Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

ราคา บิตคอยน์(BTC) ดิ่งกดดันงบดุล ‘บริษัทบิตคอยน์เทรเชอรี’ 77.4% ขาดทุน ลึกเกิน 20% พุ่งแตะ 65.6%

ราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ ที่ปรับฐานยืดเยื้อกำลังกดดันสถานะกำไรขาดทุนของกลุ่ม ‘บริษัทบิตคอยน์ทรTreasury’ อย่างหนัก โดยชาร์ลส์ เอ็ดเวิร์ดส์(Charles Edwards) ผู้ก่อตั้งบริษัทวิจัยออนเชนและแมโคร ‘คา프ริโอเล อินเวสต์เมนต์ส์(Capriole Investments)’ เปิดเผยผ่าน X ว่า ขณะนี้มี ‘บริษัทบิตคอยน์เทรเชอรี’ จำนวนมากที่ราคาตลาดของบิตคอยน์(BTC) ร่วงลงมาต่ำกว่าต้นทุนเฉลี่ยที่เคยซื้อไว้แล้ว

‘บริษัทบิตคอยน์เทรเชอรี’ คือบริษัทจดทะเบียนที่นำบิตคอยน์(BTC) เข้ามาใส่ในงบดุลเสมือนเป็น ‘สินทรัพย์สำรอง’ นักลงทุนจึงสามารถรับความเคลื่อนไหวของราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ ทางอ้อมผ่านการถือหุ้นของบริษัทเหล่านี้ ทำให้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในสะพานเชื่อมสำคัญระหว่างตลาดทุนดั้งเดิมกับโลกคริปโต

‘77.4% ขาดทุน’ บริษัทที่ติดดอยเกิน 20% ก็พุ่งแตะ 65.6%

จากกราฟที่เอ็ดเวิร์ดส์เผยแพร่ แสดงให้เห็นว่าปัจจุบัน 77.4% ของบริษัทบิตคอยน์เทรเชอรีอยู่ในสถานะขาดทุนเมื่อเทียบกับ ‘ต้นทุนเฉลี่ย (cost basis)’ หมายความว่า ‘ส่วนใหญ่’ ของบริษัทเหล่านี้กำลังถือบิตคอยน์(BTC) ใต้ราคาทุน

ที่น่าสนใจกว่าคือ ‘ระดับความลึกของการขาดทุน’ โดยสัดส่วนบริษัทที่ราคาบิตคอยน์(BTC) ที่ถืออยู่ต่ำกว่าต้นทุนมากกว่า 20% อยู่ที่ 65.6% นั่นคือ ในบรรดาบริษัทที่ขาดทุน ส่วนใหญ่ ‘ติดลึก’ ไม่ใช่แค่ราคาย่อตื้นๆ แต่สะท้อนว่าการปรับฐานและแนวโน้มขาลงดำเนินมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว

กลยุทธ์แบบ ‘Strategy’ ก็ไม่รอด ต้นทุนเฉลี่ยสูงถึง 75,985 ดอลลาร์

ตัวอย่างบริษัทที่ถูกมองว่าเป็น ‘ต้นแบบ’ ของกลยุทธ์บิตคอยน์เทรเชอรี คือบริษัท ‘สเตรทีจี(Strategy)’ ซึ่งเดิมรู้จักกันในชื่อ ไมโครสเตรทีจี(MicroStrategy) บริษัทนี้ทยอยสะสมบิตคอยน์(BTC) อย่างต่อเนื่อง จนถือครองปริมาณมหาศาลในงบดุล

แต่ในรอบการปรับฐานครั้งล่าสุด สเตรทีจี(Strategy) ก็หลีกเลี่ยงแรงกดดันด้านกำไรขาดทุนทางบัญชีไม่พ้นเช่นกัน ข้อมูลระบุว่าต้นทุนเฉลี่ยการซื้อบิตคอยน์(BTC) ของสเตรทีจี(Strategy) อยู่ที่ 75,985 ดอลลาร์ สูงกว่าราคาตลาดปัจจุบันราว 12% หากคิดเป็นเงินสกุลบาทจะอยู่ราว 11,177,000 บาทต่อ 1 บิตคอยน์(BTC) (อ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์ = 1,471.20 บาท) ‘ความคิดเห็น’ ตัวเลขนี้ยังชี้ให้เห็นด้วยว่า ยังมีบริษัทอื่นที่มีสภาวะขาดทุนหนักกว่าสเตรทีจี(Strategy) อีกไม่น้อย

เหมือนภาพปี 2022 หรือสัญญาณลึกเข้าสู่เฟสขาลง?

