อีเธอเรียม(ETH) แม้ราคายัง ‘ซบเซา’ ต่อเนื่อง แต่กระแสคาดหวังในตลาดคริปโตยังไม่หายไปไหน ล่าสุดมีนักวิเคราะห์เทคนิครายหนึ่งออกมา ‘ฟันธง’ ว่าราคาอีเธอเรียม(ETH) อาจสร้าง ‘จุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล’ ได้ในปี 2026 พร้อมโอกาสเห็นราคาระเบิดขึ้นอีกราว 4 เท่าจากระดับปัจจุบัน
ตามมุมมองของนักวิเคราะห์คริปโต เลชกา.อีเธอร์(Leshka.eth) โครงสร้างกราฟคู่เทรด ETH/BTC ในตอนนี้กำลังแสดงสัญญาณที่คล้ายกับช่วงก่อนตลาดกระทิงปี 2017 อย่างน่าจับตา โดยในรอบก่อนหน้า อีเธอเรียม(ETH) เคลื่อนไหวในกรอบแคบเป็นเวลานาน เข้าสู่ช่วง ‘สะสม’ (Accumulation) อย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเข้าสู่ตลาดกระทิงใหญ่ในปี 2017 ที่ราคาพุ่งขึ้นมากกว่า 1,500% จากราว 56 ดอลลาร์ สู่บริเวณ 1,151 ดอลลาร์ในที่สุด
เลชกา.อีเธอร์มองว่า รอบนี้ ‘โครงสร้างคล้ายเดิม แต่ใช้เวลานานกว่าเดิมมาก’ โดยเขาแบ่งภาพใหญ่ของอีเธอเรียม(ETH) ออกเป็น 2 ช่วงหลัก คือ ช่วง ‘รวมฐาน’ (Consolidation) ระหว่างปี 2018–2021 และช่วง ‘สะสม’ (Accumulation) ชุดใหม่ที่เขาประเมินว่ากำลังดำเนินอยู่ตั้งแต่ปี 2021 และมีโอกาสยืดไปได้ถึงปี 2026 เขาชี้ว่าเมื่อเฟสการสะสมกินเวลานานขึ้น รอบการปรับขึ้นถัดไปก็มักจะมีโอกาสขยายตัวในสเกลที่ใหญ่ขึ้นตามไปด้วย
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เขายกมาเป็น ‘แรงเสริม’ คือบทบาทของนักลงทุนสถาบันในรอบนี้ เลชกา.อีเธอร์ระบุว่าปัจจุบันมีสถาบันการเงินและผู้เล่นรายใหญ่เข้ามาถือครองอีเธอเรียม(ETH) มากกว่ารอบก่อนหน้าอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ‘ปริมาณเหรียญที่เหลือบนกระดานเทรด’ ก็กำลังลดลงเรื่อยๆ หมายความว่าเหรียญจำนวนมากถูกย้ายออกไปเก็บระยะยาวในกระเป๋าเงินส่วนตัวหรือรูปแบบการถือครองอื่น เมื่อ ‘อุปทานที่พร้อมขาย’ ในตลาดสpot หดตัวลง ความยืดหยุ่นด้านราคาก็จะยิ่งสูงขึ้น การซื้อเพิ่มเล็กน้อยจากฝั่งดีมานด์จึงอาจสร้างแรงดันราคาได้มากกว่าปกติ
สำหรับ ‘เป้าหมายราคา’ เลชกา.อีเธอร์ประเมินว่า หากภาพที่เขาคาดไว้เดินหน้าตามแผน อีเธอเรียม(ETH) มีโอกาสดีดขึ้นจากระดับปัจจุบันราว 3–4 เท่า ซึ่งจะดันราคาไปยืนเหนืออย่างน้อย 6,000 ดอลลาร์ และอาจไปได้ไกลถึง 8,000 ดอลลาร์ ทั้งสองระดับนี้ล้วนจะกลายเป็น ‘จุดสูงสุดใหม่ตลอดกาล’ ของอีเธอเรียม(ETH) โดยเขาเชื่อว่าการเคลื่อนไหวสำคัญชุดแรกอาจเริ่มเห็นชัดภายในช่วงราว 6 เดือนข้างหน้า
เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ณ ขณะที่ค่าเงินวอนเกาหลีเคลื่อนไหวบริเวณ 1,488.60 วอนต่อดอลลาร์ มุมมอง ‘บูลลิช’ ต่ออีเธอเรียม(ETH) จึงไม่ได้สะท้อนแค่ความแข็งแกร่งในเชิงดอลลาร์เท่านั้น แต่ยังอาจถูกรับรู้เป็น ‘ความแข็งค่าอย่างแรง’ ในมุมของนักลงทุนที่ถือเงินวอนหรือสกุลเงินอื่นด้วย
อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ‘รูปแบบกราฟ’ และ ‘โครงสร้างอุปทาน–อุปสงค์’ เป็นหลัก ยังมีตัวแปรสำคัญอีกหลายด้านที่อาจเปลี่ยนทิศทางตลาดได้ โดยเฉพาะทิศทางของบิตคอยน์(BTC) ซึ่งยังเป็นสินทรัพย์นำของตลาดคริปโตทั้งหมด รวมถึง ‘ความเร็ว’ และ ‘ปริมาณ’ ของเงินทุนจากสถาบันที่ไหลเข้าสู่ตลาดอีเธอเรียม(ETH) ในระยะต่อไป
"ความคิดเห็น" สำหรับนักลงทุนแล้ว มุมมองเชิงบวกต่ออีเธอเรียม(ETH) ในรอบ 2026 อาจเป็นภาพใหญ่ที่น่าสนใจ แต่การจัดพอร์ตและบริหารความเสี่ยงยังต้องอิงกับความผันผวนของบิตคอยน์(BTC) และภาวะการเงินโลกเป็นหลัก โดยเฉพาะหากเกิดการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายการเงินหรือกฎเกณฑ์กำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลในตลาดหลักอย่างสหรัฐและยุโรป ซึ่งล้วนมีศักยภาพในการเร่งหรือชะลอ ‘รอบกระทิง’ ของอีเธอเรียม(ETH) ได้ทั้งสิ้น
ความคิดเห็น 0