ราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ ร่วงแรงภายในวันเดียว หลุดระดับ 7만1,000달러อีกครั้ง ท่ามกลางแรงกดดันจากสัญญาณนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด, Fed) ขณะเดียวกัน ‘วาฬ’ สายถือยาวเริ่มเทขายล็อตใหญ่ ทำให้แรงขายในตลาดคริปโตยิ่งทวีความรุนแรง
เมื่อวันที่ 18 (เวลาท้องถิ่น) ตามข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ออนเชน ‘ลุคออนเชน(Lookonchain)’ พบว่า กระเป๋าเงินบิตคอยน์ที่ถือเหรียญมานานกว่า 12 ปี ได้ขายเพิ่มอีก 1,000 BTC ภายใน 24 ชั่วโมง คิดเป็นมูลค่าราว 7,100만달러 หรือประมาณ 1,065억วอน กระเป๋าใบนี้เคยสะสม 5,000 BTC ด้วยต้นทุนรวมราว 166만달러 (ประมาณ 24억9,000만วอน) และเพิ่งเริ่มทยอยขายตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 เป็นต้นมา
กระเป๋า ‘วาฬเก่า’ ดังกล่าวจนถึงตอนนี้ได้ขายบิตคอยน์ออกไปแล้ว 3,500 BTC ที่ราคาเฉลี่ยมากกว่า ‘9만6,000달러’ ทำกำไรรวมประมาณ 4억4,200만달러 (ราว 6,635억วอน) หรือคิดเป็นผลตอบแทนราว ‘266 เท่า’ จากต้นทุนเดิม ‘ความคิดเห็น’ การขายของผู้เล่นที่ต้นทุนต่ำมากระดับนี้ มักสร้างแรงกดดันทางจิตวิทยาต่อรายย่อย เพราะเป็นสัญญาณว่าผู้ถือยาวเริ่มมองว่าราคาปัจจุบันน่าพอใจในการทำกำไร
อีกด้านหนึ่ง ลุคออนเชนยังระบุว่า มีกระเป๋าเงินของ ‘วาฬยุคแรก’ อีกราย ซึ่งคาดว่าเป็นของ โอเวน กัน던(Owen Gunden) ร่วมเทขายเช่นกัน โดยในช่วงเวลาเดียวกัน กระเป๋าดังกล่าวได้ขายเพิ่ม 650 BTC พร้อมประวัติการขายก่อนหน้าแล้วกว่า 1만1,000 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 11억달러 หรือประมาณ 1조6,500억วอน
กระแสการเทขายล็อตใหญ่ของกลุ่มวาฬถือยาวเหล่านี้ เกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่ราคา ‘บิตคอยน์(BTC)’ เริ่มปรับฐาน จากระดับ 7만4,000달러 ลงมาแตะ 7만1,000달러 ก่อนจะดีดตัวเล็กน้อยหลังประกาศ ‘คงดอกเบี้ย’ ของเฟด แต่สุดท้ายแรงขายยังไม่หยุด ส่งผลให้ราคาถูกกดลงมาใกล้โซน 7만달러อีกครั้ง
ในขณะที่ฝั่งหนึ่งกำลังเร่งขายทำกำไร ก็ยังมีวาฬอีกกลุ่มที่เดินเกมตรงข้าม เลือก ‘สะสมเพิ่ม’ อย่างต่อเนื่อง ข้อมูลออนเชนชุดเดียวกันเผยว่า นักลงทุนรายใหญ่รายหนึ่งเริ่มซื้อสะสมบิตคอยน์ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม และยังคงซื้อทุกวัน ล่าสุดเพิ่งลงทุนเพิ่มอีก 3,700만달러 (ประมาณ 556억วอน) เพื่อเก็บบิตคอยน์มากกว่า 500 BTC เพิ่มเข้าไปในพอร์ต
จนถึงตอนนี้ นักลงทุนรายดังกล่าวสะสมบิตคอยน์รวมแล้ว 2,656 BTC ที่ราคาเฉลี่ยประมาณ 7만2,000달러 รวมมูลค่าถือครองราว 1억9,000만달러 หรือประมาณ 2,851억วอน ‘ความคิดเห็น’ พฤติกรรมลักษณะนี้มักสะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มระยะกลาง–ยาว แม้ราคาจะแกว่งตัวแรงในระยะสั้นก็ตาม
แรงขายจากวาฬสายเก่าที่กำไรสะสมสูง และแรงซื้อจากวาฬรายใหม่ที่ทยอยสะสม จึงกลายเป็นภาพสะท้อนว่า ทิศทางของตลาด ‘บิตคอยน์(BTC)’ ยังไม่ชัดเจน ขณะระยะสั้นต้องเผชิญแรงขายกดดันราคา แต่ฝั่ง “ซื้อสะสมเมื่อย่อตัว” ก็ยังคงหนุนให้ตลาดไม่เสียสมดุลไปด้านใดด้านหนึ่งอย่างชัดเจน
ความคิดเห็น 0