เทเธอร์(Tether) ผู้ออกสเตเบิลคอยน์รายใหญ่ของโลก เดินหมากครั้งใหญ่ด้วยการทุ่มทุนกว่า 2億달러 (ราว 2,847억4,000วอน ที่อัตรา 1달러=1,423.70원) เข้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ในแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสออนไลน์ ‘왑(Whop)’ เป้าหมายคือผลักดัน ‘สเตเบิลคอยน์’ ให้กลายเป็นเครื่องมือชำระเงินที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน ขยับจากวงการเทรดคริปโตไปสู่โลกการเงินจริงอย่างเป็นรูปธรรม
สเตเบิลคอยน์หลักของเทเธอร์อย่าง เทเธอร์(USDT) มีมูลค่าตลาดราว 1,830억달러 ตามข้อมูลจากดีไฟลามา(DeFiLlama) ครองอันดับ 1 ในบรรดาสเตเบิลคอยน์ทั่วโลก การลงทุนครั้งนี้จึงถูกมองว่าเป็นการขยาย ‘ยูสเคส’ จากบทบาทเป็นสื่อกลางเทรดบนกระดานซื้อขายคริปโต ไปสู่แพลตฟอร์มที่มีการชำระเงินและการชำระราคา (settlement) ของสินค้าและบริการจริง ผ่าน ‘สเตเบิลคอยน์’ โดยตรง
สตีเวน ชวอร์ตซ์(Steven Schwartz) ผู้ร่วมก่อตั้ง 왑 เปิดเผยผ่าน X (เดิมคือทวิตเตอร์) ว่า หลังดีลกับเทเธอร์ มูลค่ากิจการของ 왑ถูกประเมินขึ้นมาอยู่ที่ราว 1.6억달러 เขาย้ำว่าดีลนี้ไม่ใช่แค่การเข้าถือหุ้นแบบทั่วไป แต่เป็นความร่วมมือเชิงโครงสร้าง เพราะ 왑จะผนวก ‘WDK (Wallet Development Kit)’ ชุดเครื่องมือพัฒนากระเป๋าเงินดิจิทัลของเทเธอร์ เข้ากับแพลตฟอร์มโดยตรง ทำให้ผู้ใช้งานสามารถ ‘ส่งและรับ’ การชำระเงินด้วยเทเธอร์(USDT) และสเตเบิลคอยน์อื่นๆ ได้ในระบบของ 왑 ทันที
ชวอร์ตซ์ระบุว่า “ผ่านพาร์ตเนอร์ชิพกับเทเธอร์ เราจะสามารถขยายโครงสร้างพื้นฐานให้รองรับโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทั่วโลกแบบเรียลไทม์ งานจริงๆ เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น” ‘ความคิดเห็น’ ทิศทางนี้สะท้อนว่า เมื่อการชำระเงินและการชำระราคาบนแพลตฟอร์มหันมาใช้ ‘สเตเบิลคอยน์’ อย่างเป็นธรรมชาติ ผู้ขาย ผู้สร้างคอนเทนต์ และคอมมูนิตี้ทั่วโลก จะเจออุปสรรคด้านระบบชำระเงินข้ามประเทศและค่าใช้จ่ายจากการแลกเปลี่ยนสกุลเงินน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ
จุดเชื่อมต่อกับโลกจริงที่เทเธอร์ได้รับจากดีลนี้ มีขนาดไม่ธรรมดา ตามประกาศอย่างเป็นทางการ 왑มีผู้ใช้งานมากกว่า 18ล้านคน และมีเม็ดเงินการจ่ายออกต่อปีรวมประมาณ 30억달러 ขณะที่ปริมาณธุรกรรมเติบโตเฉลี่ยต่อเดือนราว 25% สำหรับเทเธอร์ การได้ฝัง ‘การชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์’ ลงในแพลตฟอร์มที่มีทราฟฟิกและกระแสเงินหมุนเวียนขนาดใหญ่เช่นนี้ เท่ากับการดันให้ USDT กลายเป็น ‘ฟีเจอร์ในชีวิตประจำวัน’ ของผู้ใช้กลุ่มกว้าง ไม่ใช่แค่เครื่องมือเทรดในตลาดคริปโตอีกต่อไป
พา올로 อาร์โดอิโน(Paolo Ardoino) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของเทเธอร์ กล่าวว่าพลังที่แท้จริงของ ‘สเตเบิลคอยน์’ และ ‘กระเป๋าเงินดิจิทัล’ จะเกิดขึ้นเมื่อสิ่งเหล่านี้ถูกฝังอยู่ในชีวิตผู้คนโดยตรง เพื่อรองรับธุรกิจ กิจกรรม ครอบครัว และเรื่องราวของแต่ละคน เขาระบุว่าการลงทุนใน 왑ครั้งนี้สะท้อนจุดโฟกัสของเทเธอร์ ที่ต้องการมอบโครงสร้างพื้นฐานดอลลาร์ดิจิทัลและวอลเล็ตที่มีประสิทธิภาพ สามารถขยายไปถึง ‘หลายพันล้านคน’ บนทุกทวีป เพื่อหนุน ‘กิจกรรมเศรษฐกิจจริง’ ให้เติบโตผ่านเงินดิจิทัล
ด้าน 왑 มีแผนนำเงินทุนรอบใหม่นี้ไปเร่งการขยายธุรกิจในภูมิภาคละตินอเมริกา ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก(APAC) พร้อมพัฒนา ‘เครื่องมือการเงินใหม่ๆ’ รวมถึงฟีเจอร์ด้านปัญญาประดิษฐ์(AI) สำหรับผู้ใช้งาน ‘ความคิดเห็น’ หากระบบชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ฝังแน่นในแพลตฟอร์มได้สำเร็จ วงการดิจิทัลคอนเทนต์ คอมมูนิตี้ และบริการสมัครสมาชิก (subscription) ที่มีการตัดเงินซ้ำๆ อาจเห็นประโยชน์ชัดเจนทั้งด้านค่าธรรมเนียมที่ลดลง และความเร็วในการชำระเงินที่ดีขึ้น
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังต่อยอดจากยุทธศาสตร์ ‘ขยายอิทธิพล’ ที่เทเธอร์เดินมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนที่แล้ว เทเธอร์เพิ่งเปิดตัวสเตเบิลคอยน์ที่อิงกฎระเบียบในสหรัฐฯ ชื่อ USAT เพื่อรุกตลาดภายใต้กรอบกฎหมายควบคู่กับตลาดการใช้งานจริงทั่วโลก ‘ความคิดเห็น’ ท้ายที่สุดแล้วคำถามว่า ‘สเตเบิลคอยน์’ จะหลุดจากภาพจำเดิมที่เป็นเพียงเงินพักรอเทรด กลายเป็น ‘เครื่องมือชำระเงินประจำวัน’ ได้จริงแค่ไหน คงขึ้นอยู่กับว่าดีลบูรณาการกับแพลตฟอร์มขนาดใหญ่แบบนี้จะถูกทำซ้ำและขยายผลได้เร็วเพียงใดในช่วงต่อจากนี้
ความคิดเห็น 0