ในไตรมาสที่ 4 ปี 2025 เครือข่ายโพลิกอน(Polygon) แสดงให้เห็นถึงการเติบโตครอบคลุมหลายด้าน พร้อมก้าวขึ้นมาเป็นแกนหลักของระบบ ‘การชำระเงินแบบออนเชน’ และ ‘การโทเคนสินทรัพย์จริง’ ตามรายงานของเมสซารี รีเสิร์ช(Messari Research) โพลิกอน PoS มีปริมาณธุรกรรมรวมกว่า 3.57 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 399.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน พร้อมกับการใช้งานคริปโตการ์ดที่รองรับสเตเบิลคอยน์อย่างแพร่หลาย โดยยอดใช้งานจากโปรแกรมบัตร 10 ราย รวมกับมาสเตอร์การ์ดและวีซ่าทะลุ 362.6 ล้านดอลลาร์
การเติบโตในภาคการชำระเงินของโพลิกอนไม่ได้เกิดจากการใช้งานเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจาก ‘การผนึกพันธมิตรเชิงกลยุทธ์’ ที่เสริมการใช้จริงมากขึ้น เช่น DeCard ใช้โครงสร้างพื้นฐานของโพลิกอนเพื่อเปิดให้ใช้สเตเบิลคอยน์ชำระที่ร้านค้ามากกว่า 150 ล้านแห่งทั่วโลก, ขณะที่ Stripe, Revolut และ Mastercard ก็ได้นำระบบของโพลิกอนไปใช้ ทำให้ความเชื่อมั่นในเครือข่ายการชำระเงินเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งรายงานของเมสซารียังระบุว่า การบูรณาการเหล่านี้สะท้อนถึงแนวโน้มที่ภาคการเงินดั้งเดิมเริ่มรวมตัวกับบล็อกเชนในระดับลึกมากขึ้น
ในส่วนของ DeFi ก็มีความเคลื่อนไหวโดดเด่น โดยมูลค่าทรัพย์สินรวมหรือ TVL อยู่ที่ 1.16 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 33.9% จากปีก่อน แพลตฟอร์มอย่าง QuickSwap, Polymarket และ Aave กลายเป็นตัวเล่นหลัก โดยเฉพาะ Polymarket ที่มีปริมาณสัญญาที่ยังเปิดอยู่เพิ่มขึ้นแบบไตรมาสต่อไตรมาสถึง 88.1% และเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 49.7% รวมมูลค่าอยู่ที่ 253.9 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้โพลิกอนกลายเป็นผู้นำในตลาด ‘การคาดการณ์เหตุการณ์’ โดยมีการสนับสนุนจาก ICE (Intercontinental Exchange) ที่ลงทุนถึง 2 พันล้านดอลลาร์ บ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นในแนวโน้มเติบโตนี้
ด้านการโทเคนสินทรัพย์จริงหรือ RWA (Real-World Assets) ก็มีความเคลื่อนไหวสำคัญ โพลิกอนถูกจัดอยู่ในอันดับ 9 ของเครือข่ายบล็อกเชนด้านมูลค่า RWA ทั้งหมด โดย Calastone นำกระบวนการกระจายสินทรัพย์แบบกองทุนทั่วโลกเข้าสู่ระบบบล็อกเชนและ AlloyX ได้เปิดตัวกองทุนตลาดเงินในรูปแบบโทเคนบนโพลิกอน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของสถาบันการเงินดั้งเดิม ตามรายงานของเมสซารี พัฒนาการเหล่านี้สะท้อนความพร้อมของโพลิกอนทั้งในแง่การใช้งานจริงและความน่าเชื่อถือด้านโครงสร้างเทคโนโลยี
ในแง่เทคนิค โพลิกอนได้นำเสนอการอัปเกรดเครือข่ายครั้งใหญ่ผ่านฮาร์ดฟอร์ค 2 ครั้งภายใต้ชื่อ ‘Rio’ และ ‘Madhugiri’ โดย Rio ปรับปรุงกระบวนการยืนยันบล็อกเพื่อให้การดำเนินการสิ้นสุดได้ทันที ขณะที่ Madhugiri ปรับเวลาในการยืนยันแต่ละบล็อกให้คงที่ที่ 1 วินาที ทำให้ได้ค่า TPS (ธุรกรรมต่อวินาที) สูงสุดถึง 1,400 ทั้งสองครั้งของการอัปเกรดใช้การ ‘ปรับพารามิเตอร์’ เพื่อรักษาเสถียรภาพของเครือข่าย ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเชิงรุก สร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้เครือข่าย
นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวระบบ ‘การชำระเงินแบบเอเยนต์’ บน x402 อินฟราสตรักเจอร์ ซึ่งไม่คิดค่าธรรมเนียมแก๊ส และทำให้ผู้ใช้เข้าถึงระบบได้ง่ายขึ้น จำนวนผู้ใช้งานเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 78% เป็น 930,000 ราย ขณะที่ที่อยู่วอลเล็ตใหม่พุ่งขึ้น 116.4% สะท้อนถึงกระแสความสนใจที่ยังไม่ชะลอลง ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อธุรกรรมอยู่ที่เพียง 0.0048 ดอลลาร์ แต่ค่าธรรมเนียมรวมต่อไตรมาสเพิ่มขึ้น 280.2% ซึ่งบ่งชี้ถึงการใช้งานเครือข่ายที่มากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่า ‘มูลค่าตลาดของโทเคน POL’ จะลดลง 55.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าอันเป็นผลจากแนวโน้มตลาดขาลง แต่แนวโน้มธุรกรรมและกิจกรรมบนเชนที่เพิ่มขึ้นแสดงให้เห็นว่า โพลิกอนยังคงรักษาความสามารถในการสร้างมูลค่าและรายได้ได้ดี สรุปจากรายงานของเมสซารี แสดงให้เห็นว่าโพลิกอนมีรากฐานที่แข็งแรงด้าน ‘การกำกับดูแล’, ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ และ ‘การใช้งานจริง’ ซึ่งจะเสริมให้เครือข่ายก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางระดับโลกในด้าน ‘การชำระเงิน’ และ ‘โทเคนสินทรัพย์จริง’ ได้ในอนาคต
ความคิดเห็น 0