Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

OpenAI เปิดตัว GPT-5.4 ดัน AI จากแชตสู่ ‘เอเจนต์ทำงานจริง’ คอนเท็กซ์ยาวล้านโทเคน ลดต้นทุนองค์กร

OpenAI เปิดตัวโมเดลใหม่ ‘GPT-5.4’ เดินหน้าบุกตลาด ‘งานจริง’ ทั้งบน แชตGPT, API และโค้ดดิ้งผ่าน ‘โคเด็กซ์(Codex)’ โดยรวมทุกอย่างตั้งแต่ ‘การคิดเชิงลึก’, การเขียนโค้ด ไปจนถึง ‘เอเจนต์’ ทำงานอัตโนมัติไว้ในระบบเดียว มุ่งจับกลุ่มองค์กรและงานโปรดักชันเต็มตัว

OpenAI ระบุว่า GPT-5.4 จะทยอยถูกนำไปใช้บน แชตGPT, API และโคเด็กซ์ พร้อมเปิดตัว ‘GPT-5.4 Pro’ รุ่นประสิทธิภาพสูงสำหรับงานที่ซับซ้อน ต้องการทั้งกำลังประมวลผลและความแม่นยำระดับสูง การเพิ่มไลน์อัปนี้สะท้อนทิศทางที่ต้องการตอบโจทย์มาตรฐานคุณภาพขององค์กรและงานเชิงธุรกิจอย่างจริงจัง

GPT-5.4 ถูกออกแบบให้เป็นโมเดล ‘โปรงานเอกสารและออฟฟิศ’ มากขึ้น โดยดึงความสามารถด้านโค้ดดิ้งที่พัฒนาใน GPT-5.3 โคเด็กซ์เข้ามาเสริม แล้วต่อยอดให้ทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์และเครื่องมือหลากหลายได้ดีขึ้น OpenAI อธิบายว่า โมเดลใหม่นี้ถูกปรับให้จัดการงานที่เกี่ยวกับ ‘ประสิทธิภาพการทำงาน’ ได้เด่นขึ้น เช่น การสร้างสเปรดชีต, การวางโครงพรีเซนเทชัน และการผลิตเอกสารแบบมืออาชีพ

บนแชตGPT GPT-5.4 จะสามารถแสดง ‘แผนการคิด (reasoning plan)’ เป็นโครงก่อนตอบจริง ผู้ใช้จึงมีโอกาสปรับทิศทาง แทรกเงื่อนไข หรือเพิ่มรายละเอียดระหว่างทางได้ ทำให้เหมาะกับงานที่ใช้เวลานานหรือต้องตัดสินใจหลายขั้นตอนต่อเนื่อง ลดโอกาสตอบผิดประเด็นกลางทาง

หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของ GPT-5.4 คือฟังก์ชัน ‘การใช้คอมพิวเตอร์แบบเนทีฟ (native computer use)’ ที่เปิดให้เอเจนต์ AI ใช้เมาส์ คีย์บอร์ด และอินพุตจากการมองเห็น เพื่อโต้ตอบกับระบบปฏิบัติการ(OS), เว็บไซต์ และแอปพลิเคชันได้โดยตรง จากเดิมที่ทำได้แค่ตอบคำถามบนข้อความ ตอนนี้ AI สามารถลงมือจัดการงานบนซอฟต์แวร์จริงแบบหลายสเต็ปได้

นักพัฒนาจึงสามารถใช้ GPT-5.4 สร้างเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติที่วิ่งข้ามโปรแกรมต่างๆ ได้ เช่น ทำงานต่อเนื่องตั้งแต่ ‘รวบรวมข้อมูลจากเว็บ → กรอกฟอร์มออนไลน์ → จัดระเบียบข้อมูลลงสเปรดชีต → ร่างเอกสารสรุป’ ทั้งชุดในครั้งเดียว เปิดทางให้ ‘เศรษฐกิจเอเจนต์’ เติบโตเร็วขึ้น เพราะงานที่เคยต้องใช้คนไล่ทำทีละจอ เริ่มกลายเป็นงานของ AI ได้มากขึ้น

ด้านสเปก GPT-5.4 รองรับ ‘คอนเท็กซ์วินโดว์’ ยาวสูงสุดถึง 1,000,000 โทเคน ทำให้เหมาะกับงานประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น วิเคราะห์เอกสารจำนวนมากพร้อมกัน, ตรวจสอบโค้ดเบสระดับองค์กร หรือดูแลโปรเจกต์ที่มีข้อมูลยาวและซับซ้อน ใช้งานแบบ ‘อ่านทั้งคลังแล้วสรุปให้’ ได้จริงมากขึ้น

