บิตคอยน์(BTC) ยังแกว่งตัวแถว ‘7หมื่นดอลลาร์’ โดยไม่สามารถหาทิศทางที่ชัดเจนได้ แต่ตรงข้ามกับแรงขายในตลาด ‘กระเป๋าวาฬ’ กลับเร่งสะสมบิตคอยน์เพิ่มอย่างต่อเนื่อง ตามข้อมูล on-chain ล่าสุดชี้ให้เห็นว่า แม้ราคายังอยู่ในช่วงพักฐานและปรับฐานลงมาแรง แต่จำนวนเหรียญที่ถูกถือโดยนักลงทุนรายใหญ่ระยะยาวกลับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนโครงสร้างตลาดที่อาจต้องตีความใหม่
เมื่อวันที่ 24 (เวลาท้องถิ่น) นักวิเคราะห์ออนเชน ‘ดาร์กฟอ스트(Darkfost)’ เปิดเผยข้อมูลว่าระหว่างที่ราคาบิตคอยน์ถูกขายชนแนวต้าน 7หมื่่นดอลลาร์ (ราว 1,012.2 ล้านบาท) ซ้ำๆ และถูกกดให้พักตัว การย้ายเหรียญจากกระเป๋าวาฬเข้าสู่กระดานเทรดมีเพิ่มขึ้นจริง แต่ ‘ปริมาณการถือครองของวาฬ’ กลับขยายตัวต่อเนื่อง ภาพผิวเผินอาจดูเหมือนแรงขายระยะสั้นหนาแน่นขึ้น ทว่าหากมองในกรอบกลางกลับพบว่าโครงสร้างยังเป็นภาวะที่ที่อยู่รายใหญ่ใช้จังหวะสะสมของถูกเข้าสู่พอร์ต
‘ดาร์กฟอ스트’ ระบุว่า หลังจากปลายปีที่แล้วตัวชี้วัดการถือครองของวาฬบิตคอยน์ร่วงลงอย่างรวดเร็ว สัญญาณกลับเริ่มพลิกทิศในช่วงต้นปีนี้ โดยเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ปีที่แล้ว อัตราการเปลี่ยนแปลงรายเดือนของปริมาณบิตคอยน์ที่วาฬถืออยู่ร่วงลงไปแตะโซนใกล้ -7% สะท้อนการ ‘ดีเลเวอเรจ’ และการขายทำกำไรอย่างชัดเจน แต่ในรอบเดือนที่ผ่านมา ตัวเลขดังกล่าวกลับตัวขึ้นมาอยู่ในโซนเพิ่มขึ้นราว 3.4% บ่งชี้ว่านักลงทุนรายใหญ่กำลัง ‘รีบิลด์พอร์ต’ หรือจัดโครงสร้างสถานะใหม่ด้วยการทยอยเก็บเพิ่ม
ตามการรวบรวมข้อมูลออนเชน ปริมาณบิตคอยน์ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของวาฬเพิ่มจากราว 2.9 ล้าน BTC ทะลุระดับ 3.1 ล้าน BTC ซึ่งหมายถึงมีเหรียญกว่า 2 แสน BTC ถูกดูดซับเข้าสู่กระเป๋าวาฬในระยะเวลาไม่นาน การเคลื่อนไหวระดับนี้ในอดีตมักไม่ได้ตามด้วยการกลับตัวของราคาแบบฉับพลัน แต่จะปรากฏในช่วง “จุดเปลี่ยนของวัฏจักร” เช่น จาก ‘ขาขึ้นสู่ช่วงย่อพัก’ หรือจาก ‘ตลาดหมีสู่ระยะสะสมฐาน’ มากกว่า
