Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้าพื้นฐานทั่วโลกเป็น 15% มีผลทันที เขย่าทิศทางการค้า–เศรษฐกิจโลก

ประธานาธิบดีทรัมป์ปรับขึ้น ‘ภาษีนำเข้าพื้นฐานทั่วโลก’ จากเดิม 10% เป็น 15% มีผลทันที สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อทิศทางการค้าโลก และถูกมองว่าอาจเพิ่มความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างประเทศรวมถึงความผันผวนทางเศรษฐกิจทั่วโลกในระยะถัดไป

เมื่อวันที่ 22 (เวลาท้องถิ่น) ทรัมป์ประกาศผ่านแพลตฟอร์มทรูธ์โซเชียล(Truth Social) ว่าจะปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าซึ่งใช้กับสินค้านำเข้าจำนวนมากจาก ‘10%’ เป็น ‘15%’ โดยระบุว่ามาตรการครั้งนี้อยู่ในกรอบ ‘อำนาจตามกฎหมาย’ ของตน และส่งสัญญาณว่าจะมีมาตรการภาษีนำเข้าเพิ่มเติมออกมาเพื่อผลักดันวาระด้านการค้าในไม่ช้า

การขยับขึ้นภาษีนำเข้าครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นการตอบโต้คำพิพากษาศาลเมื่อวันก่อนหน้า ซึ่งตัดสินให้ภาษีนำเข้าบางส่วนที่อาศัยกฎหมายว่าด้วยอำนาจเศรษฐกิจระหว่างประเทศในภาวะฉุกเฉิน (International Emergency Economic Powers Act · IEEPA) ‘เป็นโมฆะ’ ทำให้ทำเนียบขาวเร่งเปลี่ยนฐานทางกฎหมายไปใช้มาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้า (Trade Act) ซึ่งให้อำนาจประธานาธิบดีสามารถเรียกเก็บ ‘ค่าธรรมเนียมนำเข้าชั่วคราว’ ได้

ทรัมป์ย้ำก่อนหน้านี้ว่า “คำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับใช้ทันที และมาตรการภาษีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติทั้งหมดจะยังคงอยู่และมีผลเต็มรูปแบบ” หลังคำวินิจฉัยของศาลสูงสุดที่ออกมาในอัตรา 6 ต่อ 3 เขายืนยันอีกครั้งว่าภาษีที่มีลักษณะเพื่อความมั่นคงและการบังคับใช้กฎการค้าจะดำเนินต่อไป และครั้งนี้ได้ยกระดับด้วยการปรับ ‘อัตราภาษีนำเข้าพื้นฐาน’ เองขึ้นเป็น 15% เพื่อส่งสัญญาณที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ทำเนียบขาวใช้ ‘ภาษีนำเข้า’ เป็นเครื่องมือหลักในการปกป้อง ‘ภาคการผลิตในสหรัฐ’ มาอย่างต่อเนื่อง มาตรการภาษีที่มีอยู่เดิม เช่น ภาษีเหล็ก อะลูมิเนียม รถยนต์ และทองแดงยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป ขณะเดียวกันมีรายงานว่าสินค้ากลุ่มพลังงานและยาบางประเภทได้รับการยกเว้นบางส่วนจากมาตรการที่กว้างกว่านี้ แต่อุตสาหกรรมและนักลงทุนในตลาดการเงินยังจับตาความเสี่ยงที่ ‘ภาษีนำเข้า’ จะดันต้นทุนวัตถุดิบและสินค้ากึ่งสำเร็จรูประดับโลกให้สูงขึ้น กระตุ้นแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในสหรัฐและนอกสหรัฐไปพร้อมกัน

นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม 2025 ประธานาธิบดีทรัมป์เดินหน้าสานต่อนโยบายการค้าเชิงรุกโดยมุ่งเป้าไปที่สินค้านำเข้าจากจีน แคนาดา และเม็กซิโก ฝ่ายบริหารของเขาอธิบายว่ายุทธศาสตร์นี้จะช่วยลด ‘ขาดดุลการค้า’ เพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาลกลาง และสนับสนุนการจ้างงานในประเทศ ‘ความคิดเห็น’ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าหากประเทศคู่ค้าตอบโต้ด้วย ‘มาตรการภาษีตอบโต้’ หรือข้อจำกัดทางการค้าอื่นๆ อาจทำให้ปริมาณการค้าหดตัวหรือลดความเชื่อมั่นในห่วงโซ่อุปทานโลกอีกครั้ง

ควบคู่ไปกับการปรับขึ้นภาษีนำเข้า ทำเนียบขาวยังเริ่มการสอบสวนต่อพฤติกรรมที่สหรัฐมองว่าเป็น ‘การค้าที่ไม่เป็นธรรม’ ของประเทศคู่ค้าบางราย การเริ่มสอบสวนเหล่านี้ถูกตีความว่าเป็น ‘สัญญาณ’ ว่าขอบเขตและประเภทสินค้าที่ถูกเก็บภาษีนำเข้าอาจถูกขยายเพิ่มเติม เปิดโอกาสให้มาตรการ ‘ภาษีนำเข้าพื้นฐานทั่วโลก 15%’ ถูกเสริมด้วยภาษีเฉพาะกลุ่มสินค้าหรือคู่ค้าในระยะต่อไป

ในช่วงข้างหน้า ตลาดโลกมีแนวโน้มต้องเผชิญกับความผันผวนที่สูงขึ้น ทั้งจากความไม่แน่นอนด้าน ‘ฐานกฎหมาย’ ของนโยบายภาษีและจากระดับการบังคับใช้มาตรการจริง นักลงทุน ผู้ประกอบการส่งออก–นำเข้า และภาคการผลิตในหลายประเทศจึงต้องประเมินผลกระทบของการขึ้นภาษีนำเข้าพื้นฐานครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภูมิรัฐศาสตร์การค้าและทิศทางเศรษฐกิจโลกในระยะถัดไป

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1