Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

บิตคอยน์(BTC) ส่งสัญญาณกลับตัวเชิงโครงสร้าง หลังดิเทครัปปลิงจาก S&P500 และล้างเลเวอเรจ 70,000 BTC

บิตคอยน์(BTC) กำลังส่งสัญญาณ ‘การกลับตัวเชิงโครงสร้าง’ แม้ราคายังเคลื่อนไหวในกรอบอ่อนตัว ทั้งสัญญาณทางเทคนิคและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดเริ่มชี้ไปทางแนวโน้มขาขึ้นระยะถัดไป ท่ามกลางการดิเทครัปปลิงจากตลาดหุ้นสหรัฐและการลดเลเวอเรจครั้งใหญ่ในตลาดอนุพันธ์

เมื่อไม่นานนี้ ราคา *บิตคอยน์(BTC)* ร่วงลงไปแถว 68,000 ดอลลาร์ (ราว 1.024 ล้านบาท) ก่อนดีดกลับขึ้นมายืนเหนือ 71,000 ดอลลาร์ (ราว 1.17 ล้านบาท) ได้อีกครั้ง แม้จะเห็นการรีบาวด์ระยะสั้นต่อเนื่อง แต่นักวิเคราะห์บางรายยังมองว่าการดีดตัวรอบนี้อาจเป็นเพียง ‘เฟกเอาต์’ และเตือนให้นักลงทุนระมัดระวังในการไล่ราคา

ท่ามกลางบรรยากาศที่ยังไม่ฟันธงฝั่งใดชัดเจน นักวิเคราะห์สายเทคนิคคริปโตชื่อ *คริปโต พาเทล(Crypto Patel)* ออกมาชี้ผ่านแพลตฟอร์ม X ถึง ‘สัญญาณขาขึ้นที่ทรงพลัง แต่ยังถูกมองข้าม’ โดยเน้นไปที่ ‘ความสัมพันธ์ระหว่าง *บิตคอยน์(BTC)* และดัชนี S&P500’ ซึ่งกำลังเปลี่ยนโครงสร้างสำคัญของตลาด

ตามการวิเคราะห์ของเขา ตอนนี้ *บิตคอยน์(BTC)* กำลังแสดง ‘ความสัมพันธ์เชิงลบ’ กับดัชนี S&P500 ในระดับยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 หมายความว่าเมื่อหุ้นสหรัฐปรับขึ้น บิตคอยน์กลับไม่ได้ขึ้นตาม หรือในบางช่วงถึงขั้นเคลื่อนไหวสวนทางอย่างมีนัยสำคัญ พาเทลมองว่านี่เป็นสัญญาณว่า บิตคอยน์กำลังหลุดออกจากบทบาท ‘สินทรัพย์เสี่ยงแบบเดียวกับหุ้นเทค’ และเริ่มเทรดบนปัจจัยเฉพาะของตัวเองมากขึ้น

เขายังยกตัวอย่างว่า ในอดีตทุกครั้งที่ *บิตคอยน์(BTC)* เกิดภาวะดิเทครัปปลิง (Decoupling) ออกจากตลาดหุ้นโลกอย่างชัดเจน มักตามมาด้วยรอบ ‘ตลาดกระทิง’ ที่มีแรงซื้อเข้ามาอย่างรุนแรงในระยะต่อมา ทำให้สัญญาณนี้ถูกจับตามองว่าอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับตัวรอบใหม่

อีกปัจจัยสำคัญคือ การเคลียร์ ‘เลเวอเรจ’ ครั้งใหญ่ในตลาดฟิวเจอร์ส เมื่อประมาณ 70,000 BTC ในสัญญามิ결제약정 (Open Interest) ถูกล้างออกไปเกือบหมดในเหตุการณ์ชอร์ต/ลองถูกล้าง (Liquidation) ครั้งเดียว ส่งผลให้เลเวอเรจส่วนเกินที่สะสมอยู่ในระบบหายไปอย่างรวดเร็ว โครงสร้างตลาดในเชิงเลเวอเรจจึงถูกรีเซ็ตกลับไปใกล้เคียงระดับเดือนเมษายน 2025

‘ความคิดเห็น’ การลดเลเวอเรจชุดใหญ่ลักษณะนี้ แม้ทำให้เกิดความผันผวนรุนแรงในช่วงสั้น แต่ในเชิงโครงสร้างถือเป็นการเอาเชื้อไฟที่พร้อมจุดระเบิดความผันผวนออกจากตลาด เมื่อฟองเลเวอเรจถูกปล่อยลมออกแล้ว การเคลื่อนไหวของราคาในระยะถัดไปมักสะท้อนแรงซื้อขายจริงมากขึ้น และเปิดช่องให้การขึ้นรอบใหม่เกิดขึ้นบนฐานที่แข็งแรงกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่นักวิเคราะห์ทุกคนที่มองตลาดในเชิงบวก นักวิเคราะห์ตลาดคริปโตชื่อ *ไลโว(Lyvo)* ระบุว่า นักลงทุนจำนวนไม่น้อยยังมีพฤติกรรม ‘อินกับข่าวมากเกินไป’ ทั้งข่าวดีและข่าวร้าย จนนำไปสู่การคาดหวัง ‘การกลับเป็นขาขึ้นแบบฉับพลัน’ โดยไม่มองภาพโครงสร้างใหญ่ของราคา เขาชี้ว่า การที่กราฟราคายังคงทำ ‘ยอดสูงสุดที่ต่ำลงเรื่อย ๆ’ ควบคู่กับทิศทางขาลงที่ยืดเยื้อ กำลังกดดันจิตวิทยาของรายย่อยให้เชื่อมั่นใน ‘ตลาดหมีถาวร’ มากขึ้นเรื่อย ๆ

