Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

DDC ซื้อบิตคอยน์อีก 105BTC ดันความสนใจสะสมคริปโต-ลิควิดเชน(LiquidChain) โดดเด่นจากวิกฤติสภาพคล่อง

DDC ซื้อบิตคอยน์เพิ่มอีก 105BTC ส่งผลให้ตลาดกลับมาให้ความสนใจกับประเด็นการสะสมคริปโตในหมู่บริษัทอีกครั้ง ขณะเดียวกัน ‘วิกฤติสภาพคล่อง’ ที่เกิดจากการถอนสินทรัพย์ออกจากตลาดก็กลายเป็นปัจจัยที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานแบบ ‘ครอสเชน’ ที่สามารถเชื่อมโยงกันระหว่างบล็อกเชนต่างๆ ได้ โดยโครงการอย่าง *ลิควิดเชน(LiquidChain)* เริ่มได้รับความสนใจจากตลาดในฐานะเครื่องมือใหม่ที่ช่วยทำให้การถ่ายโอนสภาพคล่องมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ DDC ไม่ได้เพียงแค่ขยายการถือครองบิตคอยน์ แต่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นฐานของตลาดที่เริ่มเคลื่อนเข้าสู่การเลือก ‘สินทรัพย์หายาก’ แทน ‘เงินสด’ ซึ่งขาดความน่าเชื่อถือ เช่นเดียวกับบริษัทอย่าง *สเตรทเทจี(Strategy)* และ *เซมเลอร์ ไซเอนทิฟิก(Semler Scientific)* ที่วางตำแหน่งบิตคอยน์เป็นมากกว่าสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วไป แต่เป็น ‘ทองคำดิจิทัล’ ในเชิงกลยุทธ์ทางการเงิน

หลังการซื้อในรอบล่าสุด บิตคอยน์มูลค่ากว่า 1,546,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 227.2 ล้านบาท) ถูกย้ายไปยังบัญชี *โคลด์วอลเล็ต* ซึ่งแน่นอนว่ายิ่งบีบข้อเสนอในตลาดและเพิ่มความกังวลเรื่องอุปทาน ฝั่งตรงข้าม การที่คริปโตจำนวนมากถูก ‘แช่แข็ง’ไว้ในกระเป๋าที่ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ก็กลายเป็นปัญหาการขาดสภาพคล่อง โดยเฉพาะเมื่อต้องการนำไปใช้งานบนแพลตฟอร์มอื่น เช่น *อีเธอเรียม(ETH)* หรือ *โซลานา(SOL)*

แม้แนวโน้มการถือครองบิตคอยน์โดยสถาบันยังคงขยายตัว แต่การใช้สินทรัพย์ดังกล่าวในโลกดีไฟ (DeFi) ยังคงถูกจำกัด เนื่องจากกระบวนการโอนข้ามเครือข่ายในปัจจุบันยังซับซ้อน เสี่ยง และใช้เวลา โหนดบริดจ์ และค่าส่งเป็นอุปสรรคหลัก

ในจุดนี้ *ลิควิดเชน* ได้พัฒนาโปรโตคอลแบบ *Layer 3* ซึ่งสามารถให้ผู้ใช้เข้าถึงทั้งบิตคอยน์ อีเธอเรียม และโซลานา ผ่านแอปพลิเคชันเดียว โดยมีระบบ ‘Deploy-once’ หรือ ‘แจกแจงโค้ดเพียงครั้งเดียว ใช้งานได้ทุกเชน’ ซึ่งช่วยให้การใช้สภาพคล่องระหว่างหลายเครือข่ายเป็นไปได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้สามารถนำบิตคอยน์วางเป็นหลักประกันและทำการซื้อขายใน *ดีเอกซ์(DEX)* ที่รันบนโซลานาได้ทันที

แนวทางของลิควิดเชนไม่ได้ตั้งอยู่บนพื้นฐานเพียงแค่เทคโนโลยีเท่านั้น แต่หมายถึงโครงสร้างพื้นฐานที่จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพด้านทุนและยูทิลิตี้ให้กับตลาดในระยะยาว โดยเฉพาะในยุคที่บริษัทจำนวนมากเลือกถือสินทรัพย์ดิจิทัลแทนการแลกเปลี่ยน ซึ่งกลายเป็นแรงขับหลักที่สร้างอุปสงค์สำหรับการใช้สินทรัพย์โดยไม่จำเป็นต้องขายออก

ความสนใจในลิควิดเชนยังสะท้อนผ่านมูลค่าการระดมทุนของโทเคน *$LIQUID* ที่อยู่ในช่วงพรีเซล โดยสามารถระดมเงินได้แล้วราว 527,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 7.75 ล้านบาท) ในราคาต่อโทเคนเพียง 0.01355 ดอลลาร์ (ราว 20 บาท) ซึ่งถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับครอสเชนหรือเลเยอร์2อื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาด

*ความคิดเห็น:* สิ่งที่นักลงทุนจับตามองไม่ใช่แค่ราคาของโทเคน แต่เป็นวิสัยทัศน์เรื่อง ‘Chain Abstraction’ หรือแนวคิดที่ว่า “ผู้ใช้งานไม่ควรจำเป็นต้องรู้ว่าตนใช้เชนอะไร” แต่สนใจว่า “สามารถเข้าถึงยูทิลิตี้หรือลิควิดิตี้ได้เร็วแค่ไหน”

ในภาพรวม ลิควิดเชนจึงไม่ใช่แค่ “บริดจ์ตัวใหม่” แต่กลายเป็นโมดูลหลักที่จะเชื่อมโยงสินทรัพย์อย่างบิตคอยน์ เข้ากับระบบนิเวศของสภาพคล่องในดีไฟสมัยใหม่ และในขณะที่บรรษัทขนาดใหญ่มุ่งเสริมพอร์ตคริปโตมากขึ้น บทบาทของลิควิดเชนในการ ‘ปลดล็อกการใช้งาน’ เหล่านั้นก็น่าจับตาเป็นพิเศษในอนาคต

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1