ราคาหุ้นของผู้ออกสเตเบิลคอยน์ ‘USDC’ อย่าง เซอร์เคิล(CRCL) ร่วงลงแรงเกือบ 10% ภายในวันเดียว ปิดที่ราว 85.10 ดอลลาร์ หลังถูกวอลล์สตรีทปรับลดคำแนะนำการลงทุน และเผชิญกระแสวิจารณ์จากกรณีการรับมือแฮ็ก ‘Drift Protocol’ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นนักลงทุนสั่นคลอนอย่างชัดเจนในช่วงสั้น ๆ ต่อหุ้นเซอร์เคิล(CRCL) และอนาคตของ ‘USDC’
ข้อมูลจากสื่อต่างประเทศและฐานข้อมูลตลาดระบุว่า เอ드 แองเกิล นักวิเคราะห์จากธนาคารลงทุน คอมพาสพอยต์ ปรับลดคำแนะนำหุ้นเซอร์เคิล(CRCL) จาก ‘ถือ (Neutral)’ เป็น ‘ขาย (Sell)’ พร้อมปรับราคาเป้าหมายลงมาอยู่ที่ 77 ดอลลาร์ เขาชี้ว่าโครงสร้างแบ่งปันรายได้ของ ‘USDC’ กำลังกดดันอัตรากำไรของบริษัท โดยในปี 2025 เซอร์เคิลมีรายได้ราว 2,750 ล้านดอลลาร์ แต่ต้องแบ่งประมาณ 1,350 ล้านดอลลาร์ให้กับ คอยน์เบส(COIN) ตามข้อตกลงพาร์ตเนอร์ ‘USDC’ ซึ่งทำให้ความสามารถในการทำกำไรของเซอร์เคิลถูกตั้งคำถามอย่างจริงจัง
แรงกดดันยังมาจากการชะลอตัวของการเติบโตฝั่งอุปทาน ‘USDC’ รายงานระบุว่าการเติบโตของปริมาณเหรียญ USDC ในปี 2025 อยู่ที่ราว 73% ลดลงมากเมื่อเทียบกับปี 2021 ที่เคยพุ่งเกิน 820% การขยายตัวที่ช้าลงทำให้นักลงทุนเริ่มประเมินใหม่ว่าการเติบโตของเซอร์เคิลจะหนุนมูลค่าบริษัทได้มากแค่ไหนในระยะยาว
กระแสลบยิ่งทวีความร้อนแรง เมื่อ ‘แจ็กซ์บีที (ZachXBT)’ นักสืบธุรกรรมออนเชนชื่อดัง กล่าวหาว่า เซอร์เคิลไม่ยอมเร่งอายัดสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการแฮ็กโปรโตคอล Drift Protocol ทันที ส่งผลให้เกิดดราม่าที่ถูกเรียกว่า ‘Circle Files’ สะเทือนภาพลักษณ์ด้าน ‘ความน่าเชื่อถือ’ และ ‘การคุ้มครองผู้ใช้’ ของเซอร์เคิล แม้บริษัทจะออกมาชี้แจงภายหลัง
ในเชิงการแข่งขัน ภูมิทัศน์สเตเบิลคอยน์ก็เริ่มเปลี่ยนไป สเตเบิลคอยน์หน้าใหม่อย่าง USDS ของ Sky กำลังไต่อันดับขึ้นมา ทำให้ส่วนแบ่งตลาดรวมของ ‘USDC’ และ ‘USDT’ หดตัว จาก 91.6% ในปี 2024 ลงมาเหลือราว 83.6% เมื่อปลายปี 2025 ภาพรวมนี้สะท้อนว่า แม้สองเจ้าหลักจะยังคงครองตลาด แต่แถวสองกำลังไล่จี้เข้ามาเรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน ราคาหุ้นเซอร์เคิล(CRCL) ตลอดช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาก็ร่วงไปแล้วกว่า 26.24% ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านเศรษฐกิจมหภาค และความตึงเครียดจากความขัดแย้งระดับภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม เซอร์เคิลพยายามเร่ง ‘ปรับโครงสร้างธุรกิจ’ เพื่อลดการพึ่งพา ‘USDC’ เพียงอย่างเดียว บริษัทเปิดตัวแพลตฟอร์มชำระเงินสำหรับสถาบันในชื่อ ‘เครือข่ายการชำระเงินเซอร์เคิล (Circle Payments Network)’ เพื่อดึงรายได้จากบริการโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินบนคริปโต และยังดึง อดัม เซลิปสกี อดีตซีอีโอของ Amazon Web Services เข้าร่วมคณะกรรมการบริหาร หวังเพิ่มความแข็งแกร่งด้านกลยุทธ์และกำกับดูแลระดับองค์กร
ในด้านประเด็นการอายัดสินทรัพย์ เซอร์เคิลยืนยันว่าบริษัทจะ ‘ระงับ’ หรือ ‘อายัด’ ทรัพย์สินบนเชนตามกฎเกณฑ์ภายในและ ‘ข้อผูกพันทางกฎหมาย’ เท่านั้น พร้อมเน้นย้ำหลักการคุ้มครองผู้บริโภคและการปฏิบัติตามกฎหมายเป็นเสาหลักของการดำเนินงาน ‘ความคิดเห็น’ ฝั่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าจุดยืนลักษณะนี้ช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมายในระยะยาว แต่ก็อาจทำให้เซอร์เคิลถูกวิจารณ์เรื่องความคล่องตัวในการรับมือกับเหตุแฮ็กและอาชญากรรมไซเบอร์
แม้ดีมานด์ต่อ ‘USDC’ จะยังถือว่าแข็งแรงในระบบนิเวศคริปโต แต่บรรยากาศในตลาดขณะนี้ดูจะให้ ‘น้ำหนัก’ กับประเด็น ‘ความสามารถทำกำไร’, ‘ความเสี่ยงด้านกำกับดูแล’ และ ‘แรงกดดันจากคู่แข่ง’ มากกว่าตัวเลขการเติบโตเพียงอย่างเดียว ‘ความคิดเห็น’ มุมมองจากนักลงทุนสถาบันเริ่มชัดเจนขึ้นว่า ต่อให้สเตเบิลคอยน์ยังขยายตัวต่อเนื่อง เซอร์เคิลก็จำเป็นต้องพิสูจน์ให้เห็นทั้ง ‘ความน่าเชื่อถือเชิงสถาบัน’ และ ‘โมเดลรายได้ที่ยั่งยืน’ ไปพร้อมกัน หากต้องการให้ราคาหุ้นเซอร์เคิล(CRCL) กลับมาฟื้นตัวและดึงเม็ดเงินลงทุนใหม่ในระยะถัดไป
ความคิดเห็น 0