เอ็ดเวิร์ดส์มองว่าภาพที่เกิดขึ้นตอนนี้คล้ายกับช่วงเดือนพฤษภาคม 2022 ซึ่งขณะนั้นตลาดได้เข้าสู่ขาลงอย่างชัดเจน และสัดส่วนบริษัทบิตคอยน์เทรเชอรีที่ขาดทุนก็พุ่งขึ้นไปอยู่ในระดับสูงมากเช่นกัน แม้สภาพแวดล้อมมหภาค สภาพคล่อง และโครงสร้างตลาดในวันนี้จะแตกต่างจากในอดีต แต่ ‘ระดับราคาบิตคอยน์(BTC) เมื่อเทียบกับต้นทุนเฉลี่ยของบริษัท’ ยังเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนมุมมองและภาวะอุปสงค์–อุปทานได้ดี

ที่สำคัญ ปัจจุบันมีบริษัทที่ถือบิตคอยน์(BTC) เป็นสินทรัพย์ในงบดุลมากกว่ายุคก่อนอย่างชัดเจน ทำให้การร่วงลงของราคาไม่ได้กระทบแค่นักลงทุนรายย่อยหรือเทรดเดอร์ แต่เริ่มโยงไปถึงโครงสร้างการเงินของบริษัทและต้นทุนการระดมทุนในอนาคต ‘ความคิดเห็น’ นี่คือเหตุผลว่าทำไมตลาดถึงให้ความสนใจกับตัวชี้วัดประเภทนี้มากขึ้นเรื่อยๆ

ฝั่ง ETF ยังเห็น ‘เงินไหลเข้า’ บ่งชี้อุปสงค์เริ่มฟื้น

อีกช่องทางหนึ่งที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าลงทุนในบิตคอยน์(BTC) แบบทางอ้อมคือ ‘บิตคอยน์สปอต ETF’ หรือกองทุน ETF ที่อ้างอิงราคาบิตคอยน์(BTC) แบบถือเหรียญจริง สปอต ETF เหล่านี้จะให้บลูมเบิร์กหรือผู้ดูแลกองทุนเป็นคนซื้อและเก็บบิตคอยน์(BTC) แทนผู้ลงทุน ทำให้ทั้งสถาบันและรายย่อยสามารถรับความผันผวนของราคาได้โดยไม่ต้องจัดการเรื่องกระเป๋าเงินบล็อกเชนหรือขั้นตอนเชิงเทคนิคอื่นๆ

ในช่วงที่ตลาดกลับทิศสู่โหมดอ่อนตัว สปอต ETF ในสหรัฐเคยเผชิญภาวะเงินไหลออกสุทธิอย่างต่อเนื่อง แต่ข้อมูลจาก SoSoValue ระบุว่าในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเริ่มเห็น ‘กระแสเงินไหลเข้าสุทธิ’ กลับคืนมาแล้ว ‘ความคิดเห็น’ แม้ยังเร็วเกินไปจะฟันธงว่าเป็นเทรนด์ระยะยาว แต่ก็พอสะท้อนแรงขายที่ผ่อนคลายลงและความต้องการถือครองบิตคอยน์(BTC) ที่เริ่มตั้งหลักใหม่

บิตคอยน์(BTC) บริเวณ 67,600 ดอลลาร์ จุดตัดระหว่างงบดุลบริษัทกับกระแสเงิน

ราคาบิตคอยน์(BTC) ล่าสุดอ่อนตัวลงมาบริเวณ 67,600 ดอลลาร์ หลังจากย่อตัวคืนกำไรจากการดีดกลับบางส่วน คิดเป็นราว 9,945,000 บาทต่อ 1 บิตคอยน์(BTC) ระดับราคานี้เป็นทั้ง ‘เขตที่ส่วนต่างระหว่างราคาตลาดกับต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทบิตคอยน์เทรเชอรีขยายตัวออกไป’ และในเวลาเดียวกันก็เป็นโซนที่กระแสเงินในสปอต ETF เริ่มหันกลับมาไหลเข้าอีกครั้ง

ทิศทางของตลาดช่วงต่อจากนี้จึงค่อนข้างชัดเจนว่าจะถูกจับตาในสองมิติหลัก คือ หนึ่ง ราคาบิตคอยน์(BTC) จะสามารถไต่กลับขึ้นไปเหนือช่วงต้นทุนเฉลี่ยของบริษัทบิตคอยน์เทรเชอรีได้เร็วแค่ไหน และสอง กระแสเงินไหลเข้าสปอต ETF จะต่อเนื่องพอจะเปลี่ยนเป็น ‘อุปสงค์เชิงโครงสร้าง’ ได้หรือไม่

‘ความคิดเห็น’ เมื่อดูจากข้อมูลปัจจุบัน ตลาดกำลังอยู่ในจุดที่ ‘ราคา–แรงซื้อขาย–ฐานะทางการเงินของบริษัท’ เริ่มสอดประสานกันและมีอิทธิพลต่อทิศทางในภาพรวม มากกว่าจะขับเคลื่อนด้วยข่าวเฉพาะรายหรือเหตุการณ์เดี่ยวๆ แบบที่ผ่านมา

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1