Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

แม็กซี่โดจิ(MAXI) ระดมทุนทะลุ 66 ล้านบาท ดันกระแส ‘เลเวอเรจมีม’ ท้าทายตลาดคริปโตเดิม

แม้ว่าแนวโน้มของตลาดคริปโตจะขยับเข้าสู่การควบคุมมากขึ้น แต่โปรเจกต์อย่าง *แม็กซี่โดจิ(MAXI)* กลับกลายเป็นจุดสนใจของกลุ่มนักลงทุนรายย่อยที่กำลังมองหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง ด้วยแนวคิดที่ท้าทายระเบียบเดิมของตลาดและเจาะเข้าสู่วัฒนธรรมใหม่ที่เรียกว่า ‘เลเวอเรจมีม’ แม็กซี่โดจิจึงกลายเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่สะท้อนความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมในวงการคริปโต โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้เล่นรายใหญ่อย่าง *เจมิไน(Gemini)* เริ่มถอนตัวจากตลาดโลกอย่างชัดเจน

เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานจากวงการคริปโต เจมิไน ซึ่งบริหารงานโดยพี่น้องวิงเคิลวอสส์ ประกาศถอนการให้บริการในแคนาดาอย่างเป็นทางการ ต่อเนื่องจากการยุติการดำเนินงานในเนเธอร์แลนด์และฝรั่งเศสก่อนหน้านี้ ซึ่งสะท้อนแนวทางใหม่ของบริษัทที่มุ่งเน้นด้านบริการสำหรับลูกค้าสถาบันในสหรัฐฯ เป็นหลัก โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ ETF และกองทุนบำนาญ ด้วยเป้าหมายการสร้างความมั่นคงและลดความเสี่ยงที่มากับตลาดต่างประเทศ *ความคิดเห็น: แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นการลดขนาดธุรกิจ แต่จริง ๆ แล้วคือการปรับกลยุทธ์เพื่อยึดพื้นที่สำคัญในตลาดสหรัฐฯ*

ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดกลับเปิดช่องว่างให้โครงการที่มีความเสี่ยงสูงและตอบโจทย์การเก็งกำไรของนักลงทุนรายย่อยเข้ามาแทรก โดยหนึ่งในนั้นคือ *แม็กซี่โดจิ(MAXI)* ซึ่งเน้นกลยุทธ์การตลาดในรูปแบบของมีมที่สอดแทรกวัฒนธรรม *เลเวอเรจ* ไว้อย่างชัดเจน ตัวโปรเจกต์ใช้ภาพลักษณ์ของคาแรกเตอร์ร่างกายล่ำสัน ดื่มเครื่องดื่มชูกำลัง และมีสโลแกน “ราชาแห่งเลเวอเรจ(Leverage King)” เพื่อดึงดูดนักลงทุนที่กล้ารับความเสี่ยง

ในช่วงพรีเซลล์ แม็กซี่โดจิสามารถระดมทุนได้มากกว่า 4.5 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 66.3 ล้านบาท) ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าโปรเจกต์นี้ไม่ใช่เพียงมีมเก็งกำไร แต่ยังผสานโมเดลเกมที่มีความผันผวนสูง เช่น การจำลองการใช้เลเวอเรจระดับ 1,000 เท่าเข้ากับการเคลื่อนไหวของราคาภายในคอมมูนิตี้ นอกจากนี้ยังมีโครงสร้างยูทิลิตี้แบบชุมชน เช่น *แม็กซี่ฟันด์* และการแข่งขันเทรดสำหรับผู้ถือเหรียญ ถือเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมเชิงโครงสร้าง มากกว่าแค่การซื้อขายตามกระแส

ข้อมูลจากเว็บไซต์ Etherscan ยังเผยให้เห็นว่า มีที่อยู่กระเป๋าของนักลงทุนรายใหญ่หลายรายถือครอง $MAXI ในระดับสูง โดยหนึ่งในนั้นมีการซื้อสะสมถึงกว่า 314,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 46.3 ล้านบาท) ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการจัดสัดส่วนพอร์ตแบบ *บาเบล(Babel) Strategy* ที่กระจายความเสี่ยงระหว่างสินทรัพย์หลักอย่างบิตคอยน์(BTC) และเหรียญเก็งกำไรอย่างแม็กซี่โดจิ

ในตลาดที่กำลังเคลื่อนไปสู่การพึ่งพาโครงสร้าง ETF และการยืนยันจากหน่วยงานกำกับดูแล ความตื่นเต้นจากการเทรดในตลาดกลางอย่างศูนย์แลกเปลี่ยน (CEX) เริ่มลดลง ในขณะที่โปรเจกต์แบบออนเชนกลับได้รับกระแสความสนใจอีกครั้ง โดยเฉพาะ *แม็กซี่โดจิ* ซึ่งสามารถเติบโตจากการสนับสนุนของกลุ่มเทรดเดอร์แนวเสี่ยงได้อย่างโดดเด่น

ปัจจุบัน $MAXI อยู่ในช่วงพรีเซลล์ที่ราคา 0.0002802 ดอลลาร์ต่อเหรียญ (ประมาณ 0.41 บาท) โดยให้ผลตอบแทนรายวันจากพูลประมาณ 5% แบบ APY หรือ *ผลตอบแทนต่อปีแบบทบต้น* ซึ่งดึงดูดกลุ่มผู้ถือระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ *ความคิดเห็น: โหมดการให้รางวัลแบบนี้ช่วยเสริมแรงจูงใจให้ผู้ถือไม่เพียงแค่เทรด แต่ยังกระตุ้นให้มีพฤติกรรมการถือครองต่อเนื่อง*

เมื่อเทียบกับเจมิไนที่เน้นความมั่นคงและมีระเบียบ แม็กซี่โดจิกลับเติมเต็มความตื่นเต้นให้ตลาด โดยเฉพาะกับกลุ่มนักลงทุนที่ไม่สามารถเข้าถึงสินทรัพย์อย่างบิตคอยน์ทั้งเหรียญได้ และต้องการกำไรรวดเร็วจากเงินทุนจำนวนน้อย สัญญาณเหล่านี้บอกเราได้เป็นอย่างดีว่าท่ามกลางความเข้มข้นของการกำกับดูแล เทรนด์ของการเก็งกำไรผ่านแพลตฟอร์มหรือเหรียญที่ไร้ตัวกลางกำลังจะกลับมาอีกระลอก — และอาจแรงยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1