รัฐฟลอริดาเดินเกมนำหน้ารัฐอื่นในสหรัฐ ด้วยการผ่านกรอบกำกับดูแล ‘สเตเบิลคอยน์’ ในระดับรัฐอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการถกเถียงร่างกฎหมาย ‘โครงสร้างตลาดคริปโต’ ในระดับรัฐบาลกลางที่ยังไร้ข้อสรุป การกำหนดมาตรฐานการออกและการกำกับดูแล ‘สเตเบิลคอยน์เพื่อการชำระเงิน’ ไว้อย่างชัดเจนครั้งนี้ ถูกมองว่ามี ‘นัยสำคัญ’ ต่อทิศทางอุตสาหกรรมคริปโตของสหรัฐ
เมื่อวันที่ 7 (เวลาท้องถิ่น) วุฒิสภารัฐฟลอริดาผ่านร่างกฎหมายจัดตั้งกรอบกำกับดูแลสำหรับผู้ออกสเตเบิลคอยน์เพื่อการชำระเงิน โดยแซมมวล อาร์มส์(Samuel Armes) ผู้ก่อตั้งสมาคมธุรกิจบล็อกเชนฟลอริดา(Florida Blockchain Business Association) เปิดเผยผ่าน ‘เอ็กซ์(X)’ ว่า ‘วุฒิสภาร่างกฎหมาย 314 (Senate Bill 314·SB314)’ ผ่านสภานิติบัญญัติของรัฐเป็นที่เรียบร้อย และคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในไม่กี่สัปดาห์ หลังได้รับลายเซ็นจากผู้ว่าการรัฐ รอน ดีแซนทิส(Ron DeSantis)
‘SB314’ ถูกออกแบบให้ทำงานคู่กับ ‘สภาผู้แทนราษฎรร่างกฎหมาย 175 (Florida House Bill 175)’ โดยร่วมกันวาง ‘เส้นฐาน’ สำหรับการออกและการดำเนินงานของ ‘สเตเบิลคอยน์เพื่อการชำระเงิน’ ภายในรัฐ โคลีน เบอร์ตัน(Colleen Burton) วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันของฟลอริดา ระบุว่า กรอบกำกับดูแลฉบับนี้เดินไปในทิศทางเดียวกับร่างกฎหมายระดับรัฐบาลกลางอย่าง ‘GENIUS’ พร้อมใส่แนวทางด้าน ‘การคุ้มครองผู้บริโภค’ และ ‘เสถียรภาพระบบการเงิน’ เข้าไปอย่างชัดเจน
สาระสำคัญของกฎหมายคือ การแก้ไขกฎหมายเดิมด้าน ‘การควบคุมการฟอกเงินและธุรกิจบริการเงิน (Florida Control of Money Laundering in Money Services Business Act)’ ให้ครอบคลุม ‘สเตเบิลคอยน์’ เข้าไปอยู่ในขอบเขตบังคับด้วย นั่นหมายความว่า ผู้ออกสเตเบิลคอยน์จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเดิมทั้งหมด รวมถึงมีข้อห้ามออกเหรียญแบบ ‘ไม่มีใบอนุญาต’ ภายในรัฐด้วย
อีกด้านหนึ่ง กฎหมายฉบับนี้ยังระบุให้ชัดเจนว่า ‘สเตเบิลคอยน์บางประเภทที่ใช้เพื่อการชำระเงิน’ จะไม่ถูกนับเป็น ‘หลักทรัพย์’ เพื่อให้พ้นขอบเขตการใช้บังคับของข้อกฎหมายบางส่วน ‘คำ’ ระบุนี้ถูกมองว่ามีความสำคัญ เพราะช่วยลดความไม่แน่นอนเชิงกฎหมายในประเด็น ‘ความเป็นหลักทรัพย์’ ซึ่งเป็นปมร้อนของอุตสาหกรรมคริปโตในสหรัฐมานาน
