นหมากเดินเกมที่สำคัญในการสร้าง *ความเชื่อมั่น* ให้กับทั้งตลาดและผู้เล่น การลดความซับซ้อนจากระบบบริดจ์ ส่งเสริมความโปร่งใส และแนวทางที่สอดคล้องกับข้อกำกับดูแล เป็นประเด็นที่สร้างความได้เปรียบให้กับแพลตฟอร์มในโลกของ Web3 ที่กำลังแข่งขันอย่างดุเดือด ความน่าเชื่อถือของ *สินทรัพย์ที่ใช้ชำระเงิน* กำลังกลายเป็นจุดต่างที่มีนัยต่อความสำเร็จในสนามนี้
ความคิดเห็น 0