อีกฟังก์ชันสำคัญคือ ‘ทูลเสิร์ช(tool search)’ ที่ช่วยให้โมเดลค้นหาและเรียกใช้เครื่องมือภายนอกได้แบบไดนามิก โดยไม่ต้องโหลดนิยามเครื่องมือทุกตัวใส่คอนเท็กซ์ตลอดเวลา ช่วยลดการใช้โทเคน แต่ยังคงหรือเพิ่มประสิทธิภาพของเวิร์กโฟลว์ที่ซับซ้อนได้ โครงสร้างแบบนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับต้นทุนของบริการเชิงพาณิชย์ผ่าน API เพราะใช้โทเคนน้อยลงแต่ทำงานได้มากขึ้น เมื่อพิจารณาอัตราแลกเปลี่ยนที่ $1 ประมาณ 1,472.70 วอน การลดโทเคนจึงกลายเป็นจุดที่ช่วยลดต้นทุนให้ผู้พัฒนาและสตาร์ทอัปได้อย่างชัดเจน

ด้านผลทดสอบ OpenAI เปิดเผยว่า ในเกณฑ์ GDPval ซึ่งใช้วัดความสามารถในการทำงานความรู้ระดับมืออาชีพ GPT-5.4 ทำคะแนนได้ ‘เทียบเท่าหรือดีกว่า’ ผู้เชี่ยวชาญในชุดทดสอบประมาณ 83% สูงกว่า GPT-5.2 ที่อยู่ราว 71% อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ในการทดสอบด้านการเขียนโค้ด การท่องเว็บ และการใช้คอมพิวเตอร์ GPT-5.4 ก็แสดงให้เห็นพัฒนาการชัดเจนเมื่อเทียบกับเวอร์ชันก่อนหน้า

OpenAI ยังเน้นเรื่อง ‘ประสิทธิภาพเชิงปฏิบัติการ’ ควบคู่กับความแม่นยำ โดยระบุว่า GPT-5.4 สามารถแก้ปัญหางานด้านการคิดเชิงลึกหลายประเภทได้ด้วยจำนวนโทเคนที่น้อยกว่า GPT-5.2 ส่งผลให้ตอบเร็วขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยลดค่าใช้จ่ายของนักพัฒนา สะท้อนว่าการแข่งขันของโมเดล AI เริ่มขยับจาก ‘ใครแม่นกว่า’ ไปสู่ ‘ใครทำได้คุ้มกว่า เร็วกว่า และถูกกว่า’

ด้านแพ็กเกจการใช้งาน OpenAI แบ่งผลิตภัณฑ์ของ GPT-5.4 ออกเป็นหลายระดับ ‘GPT-5.4 Thinking’ จะเปิดให้ผู้ใช้แชตGPT แพลน Plus, Team และ Pro เข้าถึงได้ ขณะที่รุ่นประสิทธิภาพสูง ‘GPT-5.4 Pro’ จะให้บริการบนแพลน Pro และ Enterprise นักพัฒนาสามารถเข้าถึงทั้งสองโมเดลผ่าน API ตามความต้องการของแอปหรือบริการที่พัฒนา

‘ความคิดเห็น’ การเปิดตัว GPT-5.4 ทำให้หลายฝ่ายมองว่ายุคของ AI กำลังขยับจากการเป็นแค่ ‘เครื่องมือคุยเล่นหรือช่วยตอบคำถาม’ ไปสู่การเป็น ‘ระบบปฏิบัติงานจริง’ ที่ผูกติดกับกระบวนการธุรกิจโดยตรง โดยเฉพาะเมื่อฟีเจอร์อย่าง ‘การใช้คอมพิวเตอร์’, ‘ทูลเสิร์ช’ และ ‘คอนเท็กซ์ยาวระดับล้านโทเคน’ ถูกนำมาใช้ร่วมกัน การแข่งขันในตลาดต่อจากนี้จึงอาจไม่ใช่แค่ใครตอบดีสุด แต่เป็นใคร ‘ลงมือทำงานแทนคน’ ได้ลึกและครบกว่าในโลกจริง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

บทความหลัก

นักลงทุนหันกลับมาใช้ DCA สะสมบิตคอยน์(BTC) รับตลาดขาลง แบบจำลองชี้ถือยาว 5 ปีอาจกำไรทะลุ 70%+

บิตคอยน์(BTC) ยืนเหนือ 7.3만달러 ตลาดจับตาเบรก 7.4만–8만달러 จุดตัดสิน ‘เมกาแรลลี่’ หรือขาลงต่อ

ชิบะอินุ(SHIB) ทางแยกอนุพันธ์! อัตราส่วนลองยังชนะเล็กน้อยแต่เริ่มถูกบีบเข้าใกล้จุดสมดุล

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1