Back to top
  • 공유 แชร์
  • 인쇄 พิมพ์
  • 글자크기 ขนาดตัวอักษร
ลิงก์ถูกคัดลอกแล้ว

จับตา CPI สหรัฐเดือนมี.ค. ชี้ชะตาดอกเบี้ยเฟดและทิศทางราคาบิตคอยน์(BTC) ผันผวนรอบใหม่

สหรัฐจับตา ‘เงินเฟ้อมีนาคม’ ก่อนตัวเลข CPI ออก ขณะที่บิตคอยน์(BTC) เริ่มระแวงความผันผวนรอบใหม่ เพราะหากตัวเลขออกมาสูงกว่าคาด ความหวังต่อการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) อาจสะดุด และกดดันราคาบิตคอยน์(BTC) อีกระลอก

กระทรวงแรงงานสหรัฐเตรียมประกาศดัชนีราคาผู้บริโภค(CPI) เดือนมีนาคม ในวันที่ 10 เวลา 8.30 น. (เวลาท้องถิ่น) โดยตลาดคาดว่าเงินเฟ้อทั่วไปจะเพิ่มขึ้นราว 3.3% เมื่อเทียบรายปี ซึ่งสูงกว่าระดับ 2.4% ในเดือนกุมภาพันธ์อย่างชัดเจน และอาจกลายเป็นตัวเลขแรกที่ *สะท้อนผลของสงครามอิหร่านและการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน* อย่างจริงจัง ข้อมูลราคาน้ำมันเบนซินในสหรัฐช่วงมีนาคม ระบุว่าราคาเฉลี่ยทั่วประเทศพุ่งทะลุ 4 ดอลลาร์ต่อแกลลอนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สิงหาคมปีที่แล้ว ขณะที่แบบจำลองประเมินเงินเฟ้อแบบเรียลไทม์ของเฟดสาขาคลีฟแลนด์ก็ชี้ให้เห็นการเร่งตัวของเงินเฟ้อมาหลายสัปดาห์แล้ว

‘ความเห็น’ ภาพรวมจึงคือ ตลาดกำลังทดสอบว่าเงินเฟ้อรอบใหม่นี้เป็นแค่คลื่นสั้นจากราคาพลังงาน หรือเป็นสัญญาณว่าความดื้อด้านของเงินเฟ้อกลับมา ซึ่งจะกระทบสินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตโดยตรง

‘คำ’ผู้เชี่ยวชาญ-ตลาดมองไม่ตรงกัน

ในฝั่งคริปโต มุมมองต่อ CPI รอบนี้ค่อนข้างแตกออกอย่างชัดเจน มาร์คุส ทิลเลน ผู้ก่อตั้ง 10xรีเสิร์ช ระบุว่าบิตคอยน์(BTC) ในตอนนี้ “สะท้อนความผันผวนไว้ในราคาเพียงราว ‘2.5% ขึ้นลง’ เท่านั้น” โดยชี้ว่า *ค่า ‘ออปชันอิมพลายโวลาติลิตี’ (implied volatility) ในตลาดออปชันของบิตคอยน์(BTC) ลดลงมาอยู่ในระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม* แสดงว่านักลงทุนกำลังมองความเสี่ยงระยะสั้นต่ำกว่าความเป็นจริง

ฝั่งตรงข้าม อิลียา คาลเชฟ นักวิเคราะห์จากเน็กโซ(Nexo) เตือนว่าตลาดอาจกำลังประมาทข้อมูลเงินเฟ้อเกินไป โดยมองว่า “ตัวเลขเงินเฟ้อทุกชุดมีน้ำหนักแบบ ‘ไม่สมดุล’ ต่อคริปโต” เพราะ ‘คำ’ตัวเลขที่ออกมา *อ่อนกว่าคาด* จะรีสตาร์ตความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ย แต่หากตัวเลข *ร้อนแรงกว่าคาด* ก็จะยิ่งตอกย้ำ ‘เนื้อเรื่องดอกเบี้ยสูงยาวนาน’ ที่เฟดพูดถึงอยู่ตลอด

อีกด้านหนึ่ง ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐในเดือนมีนาคมก็ยังเป็นตัวแปรสำคัญ สหรัฐเพิ่งรายงานการจ้างงานเพิ่มขึ้น 178,000 ตำแหน่ง โดยเฉพาะภาคเอกชนที่ขยายตัว 186,000 ตำแหน่ง ประธานาธิบดีทรัมป์หยิบตัวเลขนี้มาเน้นย้ำบนโซเชียลมีเดียของตัวเอง แต่ในหมู่นักลงทุน กลับมีมุมมองว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียง *‘ข้อมูลย้อนหลัง’* ที่ยังไม่สะท้อนผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามอย่างเต็มที่ หากในระยะถัดไป ภาพที่เห็นยังเป็น ‘แรงงานแข็ง เงินเฟ้อสูง’ ไปพร้อมกัน เหตุผลที่เฟดจะรีบลดดอกเบี้ยก็ยิ่งหายไป

‘คำ’ 3 ฉากทัศน์ราคาบิตคอยน์(BTC)

ทิศทางของบิตคอยน์(BTC) ในระยะสั้นจึงถูกผูกกับตัวเลข CPI ครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นักวิเคราะห์ในตลาดแบ่งภาพออกเป็น 3 สถานการณ์หลัก ดังนี้

1. ‘เงินเฟ้อร้อนกว่าคาด – ดอกเบี้ยสูงยาวนาน’

หากเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด และเร่งตัวทะลุ 3.5% ต่อปี ความหวังต่อการลดดอกเบี้ยในปีนี้อาจถูกกดลงอย่างแรง กรณีนี้บิตคอยน์(BTC) มีโอกาสถูกเทขายกลับลงมาทดสอบแนว 70,000 ดอลลาร์อีกครั้ง และ *ระดับ 68,400 ดอลลาร์* ถูกจับตาในฐานะ ‘คำ’แนวรับถัดไปที่สำคัญ

2. ‘ออกมาตามคาด – ตลาดเข้าสู่โหมดรอดูท่าที’

หาก CPI อยู่ราว 3.3% ตามคาด ผลกระทบต่อตลาดอาจจำกัด นักลงทุนจำนวนมากน่าจะเลือกกลับไปสู่กลยุทธ์เทรดในกรอบแคบ พร้อมรอดูประชุมเฟดวันที่ 30 เมษายน โดยบิตคอยน์(BTC) อาจแกว่งตัวในกรอบ ‘ไซด์เวย์’ มากกว่าจะเกิดเทรนด์ใหม่ชัดเจน

3. ‘เงินเฟ้อเย็นลงกว่าคาด – รีสตาร์ตหวังลดดอกเบี้ย’

หากตัวเลขหลุดลงต่ำกว่า 3.0% ตลาดจะตีความว่าเฟดมี ‘พื้นที่’ ในการเริ่มพูดถึงการผ่อนคลายนโยบายมากขึ้น ความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยจะกลับมาหนุนบิตคอยน์(BTC) และในตลาดอนุพันธ์ ระดับ *74,000 ดอลลาร์* ถูกมองว่าเป็น ‘คำ’ด่านต้านสำคัญที่ต้องผ่านให้ได้เพื่อยืนยันเทรนด์ขาขึ้นรอบใหม่

เท็ด ฟิโลวส์ ชี้ว่าบิตคอยน์(BTC) “ไม่สามารถยืนเหนือ 72,000 ดอลลาร์ได้” ทำให้ภาพทางเทคนิคในระยะสั้นยังเปิดโอกาสสำหรับการดีดตัวระยะสั้นก่อนกลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนแรงอีกครั้ง

‘คำ’ออนเชนชี้สัญญาณ ‘สะสม’ มากกว่า ‘ขาย’

แม้ภาพมหภาคจะเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ข้อมูล ‘ออนเชน’ ของบิตคอยน์(BTC) กลับส่งสัญญาณในเชิงบวกบางส่วน ดาร์กโพสต์ นักวิเคราะห์จากคริปโตควนต์(CryptoQuant) ระบุว่า ขณะนี้มีเพียง ‘59%’ ของอุปทานบิตคอยน์(BTC) ทั้งหมดที่อยู่ในสถานะกำไร เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยช่วงตลาดหมีในอดีตที่มักอยู่แถว ‘75%’ แสดงว่ายังมีพื้นที่ให้ตลาดฟื้นตัวได้อีกพอสมควร เขามองว่า “สภาพแวดล้อมปัจจุบันดูเหมาะกับการ ‘เก็บสะสม’ มากกว่าการเร่งขายทำกำไร”

ด้าน แล็ก เดวิส วิเคราะห์ว่า ‘คำ’สัญญาณ MACD รายสัปดาห์ของบิตคอยน์(BTC) เริ่มเรียงตัวคล้ายช่วงที่ราคาทำจุดต่ำสุดในเดือนกรกฎาคม 2022 แต่ก็ย้ำว่าต้องรอดูการปิดแท่งรายสัปดาห์ให้ชัดเจนก่อน จึงจะสรุปได้ว่ารูปแบบดังกล่าวจะยืนยันการกลับตัวครั้งใหญ่หรือไม่

‘ความคิดเห็น’ ตอนนี้ตลาดบิตคอยน์(BTC) กำลังยืนอยู่บนทางแยกที่ ‘ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ’ และ ‘สภาพคล่องดอลลาร์’ เป็นตัวกำหนดทิศทางมากกว่าปัจจัยในตลาดคริปโตภายในเอง นักลงทุนจึงต้องเฝ้าดูทั้งตัวเลขเงินเฟ้อ การจ้างงาน และสัญญาณจากเฟดควบคู่ไปกับกราฟราคาและข้อมูลออนเชน

ท้ายที่สุด *CPI เดือนมีนาคม* จะกลายเป็นจุดชี้ขาดสำคัญ ทั้งสำหรับเส้นทางเงินเฟ้อ นโยบายดอกเบี้ยของเฟด และเส้นทางราคาของบิตคอยน์(BTC) แม้ตลาดจะดูเหมือนเตรียมใจไว้แล้วระดับหนึ่ง แต่ความผันผวนหลังประกาศตัวเลขอาจ ‘แรงกว่าที่ราคาได้สะท้อนไว้’ และกลายเป็นบททดสอบใหม่สำหรับนักลงทุนที่ถือครองคริปโตในช่วงนี้

<ลิขสิทธิ์ ⓒ TokenPost ห้ามเผยแพร่หรือแจกจ่ายซ้ำโดยไม่ได้รับอนุญาต>

บทความที่มีคนดูมากที่สุด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น 0

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม

0/1000

ข้อแนะนำสำหรับความคิดเห็น

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ ต้องการบทความติดตามเพิ่มเติม เป็นการวิเคราะห์ที่ยอดเยี่ยม
1