รูปแบบลักษณะเดียวกันเคยเกิดขึ้นแล้วในช่วงปรับฐานเดือนเมษายน 2025 ตอนนั้นหลังบิตคอยน์ทำจุดสูงระยะสั้น ก็ถูกเทขายลงแรง แต่แรงซื้อสุทธิจากวาฬยังไหลเข้าต่อเนื่อง ดูดซับแรงขายออกจากตลาด ทำให้ราคาที่เคยถูกกดไว้บริเวณ 7.6 หมื่นดอลลาร์ (ราว 1,098.96 ล้านบาท) สามารถดีดกลับและวิ่งต่อไปถึงโซน 1.26 แสนดอลลาร์ (ราว 1,821.96 ล้านบาท) ได้ในที่สุด อย่างไรก็ดี ดาร์กฟอสต์ย้ำว่า “‘ความคิดเห็น’ แม้รูปแบบในอดีตจะคล้าย แต่ไม่ได้การันตีว่ารอบนี้จะซ้ำรอยเดิมทุกประการ เพียงเป็นข้อมูลช่วยตีความทิศทางปัจจุบันได้ดีขึ้นเท่านั้น”
ปัจจุบันบิตคอยน์ถูกซื้อขายที่ระดับต่ำกว่าจุดสูงสุดเดิมราว 46% ระดับปรับฐานขนาดนี้อาจกลายเป็นเขตขาดทุนชัดเจนสำหรับสายเก็งกำไรระยะสั้น แต่สำหรับวาฬและผู้เล่นสายถือยาวแล้ว ระดับราคานี้เริ่มถูกมองว่า ‘น่าสนใจ’ มากขึ้น ดาร์กฟอสต์อธิบายว่า “เมื่อดูข้อมูลออนเชน จะเห็นว่าพื้นที่ที่บัญชีถือยาวเริ่มสะสมหนัก เริ่มทับซ้อนกับช่วงที่กระเป๋าวาฬเก็บของมากขึ้น” พร้อมเสริมว่า “‘ความคิดเห็น’ แม้การสะสมของวาฬจะเป็นสัญญาณบวกในเชิงโครงสร้าง แต่แรงขายที่ยืดเยื้อนี้ยังคงเป็นตัวแปรหลักของตลาด จึงไม่ควรคาดหวังการกลับตัวทางเทคนิคอย่างรวดเร็วเพียงเพราะวาฬซื้อเพิ่ม”
ด้านข้อมูลฝาก–ถอนบนกระดานเทรดพบว่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้ ปริมาณบิตคอยน์ที่ถูกย้ายจากกระเป๋าวาฬเข้ากระดานมีมากขึ้น ซึ่งโดยทั่วไปมักตีความได้ว่าเป็นสัญญาณเตรียม ‘ขายระยะสั้น’ หรือปรับสมดุลพอร์ตใหม่ ทว่าแผนภูมิที่ดาร์กฟอสต์นำเสนอใช้มุมมองค่าเฉลี่ย ‘รายเดือน’ เพื่อติดตามเทรนด์ระยะกลาง–ยาวของการถือครองวาฬ และในกรอบโครงสร้างนี้กลับเห็นชัดว่าปริมาณเหรียญที่วาฬกอดไว้ยังคงเดินหน้าขยับขึ้น สะท้อนว่าต่อให้มีการปรับสถานะสั้นๆ เกิดขึ้น วัฏจักรการสะสมในภาพใหญ่ก็ยังดำเนินต่อไป
ทางด้านเทคนิค ‘ทิศทางกลาง’ ของบิตคอยน์ยังถูกมองว่าอยู่ในช่วงปรับฐานมากกว่าจะกลับเข้าสู่ขาขึ้นอย่างเต็มตัว กราฟรายสัปดาห์ชี้ให้เห็นว่าหลังจากราคาถูกปฏิเสธบริเวณ 1.25 แสนดอลลาร์ (ราว 1,809 ล้านบาท) ในช่วงปลายปี 2025 โครงสร้างราคาได้เลี้ยวจากภาวะไต่ระดับขึ้นต่อเนื่องเข้าสู่ ‘เทรนด์ขาลง’ อย่างชัดเจน ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา ทั้งยอดสูงสุดและจุดต่ำสุดต่างขยับลดลงต่อเนื่อง กระทั่งราคาทะลุลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 สัปดาห์อย่างชัดเจน การหลุดระดับดังกล่าวตามตำรามักตีความได้ว่าโมเมนตัมระยะกลางอ่อนแรง เปิดโอกาสให้เกิดทั้ง ‘ไซด์เวย์ในกรอบกว้าง’ หรือ ‘ลงต่ออีกขา’ ได้พอๆ กัน
