‘บิตคอยน์(BTC)’ ถูกใช้เป็นสินทรัพย์ค้ำประกันในรูปแบบ ‘คริปโตมอร์ทเกจ’ เข้าสู่ตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยสหรัฐอย่างเป็นทางการแล้ว แต่มูลค่าที่ถูกยอมรับเป็นหลักประกันกลับมีเพียงราวครึ่งเดียวของสินทรัพย์จริง สะท้อนช่องว่างชัดเจนระหว่าง ‘ความคาดหวังของตลาดคริปโต’ กับ ‘มาตรฐานความเสี่ยงของสถาบันการเงิน’
สำนักงานการเงินที่อยู่อาศัยของรัฐบาลกลางสหรัฐ(FHFA) เมื่อวันที่ 25 ได้สั่งการให้แฟนนีเมย์(Fannie Mae) และเฟรดดีแม็ก(Freddie Mac) สามารถนับรวมคริปโตเข้าสินทรัพย์สำรองสำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยได้ โดยไม่ต้องแปลงเป็นดอลลาร์ก่อน ถือเป็นการกลับลำจากแนวทางเดิมที่กันสินทรัพย์ดิจิทัลออกจากระบบตั้งแต่ปี 2022 หลังจากนั้นบริษัทสินเชื่อออนไลน์ เบตเตอร์ โฮม แอนด์ ไฟแนนซ์(Better Home & Finance) จับมือกับตลาดซื้อขายคริปโตสหรัฐอย่าง โคอินเบส(Coinbase) นำแนวนโยบายนี้ไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์จริง ดึงมูลค่าการถือครองบิตคอยน์(BTC) เข้าสู่กรอบกฎหมายของตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยสหรัฐซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 12 ล้านล้านดอลลาร์ (ราว 1,807.2 ล้านล้านบาท)
‘ส่วนลดความผันผวน’ 50–60% มองบิตคอยน์แค่ครึ่งราคา
หัวใจสำคัญคือแนวคิด ‘ตัดส่วนลดความผันผวน’ หรือเฮร์คัต(Volatility Haircut) โดยบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) จะถูกนับเป็นสินทรัพย์สำรองเพียง 50–60% ของมูลค่าตลาดเท่านั้น
ตัวอย่างเช่น หากผู้กู้ถือบิตคอยน์มูลค่า 100,000 ดอลลาร์ (ราว 1.506 ล้านบาท) ในขั้นตอนประเมินสินเชื่อจะถูกนับเป็นหลักประกันเพียง 40,000–50,000 ดอลลาร์ (ราว 602,000–753,000 บาท) เท่านั้น หากธนาคารต้องการเห็นเงินสำรอง 80,000 ดอลลาร์ ผู้กู้จึงจำเป็นต้องถือครองคริปโตมากถึง 160,000–200,000 ดอลลาร์เพื่อผ่านเกณฑ์
แม้จะถูก ‘ตัดราคา’ หนัก แต่ก็ถือว่าก้าวหน้าอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ที่ผู้กู้จำเป็นต้องขายคริปโตมาเป็นเงินสด หรือไม่สามารถนับรวมมูลค่าดิจิทัลในพอร์ตได้เลย ตอนนี้ผู้ถือบิตคอยน์(BTC) สามารถยื่นขอสินเชื่อโดยยังรักษาสถานะการลงทุนเดิมเอาไว้ได้ ‘ความคิดเห็น’ นักลงทุนสายบูลมองว่า ในช่วงตลาดขาขึ้น การไม่ต้องขายทำกำไรเพื่อแลกกับสภาพคล่อง ถือเป็นข้อได้เปรียบชัดเจน
ยอมรับเฉพาะเหรียญที่ฝากอยู่ในกระดานเทรด ‘วอลเล็ตส่วนตัว–ดีไฟน์’ ยังถูกกันออก
