Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

สภาคองเกรสเร่งคุมเข้ม ‘ตลาดคาดการณ์’ เสี่ยงลามกระทบโทเคนการเมืองและคริปโตความเสี่ยงสูง

การเคลื่อนไหวเพื่อ ‘จำกัด’ การเข้าร่วม *ตลาดคาดการณ์* ของสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารเริ่มเดินหน้าเต็มรูปแบบแล้ว หลังมีความกังวลว่าการนำเหตุการณ์ทางการเมืองและนโยบายมาเป็น ‘การเดิมพัน’ กำลังสร้างปัญหาเรื่อง ‘ผลประโยชน์ทับซ้อน’ และการใช้ข้อมูลภายใน

เมื่อวันที่ 25 (เวลาท้องถิ่น) เซธ มอลตัน(Seth Moulton) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต จากรัฐแมสซาชูเซตส์ ได้สั่งห้ามพนักงานในสำนักงานทุกคนเข้าร่วม *ตลาดคาดการณ์* ทั้งหมดทันที รวมถึงแพลตฟอร์มอย่าง โพลีมาร์เก็ต(Polymarket) ถือเป็นครั้งแรกที่มีการออกคำสั่งห้ามแบบเบ็ดเสร็จต่อการนำเหตุการณ์ทางการเมือง กฎหมาย ระเบียบกำกับดูแล และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์มาเป็นเป้าการเดิมพัน รวมถึงการห้ามใช้ข้อมูลที่ได้จากการปฏิบัติหน้าที่ราชการในการซื้อขายทุกรูปแบบ

มอลตันระบุว่า *ตลาดคาดการณ์* กำลังกลายเป็น ‘สนามเด็กเล่นของคนวงในที่ฉ้อฉล’ โดยโครงสร้างที่เปิดให้เดิมพันผลการเลือกตั้ง สงคราม หรือการเสียชีวิตของบุคคลสาธารณะ เป็นแรงจูงใจที่บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง เขาย้ำว่าข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐควรทุ่มสมาธิกับการตัดสินใจเชิงนโยบายและการจัดการเหตุการณ์ ไม่ใช่มีโครงสร้างผลตอบแทนที่ทำให้พวกเขามีโอกาส ‘ได้กำไร’ โดยตรงจากผลลัพธ์ของการตัดสินใจเหล่านั้น

ในวันเดียวกัน เอเดรียน สมิธ(Adrian Smith) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครีพับลิกัน และ นิกกี บุดซินสกี(Nikki Budzinski) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเดโมแครต ได้ร่วมกันยื่น ‘ร่างกฎหมาย PREDICT’ ต่อสภาคองเกรส ร่างนี้มีเป้าหมายขยายขอบเขตการห้ามไปไกลกว่าตัวสมาชิกรัฐสภา โดยครอบคลุมถึงคู่สมรสและบุตรของสมาชิกรัฐสภา ประธานาธิบดี ทรัมป์ และรองประธานาธิบดี ตลอดจนผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงที่ได้รับการแต่งตั้ง โดยทั้งหมดจะถูกห้ามทำธุรกรรมใน ‘ตลาดที่อิงผลลัพธ์ทางการเมืองและนโยบาย’ ทุกรูปแบบ

กรณีที่มีการนำเสนอในสื่อช่วงหลัง เช่น การเก็งกำไรความเป็นไปได้ของสงครามกับอิหร่าน หรือการเปิดตลาดเดิมพันระยะเวลาที่รัฐบาลจะ ‘ชัตดาวน์’ ซึ่งมีผู้ทำกำไรมหาศาล ทำให้ความกังวลเรื่อง ‘การใช้ข้อมูลภายใน’ พุ่งสูงขึ้น ร่างกฎหมาย PREDICT กำหนดบทลงโทษว่า หากมีการฝ่าฝืน จะถูกปรับเป็นมูลค่า 10% ของยอดธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง และกำไรทั้งหมดจากการซื้อขายดังกล่าวจะถูกริบคืนให้กระทรวงการคลังสหรัฐ

ความเคลื่อนไหวนี้ยังสอดรับกับแนวทางของ ริชี ตอร์เรส(Ritchie Torres) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งผลักดันร่าง ‘กฎหมายความเป็นธรรมของตลาดคาดการณ์ทางการเงิน’ อยู่ก่อนแล้ว แสดงให้เห็นว่าบรรยากาศในวอชิงตันกำลังมุ่งไปสู่การ ‘เข้มงวด’ ต่อ *ตลาดคาดการณ์* อย่างชัดเจน

สำหรับแพลตฟอร์มที่ใช้เทคโนโลยี *ออนเชน* หรือผู้ให้บริการต่างประเทศ การที่สหรัฐห้ามเจ้าหน้าที่รัฐเข้าร่วมอาจกลายเป็นปัจจัยบวกในแง่การลดความเสี่ยง ‘ดราม่าคนวงใน’ และข้อครหาว่าตลาดถูกชักใยโดยผู้มีอำนาจ แต่ภายในสหรัฐเอง บรรดาผู้ให้บริการกลับกำลังเผชิญความเป็นไปได้ที่กำกับดูแลจะเข้มขึ้น ทั้งในด้านการยืนยันตัวตน (KYC) และระบบเฝ้าระวังธุรกรรม

นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า หากกรอบคิดด้านกฎระเบียบที่มุ่งจำกัด ‘โครงสร้างที่ทำให้ผลประโยชน์ทางการเงินผูกกับเหตุการณ์การเมือง’ ถูกขยายผลต่อไป อาจลุกลามไปถึงตลาดคริปโตความเสี่ยงสูงที่มีลักษณะคล้ายกัน เช่น โทเคนที่ค่าขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ทางการเมือง หรือตราสารอนุพันธ์ที่อิงดีลด้านนโยบายสาธารณะ

ขณะที่บิตคอยน์(BTC) เมื่อวันก่อนแตะระดับราว 71,000 ดอลลาร์ ก่อนจะอ่อนตัวลงเล็กน้อยมาซื้อขายแถว 69,000 ดอลลาร์ โดย ‘ตลาดคริปโต’ กำลังสะท้อนบรรยากาศที่ให้ความสำคัญกับ *ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ* มากกว่าความผันผวนของราคาในระยะสั้น ‘ความคิดเห็น’ ชี้ว่า หากคลื่นกำกับดูแลจากตลาดคาดการณ์ลามมาสู่สินทรัพย์ดิจิทัลวงกว้าง การกำหนดกติกาใหม่สำหรับการเก็งกำไรเชิงเหตุการณ์อาจกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่นักลงทุนต้องจับตา

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1