คณะกรรมาธิการธนาคารวุฒิสภาสหรัฐถอดร่างกฎหมาย ‘CLARITY Act’ ออกจากวาระประชุมสัปดาห์หน้า ทำให้ความหวังเรื่อง ‘ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ’ ของตลาดคริปโตสหรัฐสั่นคลอนอีกครั้ง ท่ามกลางประเด็นขัดแย้งที่ยังไม่สะสางและเส้นตายทางนิติบัญญัติในเดือนพฤษภาคมที่ใกล้เข้ามา ส่งผลให้ความเป็นไปได้ที่ร่างกฎหมายนี้จะผ่านภายในปีนี้ยิ่งไม่แน่นอน
เมื่อวันที่ 13 (เวลาท้องถิ่น) ตามรายงานของ โค인데스크(CoinDesk) ระบุว่า คณะกรรมาธิการการธนาคาร วุฒิสภาสหรัฐได้เผยแพร่วาระการประชุมประจำสัปดาห์ที่เริ่มต้นวันที่ 20 เมษายน โดยมีเพียงการไต่สวนให้ความเห็นชอบ เควิน วอร์시(Kevin Warsh) ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) เท่านั้น ขณะที่ร่างกฎหมาย ‘CLARITY Act’ ซึ่งมุ่งสร้างความชัดเจนด้านกฎระเบียบให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล กลับไม่ถูกบรรจุอยู่ในกำหนดการดังกล่าว นอกจากนี้ ทิม สกอตต์(Tim Scott) ประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งมีอำนาจกำหนดวาระการพิจารณา ก็ยังไม่ประกาศกำหนดวันลงมติในชั้นคณะกรรมาธิการหรือ ‘มาร์กอัป(markup)’ แต่อย่างใด
ทิม สกอตต์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ฟ็อกซ์ บิสซิเนส(Fox Business) อธิบายว่า ยังมีประเด็นขัดแย้งสำคัญค้างอยู่ 3 เรื่อง ได้แก่ การแบ่งปันผลตอบแทนจาก ‘สเตเบิลคอยน์’ ระหว่างภาคธนาคารกับอุตสาหกรรมคริปโต, เนื้อหาที่เกี่ยวกับการเงินแบบกระจายอำนาจหรือ ‘ดีไฟ(DeFi)’, และความเห็นต่างภายในพรรครีพับลิกันเอง เขาประเมินว่าแต่ละประเด็นอาจต้องใช้เวลาเพิ่มอีกราว 2 สัปดาห์ในการหาข้อสรุป ทำให้ระยะเวลาที่เหลือสำหรับผลักดัน ‘CLARITY Act’ ยิ่งตึงตัวมากขึ้น
ฝั่งการเจรจาเชิงเทคนิค ทอม ทิลลิส(Thom Tillis) วุฒิสมาชิกสหรัฐ คาดว่าจะเผยแพร่ร่างข้อตกลงสุดท้ายด้านดอกเบี้ยและผลตอบแทนของ ‘สเตเบิลคอยน์’ ภายในสัปดาห์นี้ หากร่างดังกล่าวออกมาอย่างเป็นทางการ ก็มีโอกาสจะกลายเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายที่ทำให้ทิม สกอตต์สามารถกำหนดวันมาร์กอัปของ ‘CLARITY Act’ ได้ โครงร่างที่กำลังถูกหารือในปัจจุบันมีสาระสำคัญคือ ห้าม ‘ผลตอบแทนแบบพาสซีฟ’ จากยอดคงเหลือสเตเบิลคอยน์ ขณะเดียวกันยังอนุญาต ‘รางวัลเชิงกิจกรรม’ ที่ผูกกับการทำธุรกรรมหรือการใช้แพลตฟอร์มได้ ‘คำ’ อย่างไรก็ดี ภาคธนาคารออกมาต่อต้านแนวทางนี้อย่างชัดเจน และทิลลิสให้สัมภาษณ์กับ โพลิติโก(Politico) ว่ายังเปิดช่องสำหรับการแก้ไขเพิ่มเติม