ขณะนี้บิตคอยน์ซื้อขายอยู่แถว 6.7 หมื่นดอลลาร์ (ราว 968.82 ล้านบาท) หลังจากร่วงลงแรงจากโซน 9–9.5 หมื่นดอลลาร์ (ราว 1,302.68–1,373.7 ล้านบาท) ช่วงต้นปีแล้วเข้าสู่โหมดพักฐาน เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 สัปดาห์เริ่มหันหัวลง และทำหน้าที่เสมือน ‘แนวต้านเคลื่อนที่’ ขณะที่ด้านล่างบริเวณช่วง 5 หมื่นดอลลาร์กลางๆ (ราว 795.3–867.6 ล้านบาท) ที่สอดคล้องกับเส้นค่าเฉลี่ย 200 สัปดาห์ ถูกจับตาเป็นโซน ‘แนวรับเชิงโครงสร้าง’ ที่สำคัญ หากแรงขายทวีความรุนแรงอีกครั้ง ตลาดมีแนวโน้มโฟกัสไปที่การป้องกันแนวรับ 200 สัปดาห์นี้เป็นหลัก
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือ การที่ปริมาณการซื้อขายพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยในช่วงราคาร่วงครั้งล่าสุด ข้อมูลจากทั้งออนเชนและตลาดสปอต–ฟิวเจอร์สบ่งชี้ว่ารอบนี้ไม่ใช่การทยอยขายเบาบางแบบ ‘ดิสทริบิวชัน’ ทั่วไป แต่มีลักษณะของ ‘การดีเลเวอเรจแบบบังคับ’ ที่เกิดจากการล้างเลเวอเรจและการลดความเสี่ยงของพอร์ตพร้อมกันในวงกว้าง รูปแบบปริมาณเทรดแบบนี้ในอดีตมักโผล่ในช่วงปลายของตลาดกระทิง และระยะเริ่มต้นของเฟสสะสมใหม่ ทำให้หลายฝ่ายมองว่านี่อาจเป็นส่วนหนึ่งของ “จุดเปลี่ยนรอบใหญ่” ของวัฏจักรบิตคอยน์
ในภาพรวม แม้กราฟราคาจะยังคงสะท้อน ‘ขาลงและโหมดปรับฐาน’ อย่างชัดเจน แต่โครงสร้างออนเชนกลับบอกเล่าเรื่องราวของ ‘การเก็บเงียบๆ’ โดยทุนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะการที่วาฬเพิ่มการถือครองสุทธิกว่า 2 แสน BTC ถือเป็นข้อมูลที่มีน้ำหนักในมุมมองระยะกลาง–ยาว ทว่าในระยะสั้นทิศทางราคายังมีแนวโน้มถูกชี้นำโดยแรงขายที่กดดันต่อเนื่อง ภาวะเศรษฐกิจมหภาค และเงื่อนไขสภาพคล่องเป็นหลัก ในช่วงถัดจากนี้ ตลาดจึงอาจต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง ‘ราคาที่กำลังถูกปรับฐาน’ กับ ‘การสะสมต่อเนื่องของวาฬ’ เพื่อประเมินว่าจุดสมดุลของรอบถัดไปจะเอนเอียงไปทางใดมากกว่ากัน
ความคิดเห็น 0