ในส่วนโครงสร้างการกำกับ กฎหมายร่างนี้ให้อำนาจหน่วยงานรัฐของฟลอริดาสามารถกำกับดูแลผู้ออกสเตเบิลคอยน์เพื่อการชำระเงินที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้โดยตรง หรือทำงานร่วมกับสำนักงานควบคุมสกุลเงินของสหรัฐ(OCC) แบบร่วมกำกับก็ได้ นอกจากนี้ หากบริษัททรัสต์(trust company) ต้องการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการออกสเตเบิลคอยน์เพื่อชำระเงิน จะต้องได้รับ ‘ใบรับรองอนุมัติ (certificate of approval)’ หรือผ่านเงื่อนไขยกเว้นที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ
ระหว่างที่ร่างกฎหมาย ‘โครงสร้างตลาดคริปโต’ ในระดับรัฐบาลกลางอย่าง ‘CLARITY’ ยังติดหล่มการเมืองในวอชิงตัน การเดินหน้าของฟลอริดากลายเป็นสัญญาณว่ารัฐต่างๆ กำลังเร่งออกแบบกรอบกำกับของตัวเองเพื่อ ‘ชิงตั้งมาตรฐานตลาด’ สเตเบิลคอยน์ถูกออกแบบให้ตรึงมูลค่ากับเงินเฟียต เช่น ดอลลาร์สหรัฐ และถูกใช้ในการชำระเงิน โอนเงิน และชำระราคาธุรกรรมบนบล็อกเชนในฐานะ ‘ดอลลาร์ดิจิทัล’ ทิศทางการกำกับดูแลสเตเบิลคอยน์จึงส่งผลโดยตรงต่อการออกแบบผลิตภัณฑ์ของธนาคาร ฟินเทค และธุรกิจบล็อกเชน ทำให้อุตสาหกรรมจับตากฎเกณฑ์ในระดับรัฐอย่างใกล้ชิด
ในอีกด้านหนึ่ง การผลักดันกรอบกำกับสเตเบิลคอยน์ของฟลอริดาเกิดขึ้นคู่ขนานกับการเมืองเรื่องคริปโตในระดับชาติ เมื่อวันที่ 3 (เวลาท้องถิ่น) ทรัมป์ประธานาธิบดีออกมากล่าวหาว่า ภาคธนาคารกำลังพยายามทำให้ร่างกฎหมาย ‘GENIUS’ อ่อนแรงลง และใช้ร่าง ‘CLARITY’ เป็น ‘ตัวประกัน’ ในกระบวนการต่อรอง ทรัมป์ระบุว่า ธนาคารจำเป็นต้องทำ ‘ดีลที่ดี’ กับอุตสาหกรรมคริปโต แทนการพยายามขัดขวางกฎเกณฑ์ใหม่
ทรัมป์ย้ำว่า ร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโตจะเป็นอีกหนึ่ง ‘ขั้นตอนสำคัญ’ ในการผลักดันให้สหรัฐกลายเป็น ‘เมืองหลวงคริปโตของโลก (crypto capital of the world)’ ท่ามกลางความล่าช้าของกรอบกฎหมายระดับรัฐบาลกลาง ‘คำ’ ผ่านของกรอบกำกับสเตเบิลคอยน์ในฟลอริดา จึงถูกมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเร่งสร้างความชัดเจนในระดับ ‘รัฐ’ ซึ่งอาจกลายเป็นต้นแบบหรือแรงกดดันให้รัฐบาลกลางต้องเร่งกำหนดทิศทางกฎหมายคริปโตโดยรวมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
"ความคิดเห็น"
กฎหมายสเตเบิลคอยน์ของฟลอริดาแสดงให้เห็นแนวโน้มสำคัญคือ รัฐต่างๆ พร้อมจะเดินหน้ากำหนดกติกาเอง หากรัฐบาลกลางยังตัดสินใจช้า ด้านหนึ่งอาจช่วยลดความไม่แน่นอนให้ธุรกิจ แต่ก็เสี่ยงทำให้โครงสร้างกฎเกณฑ์ของสหรัฐ ‘แตกเป็นหลายมาตรฐาน’ หากไม่มีกรอบกลางมารองรับในที่สุด ทิศทางต่อจากนี้จึงขึ้นอยู่กับว่า รัฐบาลกลางจะเร่งผ่านกฎหมายระดับประเทศเพื่อเชื่อมโยงกฎของแต่ละรัฐเข้าหากันได้เร็วเพียงใด
ความคิดเห็น 0