แต่ในอีกมุมหนึ่ง ไลโวกลับมองว่าบรรยากาศเชิงลบสุดโต่งและความสิ้นหวังของรายย่อยเช่นนี้ มักกลายเป็น ‘เชื้อเพลิง’ ให้กับการรีบาวด์ครั้งสำคัญในอนาคต เมื่อแรงขายจากมืออ่อนทยอยหมดไป ตลาดจะเริ่มเข้าสู่จุดที่นักลงทุนระยะยาวและสถาบันพร้อมกลับเข้ามาสะสม

ในฝั่งมุมมองระยะยาว *คริปโต พาเทล* ยังเสนอ ‘โรดแมป’ ราคา *บิตคอยน์(BTC)* ไปจนถึงปลายทศวรรษนี้ โดยคาดการณ์ว่ามีโอกาสเห็นราคาทะลุขึ้นไปแตะโซน ‘600,000 ดอลลาร์’ (ราว 9.384 ล้านบาท) ได้ภายในปี 2029 โดยใช้ข้อมูลจากรอบวัฏจักรก่อนหน้าเป็นฐานในการประเมิน

เขาย้อนข้อมูลไปยังรอบก่อนหน้านี้ ซึ่ง *บิตคอยน์(BTC)* เคยทำจุดสูงสุดราว 68,991 ดอลลาร์ ก่อนร่วงลงมาประมาณ 77% ไปสร้างจุดต่ำสุดแถว 15,470 ดอลลาร์ จากโครงสร้างดังกล่าว พาเทลเชื่อว่ารอบวัฏจักรปัจจุบันอาจเดินตามแพตเทิร์นที่คล้ายกัน โดยเขาคาดการณ์ว่า บิตคอยน์อาจทำจุดสูงสุดของรอบนี้แถว 126,000 ดอลลาร์ ในช่วงประมาณเดือนตุลาคม 2025 จากนั้นราคาจะเข้าสู่ช่วงปรับฐานใหญ่ไปจนถึงราวเดือนตุลาคม 2026 ซึ่งจะเป็นช่วงเวลา ‘สะสมของ’ สำคัญในกรอบล่างของรอบใหม่

เขาให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับช่วงราคา 50,000–35,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 7.53–5.27 แสนบาท) โดยระบุว่าเป็นโซน *ฟีโบนักชีรีเทรซเมนต์* 0.5–0.618 ซึ่งมักถูกเรียกว่า ‘โซนทองคำของการย่อตัว’ และมีแนวโน้มกลายเป็น ‘พื้นที่สะสมหลัก’ ของนักลงทุนรายใหญ่ หากรอบนี้ยังเคลื่อนไหวตามโครงสร้างเทคนิคคล้ายกับในอดีต

ตามสมมติฐานของพาเทล เมื่อ *บิตคอยน์(BTC)* สร้างฐานราคาจบในโซนนี้ได้อย่างแข็งแรง แรงซื้อระยะยาวจะเริ่มเข้ามาขับเคลื่อน ‘รอบกระทิงถัดไป’ โดยระบุว่าในช่วงเดือนกันยายน–ตุลาคม 2029 มีโอกาสเห็นราคาทะยานขึ้นไปอยู่ในกรอบ 500,000–600,000 ดอลลาร์ ได้หากกระบวนการสร้างฐานและวัฏจักรตลาดดำเนินไปคล้ายกับรอบก่อนหน้า

‘ความคิดเห็น’ มุมมองนี้ยังเป็นเพียงหนึ่งในหลายกรอบคาดการณ์ และขึ้นกับสมมติฐานว่าประวัติศาสตร์ราคา *บิตคอยน์(BTC)* จะ ‘คล้องจอง’ กับตัวเองอีกครั้ง นักลงทุนจึงควรมองเป็น ‘สคริปต์หนึ่งของตลาด’ มากกว่าคำทำนายตายตัว พร้อมจัดการความเสี่ยงและปรับพอร์ตตามเงื่อนไขตลาดจริง

โดยสรุป *บิตคอยน์(BTC)* กำลังยืนอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ แม้ระยะสั้นจะยังเผชิญความผันผวนและโทนข่าวที่สลับไปมาระหว่างบวกและลบ แต่สัญญาณเชิงโครงสร้าง ทั้งจากการดิเทครัปปลิงกับดัชนี S&P500 และการรีเซ็ตเลเวอเรจครั้งใหญ่ในตลาดอนุพันธ์ กำลังถูกตีความว่าอาจเป็น ‘ฐานราก’ ของการกลับตัวรอบใหม่ หากสองปัจจัยนี้เดินหน้าสอดประสานกันต่อไป โอกาสที่ *บิตคอยน์(BTC)* จะเปลี่ยนจากบรรยากาศตลาดอ่อนตัวไปสู่เทรนด์ขาขึ้นอย่างเป็นทางการ ก็เริ่มถูกหยิบมาพูดถึงมากขึ้นในหมู่นักลงทุนระดับโลก

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1