บีเทนเซอร์(TAO) พุ่งขึ้นกว่า 140% ภายใน 6 สัปดาห์ กลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์แกนกลางของกระแส ‘เอไอแบบกระจายศูนย์’ ในตลาดคริปโต โดยนักวิเคราะห์มองว่าเป็นสัญญาณชัดเจนว่ากระแสเงินกำลังไหลจากเหรียญทั่วไปเข้าสู่กลุ่ม ‘โทเคนเอไอ(AI Coin)’ มากขึ้น
ตามข้อมูลล่าสุดจากบริษัทวิเคราะห์ออนเชน แซนติเมนต์(Santiment) ระบุว่า ราคาบีเทนเซอร์พุ่งขึ้นรวม 140% นับจากช่วง 6 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในนั้นเป็นการดีดขึ้นกว่า 105% ตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคมเป็นต้นมา ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบีเทนเซอร์ทะยานขึ้นมาแตะอันดับที่ 26 ของตลาดคริปโตตามมาร์เก็ตแคป โครงสร้างการปรับตัวรอบนี้จึงไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงรอบเก็งกำไรระยะสั้น แต่เป็น ‘การปรับโครงสร้าง’ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสความสนใจในเทรนด์เอไอแบบกระจายศูนย์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง
บีเทนเซอร์เป็นโปรโตคอลที่วางตัวเองในฐานะตลาดแมชชีนเลิร์นนิงแบบกระจายศูนย์ เปิดให้โมเดลเอไอหลากหลายชนิดเข้ามาแข่งขันกันด้วยประสิทธิภาพจริง โดยผลลัพธ์ของโมเดลจะถูกวัดประเมิน และเชื่อมโยงเข้ากับ ‘คุณค่าทางเศรษฐกิจ’ ผ่านกลไกให้รางวัล แตกต่างจากระบบเอไอแบบรวมศูนย์ที่ผู้ใช้งานไม่สามารถมีส่วนร่วมกับมูลค่าที่เกิดจากการประมวลผลได้โดยตรง
โครงสร้าง ‘ซับเน็ต(Subnet)’ ถือเป็นหัวใจสำคัญของบีเทนเซอร์ แต่ละซับเน็ตคือเครือข่ายเอไอที่ทำหน้าที่เฉพาะด้าน เช่น การฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ การให้บริการคอมพิวต์ หรือการทำตลาดคาดการณ์ โดยแต่ละเครือข่ายสามารถดำเนินการได้อย่างอิสระ ขณะเดียวกันก็ยังถูกผูกเข้าด้วยกันในระบบเศรษฐกิจเดียวผ่านโทเคน TAO โมเดลนี้ช่วยสร้างระบบนิเวศที่ขับเคลื่อนด้วย ‘การแข่งขันจริง’ และ ‘ผลงานที่วัดได้’ แทนที่จะพึ่งพาโมเดลใหญ่เดี่ยว ๆ เพียงไม่กี่ตัว
ด้านข้อมูลบนโซเชียลก็สะท้อนแนวโน้มเดียวกัน การกล่าวถึงบีเทนเซอร์บนแพลตฟอร์มหลักอย่าง X, เรดดิต และเทเลแกรม พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นอันดับสองตั้งแต่มีการเก็บสถิติ อย่างไรก็ตาม สัดส่วนความเห็นเชิงบวกต่อเชิงลบอยู่ราว 1.5 ต่อ 1 เท่านั้น ยังไม่ถึงระดับมุมมองเชิงบวกสุดโต่งแบบในช่วงฟองสบู่ ‘ความคิดเห็น’ มุมนี้ชี้ว่า ความสนใจที่เพิ่มขึ้นในบีเทนเซอร์ยังคงอยู่ในโหมดสะสมข้อมูลและเก็งกำไรอย่างมีวินัย มากกว่าการไล่ตามกระแสแบบไร้เหตุผลของรายย่อย
ในด้านมุมมองราคา นักวิเคราะห์นามแฝง ‘ANBESSA’ อ้างอิงโครงสร้างช่องราคา (price channel) ระยะ 2 ปีของบีเทนเซอร์ ประเมินว่า TAO มีโอกาสไต่ขึ้นแตะโซน 600 ดอลลาร์ โดยระบุว่าประเด็นสำคัญไม่ใช่ ‘จะไปถึงหรือไม่’ แต่คือ ‘จะใช้เวลานานเท่าไร’
หนึ่งในเหตุผลสำคัญที่หนุนมุมมองขาขึ้นคือการขยายตัวอย่างรวดเร็วของระบบซับเน็ต โดยเฉพาะ เทมพลาร์(Subnet 3) ที่เพิ่งประกาศความคืบหน้าโครงการ ‘คัฟเวอร์แนนต์-72B’ เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งถูกประเมินว่าเป็นการพรีเทรนโมเดลภาษาขนาดใหญ่แบบกระจายศูนย์ที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในตลาด แม้ประสิทธิภาพและทรัพยากรยังไม่อาจเทียบเคียงบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเอไอแบบรวมศูนย์ แต่ก็ถือเป็นหลักฐานชัดว่าการเรียนรู้ของเอไอขนาดใหญ่สามารถทำได้จริงบนโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายศูนย์
นักวิเคราะห์รายเดิมมองว่า ในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า TAO อาจกลายเป็นหนึ่งในโทเคนที่มี ‘เนื้อเรื่องการลงทุน’ แข็งแรงที่สุดตัวหนึ่งในธีมเอไอ หากได้รับแรงสนับสนุนจากกระแสความสนใจในวงกว้าง โมเมนตัมขาขึ้นก็มีโอกาสถูกต่อยอดออกไปอีก
‘ความคิดเห็น’ การปรับตัวของบีเทนเซอร์รอบล่าสุดสะท้อนว่าตลาดกำลังมอง ‘เอไอ+บล็อกเชน’ เป็นธีมหลักที่จับต้องได้มากขึ้น ไม่ใช่แค่แนวคิดบนกระดาษ คำถามสำคัญหลังจากนี้คือ กระแสเงินทุนจะหมุนเวียนอยู่ในกลุ่มโทเคนเอไอนานแค่ไหน และเอไอแบบกระจายศูนย์จะก้าวพัฒนาไปไกลพอที่จะกลายเป็นเทรนด์อุตสาหกรรมที่แยกชัดจากเอไอแบบรวมศูนย์ได้จริงหรือไม่ ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางระยะยาวของบีเทนเซอร์(TAO) และสินทรัพย์ในกลุ่มเดียวกันในที่สุด
ความคิดเห็น 0