อีเธอเรียม(ETH) พยายามยืนเหนือ ‘2,000 ดอลลาร์ (ราว 7.4 หมื่นบาท)’ ต่อเนื่องเป็นเดือน แต่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ราคายังร่วงลงอีกราว 4% ส่งผลให้แรงกดดันขาลงกลับมาชัดเจนขึ้น หากมองในภาพใหญ่ สถานการณ์ยิ่งท้าทายกว่าเดิม เพราะอีเธอเรียมเพิ่งกลับไปยืนเหนือจุดสูงสุดปี 2021 ได้แบบเฉียดฉิวเมื่อปี 2025 ก่อนจะถูกขายออกอย่างหนัก จนขณะนี้ยังซื้อขายอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดนั้นมากกว่า 60%
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่ายังมีโอกาสเห็นทิศทางเปลี่ยนฝั่ง โดยชี้ไปที่การเพิ่มขึ้นของ ‘กิจกรรมบนเครือข่าย’ และรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาในรอบวัฏจักรที่ผ่านมา ซึ่งเคยเกิดลักษณะคล้ายกันมาก่อน โดยเฉพาะกรณีที่อีเธอเรียมปกป้องโซนแนวรับสำคัญลักษณะเดียวกับปัจจุบันไว้ได้ แล้วพลิกขึ้นแรงในเวลาต่อมา
‘เมอร์ลิน เดอะ เทรดเดอร์(Merlijn The Trader)’ เทรดเดอร์สายเทคนิค บอกผ่าน X ว่า ตอนนี้อีเธอเรียมกำลังกลับเข้าสู่โซนราคาที่ “เคยเป็นตัวกำหนดวัฏจักรรอบที่แล้ว” โดยเมื่อราว 4 ปีก่อน ราคาของอีเธอเรียมเคยดึงสภาพคล่องในช่วง 1,200–1,600 ดอลลาร์ลงมา “เก็บกวาด” จนกลายเป็นโซนสร้างฐานราคา ก่อนจะเริ่มรอบขาขึ้นใหญ่ในเวลาต่อมา
เขาชี้ด้วยว่า ตัวชี้วัดทางเทคนิคอย่าง ‘ดัชนี RSI’ เริ่มกลับเข้าใกล้โซน ‘ขายมากเกินไป’ อีกครั้ง หากอีเธอเรียมสามารถรักษาระดับ ‘1,600 ดอลลาร์’ เอาไว้ได้ เมอร์ลินมองว่า “ฝั่งผู้ซื้อมีโอกาสแย่งชิงอำนาจนำกลับคืนมา” แต่หากราคาหลุดกรอบล่างของโซน 1,200–1,600 ดอลลาร์ลงไป “สภาพคล่องที่ลึกกว่านี้จะกลายเป็นเป้าหมายถัดไป” หรือก็คือยังมีช่องให้ไหลลงต่อ
เมอร์ลินยังยกตัวอย่างจากอดีตว่า เมื่ออีเธอเรียมสามารถป้องกันโซนนี้เอาไว้ได้ ราคาต่อจากนั้นเคยพุ่งขึ้นถึง ‘4 เท่า (4x)’ มาแล้ว และถ้าสถานการณ์ในครั้งนี้เกิดซ้ำรอยในสเกลใกล้เคียงกัน อีเธอเรียมก็มีโอกาส “ทะลุ” จุดสูงสุดตลอดกาลเดิม และอาจไต่ขึ้นไปใกล้ระดับ 5,000 ดอลลาร์ (ราว 1.85 แสนบาท) ได้ไม่ยาก
เขาเสริมในโพสต์ถัดมาด้วยว่า ราคาปัจจุบันของอีเธอเรียมยังยืนอยู่เหนือ ‘เส้นเทรนด์ไลน์ขาขึ้นระยะยาว’ ที่ถูกใช้เป็นแนวรับมาตลอดหลายปี ทำให้โซนใกล้ปัจจุบันกลายเป็นจุด ‘ชี้เป็นชี้ตาย’ หรือ ‘make-or-break’ ของรอบนี้ โดยการยืนเหนือหรือหลุดจากบริเวณ 2,000 ดอลลาร์ จะกลายเป็นตัวตัดสินทิศทางถัดไปของราคา
ด้านฝั่งข้อมูลบนบล็อกเชน ‘CW’ นักวิเคราะห์สายออนเชน ระบุว่ากิจกรรมบนเครือข่ายอีเธอเรียมเริ่มเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยในช่วงต้นปี ปริมาณธุรกรรมบนเครือข่ายเคยพุ่งขึ้นไปเกิน 2.5 ล้านรายการต่อวัน ก่อนจะชะลอลงต่ำกว่า 2 ล้านรายการในเวลาต่อมา แต่ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า ขณะนี้จำนวนธุรกรรมเริ่มกลับมาทะลุ 2 ล้านรายการอีกครั้ง
โดยทั่วไปแล้ว เมื่อการใช้งานเครือข่ายเพิ่มขึ้น มักสะท้อนว่า ‘ผู้ใช้และนักลงทุน’ กำลังกลับมาเคลื่อนไหวบนเชนมากขึ้น ซึ่งถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่ออีเธอเรียม(ETH) ในฐานะสินทรัพย์อ้างอิง เพราะรายได้ค่าธรรมเนียม กิจกรรมโปรโตคอล DeFi รวมถึงการใช้สัญญาอัจฉริยะต่างๆ มักมีแนวโน้มเพิ่มตาม
‘ความคิดเห็น’ จุดโฟกัสหลักของตลาดในตอนนี้จึงแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
– ระยะสั้น: การทวงคืนระดับ ‘2,000 ดอลลาร์’ ว่าจะยืนได้หรือไม่
– ระยะกลาง: การปกป้องแนวรับ ‘1,600 ดอลลาร์’ และกรอบ 1,200–1,600 ดอลลาร์
– ระยะโครงสร้าง: ความต่อเนื่องของสัญญาณออนเชน เช่น ปริมาณธุรกรรม ว่าจะหนุนราคาได้จริงหรือไม่
ในภาวะที่ตลาดการเงินยังอ่อนไหวต่อสินทรัพย์เสี่ยง ‘อีเธอเรียม’ จึงกำลังยืนอยู่บนเส้นแบ่งสำคัญที่ทั้งแนวรับทางเทคนิคและกิจกรรมบนเครือข่ายถูกทดสอบพร้อมกัน นักลงทุนจึงจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าปัจจัยใดจะเป็นตัวชี้ขาดทิศทางรอบใหญ่ถัดไปของอีเธอเรียม(ETH)
ความคิดเห็น 0