เงื่อนไขการใช้งานจริงกลับค่อนข้างเข้มงวด สินทรัพย์คริปโตที่จะถูกนับรวมได้ ต้องถูกฝากไว้กับตลาดซื้อขายภายใต้การกำกับของสหรัฐ เช่น โคอินเบส(Coinbase), แครเคน(Kraken), เจมิไน(Gemini) เท่านั้น สินทรัพย์ที่เก็บไว้ในกระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์หรือกระเป๋าเงินส่วนตัว (คอลด์วอลเล็ต) จะไม่ถูกยอมรับ
ระหว่างกระบวนการอนุมัติสินเชื่อ สถาบันการเงินจะเชื่อมต่อข้อมูลผ่าน API ของกระดานเทรด เพื่อตรวจสอบยอดถือครองและประวัติการถือครองอย่างน้อย 60 วัน รวมถึงต้องผ่านเกณฑ์ป้องกันการฟอกเงิน (AML) อย่างครบถ้วน สินทรัพย์ที่ถูกนำไปสเตกกิ้ง หรือถูกล็อกอยู่บนแพลตฟอร์มดีไฟน์(DeFi) ก็ยังไม่ถูกนับรวมในเฟสแรกเช่นกัน
แนวทางนี้จึงสวนทางกับพฤติกรรมของนักลงทุน ‘คริปโตเนทีฟ’ จำนวนมาก ที่นิยมย้ายเหรียญออกจากตลาดเทรดไปเก็บในวอลเล็ตส่วนตัว เพื่อควบคุมคีย์ด้วยตนเองและลดความเสี่ยงจากตัวกลาง
ใช้งานได้จริงเฉพาะกลุ่มทุนหนา รายย่อยยังต้องพึ่งเงินสด
เมื่อมองในเชิงปฏิบัติ โอกาสใช้งานจริงของ ‘คริปโตมอร์ทเกจ’ จะแตกต่างกันชัดเจนตามขนาดพอร์ตคริปโต หากต้องการซื้อบ้านราคา 500,000 ดอลลาร์ (ราว 7.53 ล้านบาท) ปกติธนาคารจะต้องการให้มีสินทรัพย์สำรองราว 15,000–45,000 ดอลลาร์ หากใช้เกณฑ์ตัดส่วนลด 50% ผู้กู้จะต้องมีบิตคอยน์(BTC) หรืออีเธอเรียม(ETH) อย่างน้อยราว 90,000 ดอลลาร์ขึ้นไป เพื่อให้ผ่านเงื่อนไข
โครงสร้างดังกล่าวทำให้ประโยชน์หลักตกอยู่กับนักลงทุนที่ถือครองคริปโตจำนวนมากอยู่แล้ว ส่วนผู้ลงทุนรายย่อยที่มีพอร์ตหลักหมื่นดอลลาร์หรือน้อยกว่านั้น ยังแทบไม่สามารถพึ่งพาคริปโตแทนเงินสดได้มากนักในการขอสินเชื่อบ้าน
ฝั่งเฟรดดีแม็ก(Freddie Mac) กำลังอยู่ระหว่างจัดทำเกณฑ์ปลีกย่อยภายใต้แนวทางเดียวกัน โดยจะต้องตัดสินใจด้วยว่า จะเปิดรับสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นนอกเหนือจากบิตคอยน์(BTC) และอีเธอเรียม(ETH) หรือไม่ ขณะที่ประเด็นใหญ่ซึ่งยังไม่มีคำตอบคือ ในกรณีที่ตลาดคริปโตเข้าสู่รอบขาลงรุนแรง มูลค่าหลักประกันที่ถูกตัดส่วนลดไปแล้วจะยังเพียงพอต่อความเสี่ยงหรือไม่
เมื่อมองภาพรวม นโยบายชุดนี้นับเป็นครั้งแรกที่คริปโตได้รับการยอมรับบางส่วนในฐานะ ‘สินทรัพย์ด้านการเงินที่อยู่อาศัย’ อย่างเป็นทางการ แต่ขณะเดียวกันก็สะท้อนชัดว่า หน่วยงานกำกับเลือกเดินหน้าแบบ ‘ค่อยเป็นค่อยไป’ ภายใต้กรอบบริหารความเสี่ยงที่ยังคงอนุรักษนิยม ‘ความคิดเห็น’ นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่าก้าวนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการผสานโลกการเงินดั้งเดิมกับสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งจะค่อยๆ ปรับผ่อนเงื่อนไข หากตลาดสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่ารับมือกับความผันผวนและความเสี่ยงเชิงระบบได้ดีพอในระยะยาว
ความคิดเห็น 0