ชิบะอินุ(SHIB) กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของราคา หลังจากดีดขึ้นไปแตะราว $0.00000623 (ประมาณ 0.0094 บาท) ก่อนย่อตัวลงเล็กน้อย และยังคงแกว่งตัวต่ำกว่า $0.0000060 (ประมาณ 0.0090 บาท) ขณะที่ภาพรวมรายสัปดาห์ยังบวกอยู่ราว 3% ทำให้นักลงทุนจับตาว่าระดับนี้จะกลายเป็นฐานสะสม หรือเป็นเพียงจุดพักก่อนการปรับฐานรอบใหม่
ในกราฟ 4 ชั่วโมง รูปแบบทางเทคนิคแบบ ‘ถ้วยและหูถ้วย’ (Cup and Handle) เริ่มชัดเจนมากขึ้น ชิบะอินุ(SHIB) เคยทำจุดสูงสุดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ไว้ที่โซน $0.000007 (ประมาณ 0.0105 บาท) จากนั้นอ่อนตัวลงต่อเนื่องจนไปทำจุดต่ำบริเวณ $0.00000460 (ประมาณ 0.0069 บาท) ในช่วงต้นเดือนมีนาคม กลายเป็น ‘ฐานโค้ง’ ก่อนจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาใกล้แนวโน้มขาลงหลักแถว $0.00000620 (ประมาณ 0.0093 บาท) ซึ่งเป็นโซนที่ตลาดกำลังทดสอบอย่างจริงจังในตอนนี้
อย่างไรก็ตาม ‘แรงขาย’ ยังเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ ข้อมูลออนเชนระบุว่า ปริมาณเหรียญที่ไหลเข้าสู่กระดานเทรดในสัปดาห์นี้พุ่งเกิน 9 หมื่นล้านโทเคน สะท้อนว่าตลาดยังมี ‘อุปทานรอขาย’ อยู่จำนวนมาก ขณะที่บรรยากาศการลงทุนในกลุ่มมีมคอยน์โดยรวมยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน นักลงทุนส่วนใหญ่ยังเลือกถือเงินสดหรือหันไปเก็งกำไรในโปรเจกต์เปิดใหม่แทน
ด้านอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคยังไม่ให้สัญญาณทิศทางที่ชัดเจน ค่า RSI แกว่งตัวอยู่ในโซน 49–51 ซึ่งถือว่าเป็นระดับ ‘กลาง ๆ’ ไม่เอียงไปทางซื้อมากเกินหรือขายมากเกิน ส่วนออสซัมออสซิลเลเตอร์ยังอยู่ในแดนลบ บ่งชี้ว่า ‘โมเมนตัมขาลง’ ยังไม่ถูกล้างออกไปทั้งหมด
โซนรับสำคัญยังคงอยู่ที่บริเวณ $0.0000055 (ประมาณ 0.0083 บาท) ซึ่งตรงกับระดับฟีโบนักชี 0 และถูกมองว่าเป็นช่วงราคาที่มีแรงซื้อหนาแน่น หากหลุดโซนนี้ลงไป ความเสี่ยงที่จะเห็นแรงขายเร่งตัวมีโอกาสเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันสัญญาณออนเชนภาพรวมยังไม่สดใสนัก ตัวชี้วัด OBV (ปริมาณการซื้อขายสะสม) เคลื่อนไหวในทิศทางขาลง แสดงให้เห็นว่าแรงซื้อสุทธิยังไม่กลับมาอย่างจริงจัง ปริมาณการเผาเหรียญรายวันก็ทรุดตัวลงถึงราว 98.94% โดยเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ตัวเลขอยู่เพียงราว 305,490 SHIB เท่านั้น สะท้อนว่าเงินร้อนสายเก็งกำไรระยะสั้นกำลังทยอยออกจากตลาด ‘ขณะที่นักลงทุนระยะยาวยังคงทยอยเก็บของที่แนวรับอย่างค่อยเป็นค่อยไป’
ในมุมมองระยะยาว มีการคาดการณ์บางส่วนว่าชิบะอินุ(SHIB) อาจไต่ขึ้นไปแตะโซน $0.000330 (ประมาณ 0.497 บาท) ได้ภายในปี 2030 ‘ความคิดเห็น’ เป้าหมายดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าระบบนิเวศ ‘ชิบาเรียม’ จะขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ และมีการเผาเหรียญในปริมาณมหาศาลอย่างต่อเนื่อง หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขเหล่านี้ ภาพราคาอาจไม่สามารถเดินตามโมเดลที่วางไว้ได้ ปัจจุบันราคายังปรับลดลงมาราว 61% จากระดับเป้าหมาย และยังไม่สามารถทะลุแนวโน้มขาลงหลักได้ชัดเจน จึงควรแยกให้ชัดเจนระหว่าง ‘เด้งทางเทคนิคในระยะสั้น’ กับ ‘เทรนด์ขาขึ้นเชิงโครงสร้าง’ ที่ต้องการปัจจัยพื้นฐานมาหนุนอย่างจริงจัง
ท่ามกลางความไม่แน่นอนของชิบะอินุ(SHIB) และมีมคอยน์รุ่นใหญ่ เงินทุนบางส่วนเริ่มไหลออกไปหามีมคอยน์หน้าใหม่ หนึ่งในโปรเจกต์ที่ถูกพูดถึงมากขึ้นคือ ‘แม็กซีโดจ(MAXI)’ ซึ่งเป็นโทเค็นมาตรฐาน ERC-20 บนเครือข่ายอีเธอเรียม(ETH) โปรเจกต์นี้วางตัวเองเป็น ‘มีมคอยน์สำหรับเทรดเดอร์สายเลเวอเรจสูง’ เจาะกลุ่มนักเก็งกำไรที่รับความเสี่ยงได้มากและชอบความผันผวน
ในรอบพรีเซลล์ล่าสุด แม็กซีโดจ(MAXI) ระดมทุนได้แล้วราว 4.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ราคาโทเค็นอยู่แถว $0.000281 (ประมาณ 0.423 บาท) ทีมพัฒนานำเสนอจุดขายอย่างผลตอบแทนสเตกกิ้งต่อปีราว 66% กิจกรรมแข่งขันเทรดสำหรับผู้ถือโทเค็นโดยเฉพาะ กองทุนสภาพคล่อง ‘Maxi Fund’ เพื่อเสริมความลึกของตลาด รวมถึงกลยุทธ์การตลาดที่เน้นใช้มีมเป็นหลักเพื่อดึงดูดกลุ่มเทรดเดอร์รุ่นใหม่
ท้ายที่สุด ประเด็นสำคัญยังคงอยู่ที่ชิบะอินุ(SHIB) จะสามารถ ‘ฝ่าแนวต้านปัจจุบัน’ และส่งสัญญาณกลับตัวของแนวโน้มได้หรือไม่ ระยะสั้นมีโอกาสเห็นการดีดตัวทางเทคนิคหากสามารถรักษาโซนรับหลักเอาไว้ได้ แต่ถ้าข้อมูลออนเชนและโครงสร้างอุปสงค์–อุปทานไม่ปรับตัวดีขึ้น การแกว่งตัวรุนแรงและความเสี่ยงด้านความผันผวนอาจเพิ่มขึ้นตามมา นักลงทุนจึงควรติดตามทั้งราคา แนวต้าน–แนวรับ และข้อมูลออนเชนควบคู่กันไป ก่อนตัดสินใจเพิ่มหรือลดน้ำหนักในชิบะอินุ(SHIB) ช่วงนี้
ความคิดเห็น 0