ด้านปฏิทินการออกกฎหมาย ‘CLARITY Act’ กำลังถูกกดดันจากเวลาเช่นกัน เบอร์นี โมเรโน(Bernie Moreno) วุฒิสมาชิกสหรัฐ เตือนว่า หากร่างกฎหมายไม่สามารถถูกบรรจุเข้าสู่วาระการพิจารณาของที่ประชุมวุฒิสภาเต็มคณะได้ภายในเดือนพฤษภาคม ก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะผ่านให้ทันช่วงเวลาที่เหลือของสภาคองเกรสสมัยนี้ไปจนถึงปี 2026 แพลตฟอร์มวิจัยอย่าง แกลักซี รีเสิร์ช(Galaxy Research) ยังประเมินว่า ก่อนถึงช่วงพักสมัยประชุมใหญ่สำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนตุลาคม วุฒิสภาพอมีวันประชุมจริงที่สามารถใช้ผ่านกฎหมายเหลือเพียง 18 สัปดาห์เท่านั้น
กระบวนการยังมีด่านสำคัญอีกหลายชั้น แม้ ‘CLARITY Act’ จะผ่านการลงมติจากคณะกรรมาธิการธนาคารแล้ว ก็ยังต้องฝ่าการลงคะแนนในที่ประชุมวุฒิสภาเต็มคณะ ซึ่งต้องรวบรวมเสียงเห็นชอบให้ได้อย่างน้อย 60 เสียง จากนั้นจึงจะต้องเข้าสู่ขั้นตอนประสานร่างกับเวอร์ชันที่จัดทำโดยคณะกรรมาธิการเกษตร รวมถึงการปรับถ้อยคำให้สอดคล้องกับร่างกฎหมายฉบับสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านความเห็นชอบไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 และท้ายสุดยังต้องได้รับลายเซ็นจากประธานาธิบดีจึงจะมีผลเป็นกฎหมายสมบูรณ์ ‘ความคิดเห็น’ ข้อเท็จจริงนี้ทำให้ตลาดมองว่าการผ่านกฎหมายภายในปีเดียวเป็นโจทย์ที่ยากขึ้นเรื่อยๆ
กระแสคาดหวังของตลาดต่อ ‘CLARITY Act’ ก็เริ่มปรับตัวเชิงระมัดระวังมากขึ้นเช่นกัน แพลตฟอร์มทำนายเหตุการณ์อย่าง โพลีมาร์เก็ต(Polymarket) ประเมินโอกาสที่ร่างกฎหมายนี้จะผ่านภายในปีนี้เพียง 58% ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากระดับราว 82% เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน ซินเธีย ลูมมิส(Cynthia Lummis) วุฒิสมาชิกอีกคนหนึ่ง เตือนว่า หากพลาด “หน้าต่างเวลา” รอบนี้ไป โอกาสต่อไปสำหรับการออกกฎหมายคริปโตขนาดใหญ่เช่นนี้อาจต้องรอไปถึงปี 2030
ท่ามกลางความไม่แน่นอนดังกล่าว การที่ ‘CLARITY Act’ ถูกถอดออกจากปฏิทินของคณะกรรมาธิการอีกครั้ง สะท้อนว่าเส้นทางสู่ ‘ความชัดเจนด้านกฎระเบียบ’ ของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลสหรัฐยังเต็มไปด้วยอุปสรรค ทั้งจากการเจรจาเนื้อหาภายในและแรงกดดันจากปฏิทินการเมือง และทำให้ตลาดต้องจับตาดูว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะสามารถฝ่าด่านต่างๆ เพื่อหาทางออกได้ภายในสมัยประชุมนี้หรือไม่ หรือจะถูกเลื่อนออกไปสู่รอบวัฏจักรการเมืองถัดไปอีกครั้ง ‘คำ’
ความคิดเห็น 0