Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

อีเธอเรียม(ETH) เลเวอเรจพุ่งทำสถิติใหม่ เสี่ยงระเบิดพอร์ตกลางด่าน 1,900–2,100 ดอลลาร์

อีเธอเรียม(ETH) เลเวอเรจพุ่งทำสถิติใหม่ เสี่ยงระเบิดพอร์ตกลางด่าน 1,900–2,100 ดอลลาร์ / Tokenpost

อีเธอเรียม(ETH) กลับมายืนเหนือ 2,000 ดอลลาร์อีกครั้งเมื่อวันที่ 10 (เวลาท้องถิ่น) สะท้อนแรงเก็งกำไรที่ไหลเข้าตลาดอนุพันธ์อย่างรวดเร็ว ขณะที่ ‘เลเวอเรจ’ ในระบบพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ สร้างความเสี่ยงที่ความผันผวนระยะสั้นอาจขยายตัวรุนแรงทั้งฝั่งขึ้นและลง

ข้อมูลออนเชนและจากกระดานอนุพันธ์ระบุว่า ณ วันที่ 7 มีนาคม กระแสเงินไหลเข้าสุทธิสู่ตลาดอนุพันธ์ของอีเธอเรียมอยู่ที่ 113,43 ETH นับเป็นระดับเร่งตัวครั้งใหญ่เป็นอันดับสามของปี 2026 ก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ก็เคยมีแรงไหลเข้าขนาดใหญ่ในลักษณะเดียวกัน และในช่วงนั้นราคาอีเธอเรียมดีดตัวขึ้นราว 13% จากจุดต่ำสุดรอบปีบริเวณ 1,736 ดอลลาร์

‘คริปโตควอนท์(CryptoQuant)’ มองว่า ในอดีตการเร่งตัวของ ‘กระแสเงินไหลเข้าอนุพันธ์’ มักเกิดขึ้นก่อนช่วง ‘ย่อตัวแรง’ หรือช่วงที่ตลาดเข้าสู่ภาวะ ‘ผันผวนรุนแรง’ บ่อยครั้ง เมื่อ ‘สัญญาซื้อขายล่วงหน้า’ หรือ ‘ฟิวเจอร์ส’ ขยายตัวเร็วกว่าตลาดสปอต ทำให้เพียงแรงสะเทือนของราคาระดับเล็กน้อยก็เพียงพอให้เกิด ‘การบังคับปิดสถานะ (liquidation)’ เป็นลูกโซ่ ดันความผันผวนให้หนักขึ้นไปอีก

ตัวชี้วัด ‘อัตราเลเวอเรจโดยประมาณ (Estimated Leverage Ratio)’ ยิ่งตอกย้ำสัญญาณเตือน โดยดัชนีดังกล่าวพุ่งขึ้นแตะ 0.78 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา สูงกว่าสถิติเดิมที่ 0.778 เมื่อวันที่ 1 มกราคม วิธีคำนวณคือเปรียบเทียบ ‘มูลค่าคงค้างของสัญญา (open interest)’ กับ ‘ปริมาณคริปโตที่ฝากไว้ในกระดาน (reserve)’ ทำให้ตลาดใช้ตัวเลขนี้เพื่อวัดว่า ‘นักลงทุนกำลังกู้ยืมเงินมาเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน’

เมื่อ ‘อัตราเลเวอเรจ’ สูง แปลว่าส่วนใหญ่ของสถานะซื้อขายอาศัยเงินกู้เป็นหลัก หากราคาขยับขึ้นแรงจะเกิด ‘ชอร์ตสควีซ (short squeeze)’ จากฝั่งเปิดชอร์ต ส่วนถ้าราคาทรุดลงเร็ว สถานะฝั่งซื้อ (ลอง) ที่ใช้เลเวอเรจมากเกินไปก็จะถูกบังคับปิด ส่งผลให้ ‘ความผันผวน’ ทวีความรุนแรงในทั้งสองทิศทาง

ในเชิงเทคนิค ช่วงราคา 1,800–2,000 ดอลลาร์ กำลังทำหน้าที่เป็น ‘กรอบสะสมรายเดือน’ ของอีเธอเรียม(ETH) โดยเมื่อวันพุธสัปดาห์ก่อน ราคาขึ้นไปทดสอบบริเวณ 2,150 ดอลลาร์แล้วเกิดรูปแบบ ‘สวิงล้มเหลว (swing failure pattern)’ ให้เห็นแรงขายจากฝั่งทำกำไรอย่างชัดเจน ก่อนราคาจะถูกกดกลับลงมายังโซนที่มีสภาพคล่องหนาแน่นแถว 1,900 และ 1,950 ดอลลาร์

อย่างไรก็ดี ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ราคาลงไปกวาดสภาพคล่องบริเวณ 1,908 ดอลลาร์ เกิดรูปแบบ ‘สวีป (sweep)’ ก่อนดีดตัวกลับในวันจันทร์ ทำให้นักวิเคราะห์บางรายมองว่าบนกราฟรายชั่วโมงเริ่มเห็นสัญญาณ ‘จุดกลับตัวเชิงบวก (bullish pivot)’ ระยะสั้นแล้ว

โฟกัสถัดไปของตลาดจึงอยู่ที่ช่วง ‘แนวต้าน–แนวอุปทาน’ 2,050–2,100 ดอลลาร์ ซึ่งก่อตัวขึ้นช่วงปลายสัปดาห์ก่อน หากราคาสามารถทะลุกรอบนี้ขึ้นไปอย่างชัดเจนและ ‘เปลี่ยนสถานะ’ ให้กลายเป็นแนวรับได้ ก็มีโอกาสเปิดทางไปทดสอบโซน 2,150 ดอลลาร์ขึ้นไปอีกครั้ง

ด้านข้อมูล ‘การบังคับปิดสถานะ (Liquidation)’ ช่วยชี้ระดับราคาเป้าหมายระยะสั้นได้พอสมควร ตามสถิติ 7 วันที่ผ่านมาจาก ‘คอยน์กลาส(CoinGlass)’ พบว่า บริเวณเหนือราคาปัจจุบันมี ‘สถานะชอร์ต’ สะสมอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแถว 2,030 ดอลลาร์ ที่มี ‘เลเวอเรจฝั่งชอร์ต’ สะสมรวมมูลค่าราว 273 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 4,032 ล้านบาท)

ราคาที่มี ‘ชอร์ตคิวล้มโดมิโน’ หนาแน่นในลักษณะนี้ มักทำตัวคล้าย ‘แม่เหล็กดึงราคา’ ในตลาดอนุพันธ์ เมื่อราคาไต่ขึ้นไปแตะโซนนั้น สถานะชอร์ตที่ใช้เลเวอเรจสูงเกินพอดีจะถูกบังคับปิดพร้อมกัน ส่งผลให้เกิดคำสั่งซื้อคืน (short cover) เป็นชุด ดัน ‘แรงขาขึ้นระยะสั้น’ และทำให้ความผันผวนฝั่งบน (upsid volatility) ขยายตัวเร็ว

นักวิเคราะห์คริปโต ‘ซีริล-ดีไฟ(Cyril-DeFi)’ ระบุว่า กราฟคู่เงิน ‘อีเธอเรียม/ดอลลาร์ (ETH/USD)’ กำลังกลับมาทดสอบ ‘เส้นแนวโน้มขาขึ้นระยะยาว’ อีกครั้ง โดยเขาชี้ว่า “ทุกครั้งที่ราคาลงมาชนเส้นแนวโน้มนี้ สุดท้ายก็มักดีดกลับแรง” พร้อมเสริมว่า “ตอนนี้โซน 1,900–2,000 ดอลลาร์ คือระดับสำคัญที่จะชี้ทิศทางถัดไปของตลาด”

ท้ายที่สุดแล้ว ‘คำถามใหญ่’ ของตลาดคือ อีเธอเรียม(ETH) ที่กำลังถูกอัดฉีดเลเวอเรจในตลาดอนุพันธ์ จะ ‘ใช้แรงยืดหยุ่น’ นี้ทะลุแนวต้าน 2,050–2,100 ดอลลาร์ และยืนยันเป็นแนวรับใหม่ได้ หรือจะถูก ‘แรงระบายเลเวอเรจ’ กดให้กลับลงมา เกิดรอบ ‘ระเบิดพอร์ต’ และเพิ่มความผันผวนจากการล้างสถานะอีกรอบ

ในระยะสั้นสายตานักลงทุนจับจ้องไปที่ ‘ทิศทางการไหลเข้าออกของตลาดอนุพันธ์’ และการเคลื่อนไหวของ ‘ตัวชี้วัดเลเวอเรจ’ ว่าจะยังเดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่หรือไม่ พร้อมกันนั้นตลาดยังจับตาว่าราคาจะขึ้นไปทดสอบโซน ‘ชอร์ตลิควิดหนาแน่น’ แถว 2,030 ดอลลาร์หรือไม่ เพราะโซนดังกล่าวอาจเป็นตัวเร่งสำคัญต่อทิศทางราคาในช่วงถัดไป

ความคิดเห็น

ในภาวะที่เลเวอเรจแตะระดับสูงเป็นประวัติการณ์แบบนี้ ‘การบริหารความเสี่ยง’ กลายเป็นประเด็นสำคัญกว่าการไล่ราคาทุกครั้ง นักเทรดที่ใช้เลเวอเรจในอีเธอเรียม(ETH) ควรจับตา ‘ระดับสำคัญ’ อย่าง 1,900–2,000 ดอลลาร์ และ 2,050–2,100 ดอลลาร์ อย่างใกล้ชิด ขณะที่นักลงทุนระยะยาวอาจรอให้ฝุ่นจากรอบล้างเลเวอเรจเริ่มจาง ก่อนตัดสินใจเพิ่มหรือลดน้ำหนักการลงทุนอีกครั้ง

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1